Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale
รับ SEO Audit ฟรี
SEO Tools 22 นาทีอ่าน

Ahrefs คืออะไร? คู่มือใช้งาน Ahrefs ครบทุก Tool + ราคา + Alternative ปี 2026 | Southern Whale

คู่มือ Ahrefs ฉบับสมบูรณ์ปี 2026 — ครอบคลุม 9 Tools (Site Explorer, Keywords Explorer, Site Audit, Rank Tracker, Content Explorer, Web Explorer, AI Content Helper, Brand Radar, Web Analytics) + 4 ราคา Plan + 5 Alternative ฟรีและถูกกว่า

Ahrefs Dashboard แสดง Site Explorer + Keywords Explorer

ถ้าคุณเป็นคนทำ SEO หรือเจ้าของเว็บไซต์ที่จริงจังกับการเติบโตของ Organic Traffic คุณคงเคยได้ยินชื่อ Ahrefs มาก่อนแน่นอน เพราะเครื่องมือนี้คือสิ่งที่ Agency ระดับโลก, SEO Consultant มืออาชีพ และเจ้าของเว็บที่ทำเงินหลักล้านต่อเดือนใช้กันแทบทุกราย แต่หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นมักจะรู้สึกว่า Ahrefs เป็นเครื่องมือที่ “แพง” และ “ซับซ้อน” จนไม่กล้าลองใช้

ความจริงคือ Ahrefs ไม่ได้แพงเลย ถ้าคุณรู้วิธีใช้มันให้คุ้มค่า — เพราะ insight ที่คุณได้จาก Ahrefs เพียงรายงานเดียวสามารถเปลี่ยนทิศทางของ SEO Strategy ทั้งบริษัทได้ และนั่นคือเหตุผลที่ทีม Southern Whale ใช้ Ahrefs เป็นเครื่องมือหลักในการทำ SEO Audit, Competitor Research และ Content Strategy ให้กับลูกค้าทุกราย

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก Ahrefs ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง ครอบคลุมทั้ง 9 Tools หลัก ที่อยู่ใน Ahrefs, ราคา 4 Plan, วิธีใช้งานทีละขั้นตอน, ตัวอย่างจริงในการ Audit เว็บคู่แข่ง และ 5 Alternative สำหรับคนที่งบจำกัด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่า Ahrefs เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่ และถ้าใช้ จะใช้อย่างไรให้ได้ ROI สูงสุด

ไม่ว่าคุณจะเป็น SEO มือใหม่ที่อยากเข้าใจ Ahrefs ในภาพรวม, เจ้าของธุรกิจ SME ที่กำลังพิจารณาสมัคร Plan แรก หรือ Marketer ที่ใช้ Ahrefs อยู่แล้วแต่อยากใช้ให้คุ้มค่ามากกว่านี้ บทความนี้จะให้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ พร้อม Use Case จริงที่ทีม Southern Whale ใช้กับลูกค้าหลายสิบรายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

มาเริ่มกันเลย!

Ahrefs คืออะไร? ทำไม Agency ทั่วโลกถึงเลือกใช้

Ahrefs คือเครื่องมือ All-in-One SEO Platform ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2010 โดย Dmitry Gerasimenko วิศวกรชาวยูเครน เริ่มต้นจากการเป็น Backlink Analysis Tool ที่มี Index ของลิงก์ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วค่อยๆ ขยายฟีเจอร์ออกไปครอบคลุมทุกด้านของ SEO ตั้งแต่ Keyword Research, Site Audit, Rank Tracking, Content Research ไปจนถึง AI-powered Analytics ในปัจจุบัน

จุดที่ทำให้ Ahrefs ขึ้นแท่นเป็น Gold Standard ของวงการ SEO มาจาก 3 ปัจจัยหลัก:

  1. Crawler ของ Ahrefs (AhrefsBot) เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Googlebot — มันเก็บข้อมูลเว็บเพจกว่า 7 พันล้านหน้าต่อวัน ทำให้ Database ของ Backlinks และ Keywords มีขนาดใหญ่และอัปเดตเร็วที่สุด
  2. Accuracy ของข้อมูลสูงมาก เมื่อเทียบกับ Tool คู่แข่งอย่าง SEMrush หรือ Moz โดยเฉพาะข้อมูล Backlink, Referring Domains และ Organic Keywords
  3. UX/UI ที่ใช้งานง่าย แม้จะมีฟีเจอร์มากมาย แต่ Ahrefs ออกแบบ Dashboard ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ในไม่กี่นาที

ลูกค้าที่ใช้ Ahrefs ครอบคลุมตั้งแต่ Startup ไปจนถึง Enterprise ใหญ่ระดับโลก เช่น Facebook, Adobe, LinkedIn, Netflix, Uber, Shopify, IBM และ Agency SEO ระดับโลกอย่าง Search Engine Land, Backlinko, Neil Patel Digital ก็ใช้ Ahrefs เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน

Ahrefs Logo และ Dashboard Overview

ทำไม Southern Whale เลือกใช้ Ahrefs

ที่ Southern Whale เราใช้ Ahrefs เป็นเครื่องมือหลักในการทำ SEO ให้กับลูกค้ามาตั้งแต่ปี 2022 เพราะเราพบว่ามันให้ข้อมูลที่ “เชื่อถือได้” และ “ใช้งานได้จริง” มากกว่า Tool อื่นๆ ที่เคยลอง โดยเฉพาะข้อมูล:

