Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale
รับ SEO Audit ฟรี
Off-Page SEO 16 นาทีอ่าน

Anchor Text คืออะไร? คู่มือ Anchor Text ฉบับสมบูรณ์ปี 2026 (อัตราส่วนปลอดภัย + เลี่ยง Penguin) | Southern Whale

Anchor Text คืออะไร? เจาะลึกประเภท anchor text (exact match, partial, branded, naked URL, generic, image alt), อัตราส่วน anchor ที่ปลอดภัยปี 2026, ข้อผิดพลาดที่ทำให้โดน Penguin penalty และ best practice พร้อมตัวอย่างภาษาไทย

แผนภาพ Anchor Text แสดงประเภท exact match, branded, naked URL และอัตราส่วนที่ปลอดภัย

ลองนึกภาพร้านกาแฟเล็ก ๆ ในหาดใหญ่ที่จ้างเอเจนซีทำ SEO แล้ววันหนึ่งอันดับที่เคยขึ้นหน้าแรกก็หายวับไปเฉย ๆ ทั้งที่เนื้อหาก็ดี เว็บก็เร็ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คอนเทนต์ แต่อยู่ที่ลิงก์ทุกอันที่ชี้มาเว็บใช้คำว่า “รับทำ SEO หาดใหญ่ ราคาถูก” เหมือนกันหมด — Google มองว่านี่คือการ “จัดฉาก” และกดเว็บลงเงียบ ๆ

คำเล็ก ๆ ที่อยู่บนลิงก์เหล่านั้นมีชื่อว่า Anchor Text และมันคือหนึ่งในปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด — และอันตรายที่สุด — ในงาน SEO เพราะมันบอก Google ว่าหน้าปลายทาง “เกี่ยวกับอะไร” แต่ถ้าใช้มากเกินไปหรือผิดสัดส่วน มันก็กลายเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังพยายามปั่นอันดับ

บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ Anchor Text คืออะไร, ประเภททั้งหมด, อัตราส่วนที่ปลอดภัยในปี 2026, ความแตกต่างระหว่าง internal กับ external link, ข้อผิดพลาดที่ทำให้โดน Penguin และ best practice ที่ทีมเราใช้จริงกับลูกค้า SME ภาคใต้ — ครบและละเอียดพอที่คุณจะนำไปทำเองได้ทันที

Anchor Text คืออะไร?

Anchor Text คือ ข้อความที่คลิกได้ (clickable text) ของลิงก์ — เป็นคำหรือวลีที่มักแสดงเป็นสีน้ำเงินหรือขีดเส้นใต้ และเมื่อคลิกแล้วจะพาผู้ใช้ไปยังหน้าปลายทาง ในเชิงโค้ด HTML มันคือข้อความที่อยู่ระหว่างแท็ก <a> กับ </a> เช่น ในประโยค “อ่านเพิ่มเติมเรื่อง คู่มือ SEO” คำว่า “คู่มือ SEO” คือ anchor text ส่วนปลายทางคือ URL ที่ลิงก์นั้นชี้ไป

หน้าที่ของ anchor text มี 2 ระดับ:

  1. สำหรับมนุษย์ — บอกผู้อ่านว่าถ้าคลิกแล้วจะเจออะไร เป็นการกำหนดความคาดหวังและช่วยให้คนตัดสินใจคลิก
  2. สำหรับ Google — เป็น “context signal” ที่บอกบอตว่าหน้าปลายทางเกี่ยวข้องกับหัวข้ออะไร Google ใช้ anchor text มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ (อัลกอริทึม PageRank ดั้งเดิมก็พึ่งพา anchor text) เพราะมันคือ “คำที่คนอื่นใช้บรรยายหน้าของคุณ”

จุดสำคัญคือ anchor text เป็นหนึ่งในไม่กี่สัญญาณที่ คุณควบคุมได้บางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด — internal link คุณคุมเองได้ 100% ส่วน backlink จากเว็บอื่นคุณคุมได้แค่ผ่านการ outreach และเนื้อหาที่คนอยากลิงก์หา และความไม่สมดุลระหว่างสองสิ่งนี้แหละที่เป็นทั้งโอกาสและกับดัก

ทำไม Anchor Text ถึงสำคัญต่อ SEO ในปี 2026

หลายคนคิดว่า anchor text เป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงมันคือหนึ่งในตัวแปรที่ส่งผลต่ออันดับโดยตรง โดยเฉพาะในมิติของ ความเกี่ยวข้อง (relevance) ของลิงก์

  • จากการวิเคราะห์ profile ลิงก์