  • Organic Keywords ของคู่แข่ง ที่แม่นยำกว่า SEMrush ประมาณ 15-20% (วัดจากการเทียบกับ Google Search Console จริง)
  • Backlink Profile ที่ลึกและสด — มี Lost Backlinks Alert ทำให้รู้ทันทีเมื่อมีลิงก์หาย
  • Content Gap Analysis ที่ทำให้เห็นได้ทันทีว่าคู่แข่งติดอันดับ Keyword ไหนที่เราไม่ติด

ภาพรวม 9 Tools หลักใน Ahrefs

Ahrefs ในปี 2026 ประกอบไปด้วย 9 Tools หลัก ที่ทำงานเชื่อมโยงกันใน Ecosystem เดียว ทำให้คุณไม่ต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องมือต่างๆ มาดูกันทีละตัว

1. Site Explorer

Site Explorer คือหัวใจของ Ahrefs — เป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์เว็บไซต์ใดก็ได้บนโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บของคุณเองและเว็บคู่แข่ง คุณสามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้ดังนี้:

  • Organic Traffic Estimate — ประเมินว่าเว็บนี้มี Traffic จาก Google ประมาณกี่คนต่อเดือน
  • Organic Keywords — Keyword ทั้งหมดที่เว็บนี้ติดอันดับใน SERP
  • Backlinks & Referring Domains — ลิงก์ทั้งหมดที่ชี้มายังเว็บ พร้อม Domain Rating (DR) ของแต่ละลิงก์
  • Top Pages — หน้าที่ดึง Traffic เข้ามามากที่สุด
  • Paid Search — Keyword ที่เว็บนี้ทำ Google Ads
  • Content Gap — Keyword ที่คู่แข่งติดอันดับแต่เราไม่ติด

Ahrefs Site Explorer Dashboard

2. Keywords Explorer

Keywords Explorer เป็นเครื่องมือสำหรับทำ Keyword Research ที่ทรงพลังที่สุดในวงการ ครอบคลุม Search Engine 10 แห่ง (Google, Bing, YouTube, Amazon, Yahoo, Yandex, Baidu, Daum, Naver, Seznam) ใน 200+ ประเทศ

ข้อมูลที่คุณได้จาก Keywords Explorer ประกอบด้วย:

  • Search Volume — จำนวนการค้นหาต่อเดือนแยกตามประเทศ
  • Keyword Difficulty (KD) — คะแนน 0-100 บอกว่า Keyword นี้แข่งขันยากแค่ไหน
  • Click Potential — % ของคนที่คลิกจริงหลังเห็น SERP (สำคัญมากในยุค Zero-Click)
  • Search Intent — Ahrefs ใช้ AI วิเคราะห์ว่า Intent เป็น Informational, Navigational, Commercial หรือ Transactional
  • Parent Topic — Keyword หลักที่ครอบคลุม Keyword ย่อยทั้งหมด
  • SERP Overview — แสดง Top 10 ผลการค้นหาพร้อมเมตริก SEO ทุกตัว

3. Site Audit

Site Audit เป็น Technical SEO Crawler ที่ตรวจสอบเว็บของคุณตาม 100+ Issues ที่ส่งผลต่อ Ranking โดยตรง เช่น:

  • Broken Links (404 Errors)
  • Duplicate Content
  • Missing Meta Tags
  • Slow Page Speed
  • Mobile Usability Issues
  • Schema Markup Errors
  • XML Sitemap Problems
  • Robots.txt Issues
  • HTTPS Issues
  • Internal Linking Problems

หลังจาก Crawl เสร็จ Ahrefs จะให้คะแนน Health Score (0-100) และจัดลำดับ Priority ของแต่ละ Issue ให้คุณ ทำให้รู้ว่าควรแก้อะไรก่อน

4. Rank Tracker

Rank Tracker ติดตามอันดับ Keyword ของคุณใน Google รายวัน ครอบคลุม 170+ ประเทศ และ 10,000+ เมือง พร้อม Feature ที่น่าสนใจคือ:

  • Share of Voice (SOV) — % ของ Traffic ที่คุณได้จาก Keywords ทั้งหมดเทียบกับคู่แข่ง
  • SERP Features Tracking — ตรวจสอบว่าคุณติด Featured Snippet, People Also Ask, Knowledge Panel หรือไม่
  • Competitor Tracking — เปรียบเทียบ Ranking ของคุณกับคู่แข่งสูงสุด 10 ราย
  • Mobile vs Desktop — แยก Tracking แต่ละ Device

5. Content Explorer

Content Explorer เป็น Search Engine สำหรับ Content โดยเฉพาะ คุณสามารถค้นหา Article, Blog Post, Video ที่เกี่ยวข้องกับ Topic ใดๆ ก็ได้ พร้อมเมตริกที่บอกว่า Content ไหนได้ Backlink เยอะ, Share เยอะ, Traffic เยอะ

Ahrefs Content Explorer Search Results

Use Case ที่นิยมคือการหา Skyscraper Content — บทความที่ได้ผลตอบรับดีในวงการ แล้วเอามาเขียนใหม่ให้ดีกว่า แล้ว Outreach ขอ Backlink

6. Web Explorer

Web Explorer เป็น Search Engine ที่ Ahrefs เปิดตัวในปี 2024 เป็น Beta — เป็นทางเลือกของ Google ที่เน้นความเป็นส่วนตัวและไม่ Track ผู้ใช้ ปัจจุบันมี Index กว่า 8 พันล้านหน้า

สำหรับ SEO มันมีประโยชน์ในการ:

  • ค้นหา Backlink Opportunity
  • หา Mention ของแบรนด์ (Unlinked Brand Mentions)
  • ตรวจสอบว่ามี Page ใดอ้างถึงคุณบ้าง

7. AI Content Helper

AI Content Helper เป็นฟีเจอร์ใหม่ปี 2024-2025 ที่ใช้ AI วิเคราะห์ Top-Ranking Pages แล้วบอกคุณว่า:

  • ต้อง Cover Topic อะไรบ้างให้ครบ
  • ใช้ Keywords อะไรในเนื้อหา
  • Word Count ที่เหมาะสม
  • คะแนน Content Score เทียบกับคู่แข่ง

เหมาะสำหรับ Content Writer และ SEO ที่ต้องการเขียน Content ให้แข่งขันได้ใน SERP ระดับสูง

8. Brand Radar

Brand Radar เป็นฟีเจอร์ที่ออกในปี 2025 — ตรวจจับ Mention ของแบรนด์คุณใน AI Search (ChatGPT, Perplexity, Google AI Overview) แสดงให้เห็นว่าแบรนด์คุณถูก AI อ้างถึงในคำถามไหนบ้าง พร้อม Share of Voice ใน AI Search

เป็นเครื่องมือสำคัญในยุค AEO (Answer Engine Optimization) ที่กำลังเข้ามาแทน Traditional SEO

9. Web Analytics

Web Analytics เปิดตัวปี 2025 เป็นทางเลือกของ Google Analytics ที่เน้น Privacy-First ไม่ใช้ Cookies, ไม่ Track Personal Data, ไม่ต้องขอ Consent จากผู้ใช้

ข้อมูลที่เก็บ:

  • Page Views, Sessions, Users
  • Bounce Rate, Session Duration
  • Traffic Sources (Organic, Direct, Referral, Social)
  • Conversion Tracking
  • Custom Events

จุดเด่นคือ Integration กับ Ahrefs ตัวอื่น — คุณสามารถเห็นว่า Keyword ไหนนำ Traffic จริงเข้ามา และ Page ไหน Convert ดีที่สุด

Step-by-Step: ใช้ Site Explorer ทำ Competitor Research

มาดูตัวอย่างจริงในการใช้ Ahrefs Site Explorer วิเคราะห์เว็บคู่แข่งกัน สมมติว่าคุณทำเว็บขายของ Outdoor และอยากรู้ว่า Decathlon Thailand ทำ SEO อย่างไร

ขั้นที่ 1: ใส่ URL คู่แข่งใน Site Explorer

เข้าไปที่ Site Explorer แล้วใส่ decathlon.co.th ในช่อง Search เลือก Mode เป็น *.domain.com/* เพื่อให้ครอบคลุมทั้งโดเมน

ขั้นที่ 2: ดู Overview Dashboard

ในหน้า Overview คุณจะเห็นเมตริกหลัก:

  • Domain Rating (DR) — คะแนน Authority ของโดเมน (0-100)
  • Organic Keywords — จำนวน Keyword ที่ติดอันดับ
  • Organic Traffic — Traffic จาก Google ต่อเดือน
  • Backlinks — จำนวน Backlink ทั้งหมด
  • Referring Domains — จำนวนโดเมนที่ลิงก์มา

ขั้นที่ 3: วิเคราะห์ Top Pages

คลิกไปที่ Tab “Top pages” เพื่อดูว่าหน้าไหนของคู่แข่งดึง Traffic เข้ามามากที่สุด คุณจะเห็นข้อมูล:

  • URL ของหน้า
  • Traffic ที่หน้านั้นได้
  • Top Keyword ของแต่ละหน้า
  • Position ใน SERP

ขั้นที่ 4: หา Keyword Opportunity ผ่าน Content Gap

ไปที่ Tab “Content Gap” ใส่ URL ของเว็บคุณเอง + 2-3 คู่แข่ง Ahrefs จะแสดง Keyword ที่คู่แข่งติดอันดับ Top 10 แต่เว็บคุณไม่ติด — นี่คือ “Quick Win Keywords” ที่คุณสามารถทำได้ทันที

คลิกไปที่ “Backlinks” เพื่อดู:

  • ลิงก์ทั้งหมดที่ชี้มายังเว็บคู่แข่ง
  • คุณภาพของแต่ละลิงก์ (DR, UR)
  • Anchor Text ที่ใช้
  • ลิงก์ใหม่ (New) และลิงก์ที่หาย (Lost)

ขั้นที่ 6: Export ข้อมูลออกมาวิเคราะห์ต่อ

Ahrefs ให้คุณ Export ข้อมูลออกมาเป็น CSV ได้สูงสุด 100,000 rows ต่อรายงาน ในแผน Standard ขึ้นไป — ทำให้สามารถวิเคราะห์ใน Excel หรือ Google Sheets ได้

ที่ Southern Whale เรามักจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในการทำ Competitor Research แบบนี้กับ 5-7 คู่แข่งของลูกค้า แล้วสรุปออกมาเป็น Strategy Document ที่ใช้ขับเคลื่อนงาน SEO ตลอด 6-12 เดือนข้างหน้า

Keywords Explorer: หา Keyword + Difficulty + Intent

Keywords Explorer คือเครื่องมือที่คุณจะใช้บ่อยที่สุดถ้าเป็น Content Marketer หรือ SEO มาดูวิธีใช้แบบ Step-by-Step

หา Seed Keyword

เริ่มจากการใส่ Seed Keyword 1-3 คำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เช่น ถ้าคุณขายอาหารเสริม Whey Protein ให้ใส่:

  • whey protein
  • เวย์โปรตีน
  • โปรตีนสำหรับฟิตเนส

เลือก Location เป็น Thailand และคลิก Search

วิเคราะห์ Keyword Difficulty (KD)

Ahrefs จะคำนวณ KD Score ให้คุณ 0-100:

  • KD 0-10 = Easy (มือใหม่ทำได้)
  • KD 11-30 = Medium (ทำได้ภายใน 3-6 เดือน)
  • KD 31-70 = Hard (ต้องมี Authority สูง + Content ดี)
  • KD 71-100 = Super Hard (ต้องเป็น Brand ใหญ่ หรือเว็บมีอายุ 5+ ปี)

เลือก Keyword ตาม Search Intent

Ahrefs จะ Tag Search Intent ของแต่ละ Keyword ให้เป็น 4 ประเภท:

  1. Informational — คนค้นหาเพื่อหาข้อมูล (เช่น “whey protein คืออะไร”)
  2. Navigational — คนค้นหาเพื่อไปยัง Brand เฉพาะ (เช่น “myprotein thailand”)
  3. Commercial — คนค้นหาเพื่อเปรียบเทียบก่อนซื้อ (เช่น “whey protein ยี่ห้อไหนดี”)
  4. Transactional — คนค้นหาเพื่อซื้อ (เช่น “ซื้อ whey protein ราคาถูก”)

สำหรับเว็บ E-commerce ให้เน้น Commercial + Transactional, สำหรับ Blog ให้เน้น Informational

ดู SERP Overview

คลิกที่ Keyword ที่สนใจเพื่อดู SERP Overview — Ahrefs จะแสดง Top 10 ผลการค้นหาพร้อม:

  • DR ของแต่ละเว็บ
  • URL Rating (UR)
  • Backlinks ที่ Page นั้นได้
  • Traffic ของ Page นั้น

ถ้า Top 10 มี DR 50+ และ Backlink 100+ ต่อ Page → KD จะสูง คุณต้องใช้เวลานานในการแข่ง

ใช้ Matching Terms หา Long-tail

ใน Sidebar คุณจะเห็น Tab “Matching terms” — Ahrefs จะแสดง Long-tail Keyword ทั้งหมดที่มี Seed Keyword ของคุณอยู่ในนั้น เช่นถ้าใส่ whey protein คุณอาจได้:

  • whey protein isolate คืออะไร (Volume 500, KD 8)
  • whey protein สำหรับมือใหม่ (Volume 320, KD 5)
  • whey protein ตอนไหนดีที่สุด (Volume 880, KD 12)

Long-tail แบบนี้คือ Quick Win ที่คุณสามารถทำได้ภายใน 1-3 เดือน

หากคุณต้องการรู้จัก SEO Tools อื่นๆ ที่ใช้ทำ Keyword Research ได้ดี เราแนะนำให้อ่านบทความเปรียบเทียบ SE Ranking และ 10 SEO Tools ปี 2026 ซึ่งครอบคลุมทางเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Site Audit: ตรวจ Technical SEO 100+ Issues

Site Audit เป็นเครื่องมือที่ทีม Southern Whale ใช้เริ่มต้นกับลูกค้าทุกราย เพราะมันจะบอกเราทันทีว่าเว็บมีปัญหา Technical SEO อะไรบ้าง

ตั้งค่า Crawl Project

  1. เข้าไปที่ Site Audit แล้วคลิก ”+ New project”
  2. ใส่ URL เว็บของคุณ
  3. ตั้งค่า Crawl Limit (จำนวนหน้าที่จะ Crawl) — แผน Lite ให้ 10,000 หน้า/เดือน
  4. เลือก Schedule (Daily, Weekly, Monthly)
  5. ตั้งค่า User Agent (Desktop หรือ Mobile)
  6. คลิก “Start audit”

อ่าน Health Score

หลัง Crawl เสร็จ Ahrefs จะให้คะแนน Health Score 0-100:

  • 90-100 = Excellent
  • 70-89 = Good
  • 50-69 = Average (ต้องปรับปรุง)
  • 0-49 = Poor (ต้องแก้ด่วน)

ลูกค้าใหม่ของ Southern Whale ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ Health Score 40-60 และเราตั้งเป้าให้ขึ้นไปถึง 85+ ภายใน 3 เดือนแรก

Issues ที่พบบ่อย

จากประสบการณ์ของเรา 10 Issues ที่พบบ่อยที่สุดคือ:

  1. Missing meta description — หน้าไม่มี Meta Description
  2. Duplicate title tags — Title ซ้ำกันหลายหน้า
  3. Slow pages — หน้าโหลดช้า (LCP > 2.5s)
  4. Broken internal links — ลิงก์ภายในที่เสีย (404)
  5. Images without alt text — รูปไม่มี Alt Text
  6. HTTPS issues — Mixed Content หรือ SSL Error
  7. Orphan pages — หน้าที่ไม่มี Internal Link ชี้ไป
  8. Missing structured data — ไม่มี Schema Markup
  9. Multiple H1 tags — มี H1 มากกว่า 1 อันต่อหน้า
  10. Redirect chains — Redirect ซ้อนกันหลายชั้น

Export Report ส่งให้ Developer

Ahrefs ให้คุณ Export Issues ออกมาเป็น CSV หรือ PDF ส่งให้ Developer แก้ได้ ทำให้การประสานงานง่ายขึ้นมาก

หากคุณต้องการรู้เพิ่มเกี่ยวกับการตรวจสอบ Technical SEO ที่ Southern Whale ทำให้ลูกค้า ดูรายละเอียดบริการได้ที่ SEO Audit Service ของเรา

Rank Tracker: Track อันดับรายวัน

Rank Tracker คือเครื่องมือที่ทำให้คุณรู้สถานะของ SEO Campaign แบบเรียลไทม์

Setup Project

  1. คลิก ”+ New project”
  2. ใส่ URL ของเว็บคุณ
  3. ใส่ Keywords ที่ต้องการ Track (สูงสุด 500 ใน Lite, 1,500 ใน Standard)
  4. เลือก Location (ประเทศ, เมือง)
  5. เลือก Device (Desktop, Mobile, Both)
  6. เพิ่ม Competitors ที่ต้องการเปรียบเทียบ (สูงสุด 10)

Dashboard Overview

หลัง Setup เสร็จคุณจะเห็น Dashboard ที่แสดง:

  • Average Position — อันดับเฉลี่ยของทุก Keyword
  • Traffic — Estimated Traffic จาก Keyword ที่ Track
  • Visibility — % ของ Search Volume ที่คุณได้จาก Keyword ทั้งหมด
  • Share of Voice (SOV) — % เทียบกับคู่แข่ง

ดู Daily Movements

Rank Tracker จะแสดง Movement รายวัน — Keyword ไหนขึ้น, Keyword ไหนตก, พร้อม Filter:

  • Up/Down by Position
  • SERP Features (Featured Snippet, People Also Ask)
  • Search Intent
  • Tags ที่คุณตั้งเอง

Compare กับ Competitors

ใน Tab “Competitors” คุณจะเห็น Chart เปรียบเทียบ Visibility ของคุณกับคู่แข่งในแต่ละช่วงเวลา ทำให้รู้ว่าใครชนะใครในแต่ละ Niche

SERP Features Tracking

Ahrefs จะบอกคุณว่า Keyword ไหนติด:

  • Featured Snippet (Position 0)
  • People Also Ask
  • Knowledge Panel
  • Image Pack
  • Video
  • Top Stories
  • Sitelinks

ถ้าคุณติด Featured Snippet คุณจะได้ Traffic เพิ่มขึ้น 20-30% โดยอัตโนมัติ

Content Explorer คือเครื่องมือที่นักเขียน Content และ Marketer ใช้หา Idea บทความใหม่ๆ

Search Topic

ใส่ Keyword หรือ Topic ที่สนใจ เช่น keto diet แล้ว Ahrefs จะแสดง:

  • บทความที่เคยเผยแพร่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
  • Traffic ที่แต่ละบทความได้
  • Backlinks ที่ได้
  • Shares บน Social Media
  • Domain Rating ของเว็บที่เขียน
  • วันที่เผยแพร่

Filter ตาม Performance

ใช้ Filter เพื่อหา:

  • บทความที่ Traffic สูง แต่ DR ต่ำ → คุณก็แข่งได้
  • บทความที่ Backlinks เยอะ → Topic นี้ดึง Link ได้
  • บทความที่ Shares เยอะ → Topic นี้ Viral ได้
  • บทความที่เผยแพร่ใน 1 ปีล่าสุด → Topic นี้ยัง Trend อยู่

คลิกเข้าไปที่บทความที่ได้ Backlink เยอะ แล้วดู Referring Domains — คุณจะเห็นว่ามีเว็บไหน Link มาบ้าง และคุณสามารถ Outreach เว็บเหล่านั้นได้

Skyscraper Strategy

วิธีที่ Brian Dean (Backlinko) ใช้ และ Ahrefs ช่วยให้ง่ายขึ้น:

  1. หาบทความที่ Top-Performing ใน Topic ที่คุณสนใจ
  2. เขียนบทความใหม่ที่ดีกว่า (ยาวกว่า, ละเอียดกว่า, มี Data ใหม่กว่า)
  3. ดู Referring Domains ของบทความเก่า
  4. Outreach หาคนเหล่านั้นแล้วบอกว่าคุณมี Resource ที่ดีกว่า

4 ราคา Plan ของ Ahrefs ปี 2026 — เลือกแบบไหนคุ้มที่สุด

Ahrefs มี 4 Plan ให้เลือกในปี 2026 ราคาดังนี้ (Billing ต่อเดือน, จ่ายรายปีลด 16%):

ตารางเปรียบเทียบ 4 Plan

FeatureLiteStandardAdvancedEnterprise
ราคา/เดือน$129 (~4,650 บาท)$249 (~8,950 บาท)$449 (~16,150 บาท)$14,990/ปี (~539,640 บาท)
Users11 (เพิ่มได้ $30/คน)1 (เพิ่มได้ $30/คน)Unlimited
Projects52050100+
Site Audit Pages/Month100K500K1.5M5M
Tracked Keywords7502,0005,00010,000
Crawl FrequencyWeeklyDailyDailyHourly
API AccessNoNoNoYes
Historical Data6 เดือน2 ปี5 ปีUnlimited
Content ExplorerLimitedFullFullFull
AI Content HelperLimitedYesYesYes
Brand RadarNoLimitedYesYes
White Label PDFNoNoYesYes
SSONoNoNoYes
Audit LogsNoNoNoYes

ใครควรเลือก Plan ไหน

Lite ($129/เดือน) — เหมาะกับ:

  • Freelance SEO ที่มีลูกค้า 1-3 ราย
  • เจ้าของเว็บส่วนตัวที่ทำ SEO เอง
  • Blogger ที่อยากวิเคราะห์ Competitor

Standard ($249/เดือน) — เหมาะกับ:

  • Agency เล็กๆ (1-5 คน)
  • E-commerce ขนาดกลาง
  • Marketing Team ในบริษัท SME
  • 80% ของลูกค้า Southern Whale ใช้ Plan นี้

Advanced ($449/เดือน) — เหมาะกับ:

  • Agency ขนาดกลาง (5-20 คน)
  • บริษัทที่มี Brand หลายตัว
  • ต้องการ White Label PDF Report ส่งลูกค้า

Enterprise ($14,990/ปี) — เหมาะกับ:

  • Agency ขนาดใหญ่ (20+ คน)
  • บริษัทที่ต้องการ API Integration
  • Enterprise ที่ต้องการ SSO และ Audit Logs

Tips การประหยัด

  1. จ่ายรายปี ลดได้ 16% — คุ้มกว่าจ่ายรายเดือนมาก
  2. เริ่มจาก Lite แล้ว Upgrade ตอนที่จำเป็น
  3. ใช้ Ahrefs Webmaster Tools (AWT) ฟรี — Verify Domain ของคุณก็ใช้ Site Audit + Backlinks ได้บางส่วนฟรี
  4. Share Plan กับเพื่อน (ไม่ผิดกฎ ถ้าใช้ Project แยกกัน)

5 Alternative ฟรี/ถูกกว่า Ahrefs

ถ้างบไม่พอจ่าย Ahrefs นี่คือ 5 Alternative ที่ดีและน่าสนใจ

1. Ubersuggest (Neil Patel) — ฟรี + ราคาเริ่มต้น $12/เดือน

Ubersuggest สร้างโดย Neil Patel เป็น Alternative ที่ราคาถูกที่สุดในตลาด

ข้อดี:

  • มี Free Plan (3 Search/วัน)
  • Lifetime Plan ราคา $120-$390 (จ่ายครั้งเดียว)
  • UI/UX ง่ายมาก สำหรับมือใหม่
  • มี Chrome Extension

ข้อเสีย:

  • Database Backlink น้อยกว่า Ahrefs 70%
  • Keyword Difficulty ไม่แม่นเท่า

เหมาะกับ: มือใหม่, Blogger, Small Business

2. SEMrush — เริ่ม $139/เดือน

SEMrush เป็น Competitor หลักของ Ahrefs มี Feature ครบทุกอย่างคล้ายกัน

ข้อดี:

  • ฟีเจอร์ครบเหมือน Ahrefs
  • Social Media Tracking ดีกว่า
  • PPC Research แข็งแกร่ง

ข้อเสีย:

  • Backlink Database เล็กกว่า Ahrefs
  • UI ซับซ้อนกว่า
  • ราคา Lite แพงกว่า Ahrefs $10/เดือน

เหมาะกับ: Agency ที่ทำทั้ง SEO + PPC + Social Media

3. SE Ranking — เริ่ม $65/เดือน

SE Ranking เป็น Tool ที่ทีม Southern Whale แนะนำเป็น Alternative อันดับ 1 สำหรับลูกค้าที่งบจำกัด

ข้อดี:

  • ราคาถูกกว่า Ahrefs 50%
  • White Label สำหรับ Agency
  • Local SEO Tools แข็งแกร่ง
  • มี Backlink Checker ที่ดี

ข้อเสีย:

  • Keyword Database เล็กกว่า
  • Content Tools ไม่ละเอียดเท่า

เหมาะกับ: Agency ขนาดเล็ก-กลาง, Local Business

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ SE Ranking และ 10 SEO Tools ปี 2026

4. Mangools (KWFinder) — เริ่ม $29/เดือน

Mangools เป็น Bundle ของ 5 Tools (KWFinder, SERPChecker, SERPWatcher, LinkMiner, SiteProfiler)

ข้อดี:

  • ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม Tier 2
  • UI/UX สวยและใช้ง่าย
  • KWFinder ทำ Keyword Research ดีมาก

ข้อเสีย:

  • Backlink Database น้อย
  • ไม่มี Site Audit แบบลึก

เหมาะกับ: Freelancer, Blogger, Affiliate Marketer

5. Serpstat — เริ่ม $59/เดือน

Serpstat เป็น All-in-One SEO Platform จากยูเครน

ข้อดี:

  • ราคาคุ้มที่สุดเทียบ Feature
  • API Access ตั้งแต่ Plan ต่ำสุด
  • Keyword Database ใหญ่ในยุโรปตะวันออก

ข้อเสีย:

  • Database ในเอเชียน้อยกว่า
  • Support ไม่เร็วเท่า Ahrefs

เหมาะกับ: บริษัทที่ทำตลาด EU, Russia, CIS

ตารางเปรียบเทียบสรุป

Toolราคาเริ่มต้นจุดเด่นจุดด้อย
Ahrefs$129/เดือนBacklink Database #1, UI ดีแพงสุด
SEMrush$139/เดือนPPC + Social ดีUI ซับซ้อน
SE Ranking$65/เดือนคุ้มราคา, White LabelDB เล็ก
Mangools$29/เดือนถูก + ใช้ง่ายไม่มี Audit ลึก
Serpstat$59/เดือนAPI ตั้งแต่ Plan ต่ำSupport ช้า
Ubersuggest$12/เดือนถูกสุด + LifetimeDB น้อยที่สุด

ตัวอย่างจริง: Audit เว็บคู่แข่งใน 30 นาที

มาดูตัวอย่างจริงที่ทีม Southern Whale ใช้ Ahrefs Audit เว็บคู่แข่งของลูกค้าใน 30 นาที

นาที 0-5: Domain Overview

  1. เปิด Site Explorer ใส่ Domain คู่แข่ง
  2. Screenshot Dashboard เก็บไว้ — DR, Organic Keywords, Organic Traffic, Backlinks, Referring Domains
  3. ดู Growth Trend ใน 1-2 ปีล่าสุด

นาที 5-15: Top Pages Analysis

  1. เปิด Tab “Top Pages” Filter By Traffic Desc
  2. Export Top 100 Pages ออกมา CSV
  3. ดู Pattern: เว็บนี้เน้น Page ประเภทไหน (Product, Category, Blog, Landing Page)
  4. คลิกเข้าไปดู Page ที่ Traffic สูงสุด 5-10 อันดับแรก เพื่อดู Format
  1. เปิด Tab “Backlinks” → Filter DR 30+
  2. ดู Top 50 Backlinks
  3. หา Pattern: ลิงก์มาจากเว็บประเภทไหน (News Site, Blog, Forum, Directory)
  4. Export Referring Domains เก็บไว้สำหรับ Outreach ในอนาคต

นาที 22-27: Content Gap Analysis

  1. เปิด Content Gap
  2. ใส่ Domain ของลูกค้าเรา + Domain คู่แข่ง 2-3 ราย
  3. Filter Keyword Difficulty < 30
  4. Export Top 100 Keywords ที่คู่แข่งติดอันดับ 1-10 แต่เราไม่ติด

นาที 27-30: สรุป Action Plan

  1. Top 10 Pages ที่ควรเขียน (จาก Content Gap)
  2. Top 20 Domains ที่ควร Outreach (จาก Backlinks)
  3. 3 Pattern หลักที่คู่แข่งใช้ที่เราควรนำมาปรับใช้
  4. Quick Wins (Keywords KD < 10 ที่ Volume > 100)

ใน 30 นาที คุณจะได้ Document Strategy ที่ใช้งานได้จริงในการแซงคู่แข่งภายใน 6-12 เดือน

หากคุณต้องการให้ทีมมืออาชีพช่วยทำ Audit แบบนี้ ดูบริการ SEO Service ของ Southern Whale ได้

5 ข้อผิดพลาดที่คนทำใน Ahrefs

จากประสบการณ์ของทีม Southern Whale เราเห็นคนใช้ Ahrefs ผิดวิธีบ่อยมาก นี่คือ 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

1. ดูแค่ Keyword Difficulty ตัวเลข ไม่ดู SERP จริง

หลายคนเห็น KD = 15 ก็คิดว่าง่าย แต่จริงๆ ต้องเปิด SERP Overview ดูด้วยว่า Top 10 เป็นเว็บอะไรบ้าง ถ้าเป็น Wikipedia, Forbes, นั่นแปลว่ายาก ไม่ใช่ง่าย

2. ใช้ Site Audit แล้วไม่ Implement

Site Audit ให้ Issue 500-1,000 ข้อ แต่ถ้าไม่แก้ก็เปล่าประโยชน์ คุณควรจัดลำดับ Priority แล้วแก้ Top 20 Issues ที่กระทบ Ranking สูงสุดก่อน

3. Track Keyword เยอะเกินไป

หลายคน Track 5,000 Keywords แต่ดูเพียง 100 ตัวจริงๆ — สิ้นเปลือง Credit เปล่า ให้ Track เฉพาะ Keyword ที่เป็น Money Keyword + Brand Keyword + Quick Win

4. ไม่ใช้ Content Gap ในการเลือก Topic

หลายคนเขียน Blog ตามใจชอบ ทั้งที่ Content Gap บอกชัดว่า Keyword ไหนแข่งได้ — เป็นการเสียโอกาสมหาศาล

Ahrefs มี Alert ส่งเมล์ทุกครั้งที่ได้ Backlink ใหม่ หรือ Lost Backlinks — แต่หลายคนปิด Alert นี้ ทำให้พลาดโอกาสในการขอ Restoration ลิงก์ที่หาย

นอกจากนี้ การใช้ SEO Tools คู่กับ Plugin SEO ที่ดีจะช่วยให้คุณทำงานเร็วขึ้นมาก แนะนำให้ดู Rank Math Pro ซึ่งเป็น Plugin SEO ที่ Integrate กับ Ahrefs ได้ดี

FAQ — 8 คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับ Ahrefs

Q1: Ahrefs มี Free Trial ไหม?

A: Ahrefs ไม่มี Free Trial แต่มี Ahrefs Webmaster Tools (AWT) ที่ใช้ฟรี — คุณต้อง Verify Domain ของคุณก่อน แล้วจะใช้ Site Audit + Backlink Checker + Limited Keywords Explorer ได้ฟรี เหมาะสำหรับเจ้าของเว็บที่อยากลองก่อนสมัคร Paid Plan

Q2: Ahrefs ราคาแพงไหม คุ้มไหม?

A: ราคา $129/เดือน (Lite Plan) คือประมาณ 4,650 บาท/เดือน ถ้าคุณใช้ทำ SEO ให้ลูกค้า 1 รายเดือนละ 15,000 บาท คุณคืนทุนใน 1 ลูกค้าทันที — แต่ถ้าใช้แค่เพื่อเขียน Blog ส่วนตัวที่ไม่ทำเงิน อาจจะแพงเกินไป

Q3: Ahrefs vs SEMrush ตัวไหนดีกว่า?

A: ทั้งคู่เก่งกันคนละด้าน — Ahrefs เก่ง Backlink Analysis และ Keyword Research, SEMrush เก่ง PPC Research, Social Media Tracking และ Content Marketing Platform ถ้าคุณทำ SEO เป็นหลัก เลือก Ahrefs, ถ้าทำ Digital Marketing ครบวงจร เลือก SEMrush

Q4: Ahrefs รองรับภาษาไทยไหม?

A: UI ของ Ahrefs ยังไม่มีภาษาไทย ใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ Database รองรับ Keyword ภาษาไทยครบถ้วน — Search Volume, KD, SERP ของ Google Thailand แม่นยำมาก

Q5: Ahrefs มี Lifetime Plan ไหม?

A: Ahrefs ไม่มี Lifetime Plan ขายเป็น Subscription รายเดือน/รายปีเท่านั้น ถ้าอยากได้ Lifetime ให้ดู Ubersuggest หรือ AppSumo Deal บางตัว

Q6: Crawl Limit ของ Ahrefs คืออะไร? เกินแล้วเป็นยังไง?

A: แต่ละ Plan มี Crawl Limit ของ Site Audit (Lite = 100K pages/เดือน) ถ้าเกินจะ หยุด Crawl ทันที จนถึงรอบเดือนถัดไป — แนะนำให้เลือก Plan ที่ Crawl Limit เพียงพอกับขนาดเว็บคุณ (ทุก URL นับเป็น 1 Page รวม Image และ JS)

Q7: ใช้ Ahrefs โดยไม่มีเว็บของตัวเองได้ไหม?

A: ได้ครับ — Ahrefs ให้คุณวิเคราะห์เว็บไหนก็ได้ในโลก คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเว็บนั้น เหมาะสำหรับ Freelance SEO ที่ทำงานให้ลูกค้าหลายราย

A: ไม่ครบ 100% — Ahrefs มี Database ใหญ่ที่สุดในตลาด (Index 7B+ pages/วัน) แต่ยังไม่ครบทุก Backlink ที่มีในโลก — โดยทั่วไป Ahrefs จะเห็นประมาณ 70-90% ของ Backlinks ที่ Google Search Console รายงาน ส่วนที่เหลือคือ Backlink ที่มาจาก No-Index หรือ Page ใหม่ที่ Ahrefs ยังไม่ได้ Crawl

สรุป — Ahrefs คุ้มกับการลงทุนหรือไม่?

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้คุณคงเห็นแล้วว่า Ahrefs เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในวงการ SEO ปี 2026 ด้วย Database ใหญ่ที่สุด, ฟีเจอร์ครบครันที่สุด, และ UX/UI ที่ใช้งานง่ายที่สุด มันคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน ถ้าคุณใช้มันเป็น

ประเด็นสำคัญที่ควรจำคือ Ahrefs ไม่ใช่ “Magic Tool” ที่จะทำให้เว็บคุณติดอันดับเองโดยไม่ต้องทำอะไร แต่มันเป็น Microscope ที่ทำให้คุณเห็น Strategy ของคู่แข่ง, Opportunity ที่ซ่อนอยู่, และปัญหาที่ต้องแก้ในเว็บของคุณ การจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ คุณต้องมี:

  1. Knowledge ในการอ่านข้อมูล — รู้ว่าตัวเลขแต่ละตัวบอกอะไร
  2. Strategy ในการประยุกต์ใช้ — เอาข้อมูลมาวางแผนเป็น Action Plan ได้
  3. Discipline ในการ Execute — ทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอ 6-12 เดือน

ถ้าคุณมี 3 อย่างนี้ครบ Ahrefs จะเป็น Investment ที่ดีที่สุดในธุรกิจของคุณ

ทำไมต้องเลือก Southern Whale

ทีม Southern Whale เป็น SEO Agency ที่ใช้ Ahrefs เป็นเครื่องมือหลักมาตั้งแต่ปี 2022 เรามีประสบการณ์ทำงานกับลูกค้าหลายสิบรายในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ E-commerce, B2B SaaS, Healthcare, Education ไปจนถึง Local Business — และเรารู้ดีว่าจะใช้ Ahrefs อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดในงบประมาณที่จำกัด

ถ้าคุณต้องการให้เราช่วยทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณ ติดต่อเราได้ที่:

หรือถ้าคุณอยากเริ่มทำ SEO เองก่อน อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ขอให้คุณสนุกกับการใช้ Ahrefs และเติบโตในเส้นทาง SEO ของคุณนะครับ! ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม ทีม Southern Whale ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

ahrefs คือ, ahrefs ราคา, ahrefs ใช้ยังไง, ahrefs alternative, seo tools, keyword research, backlink analysis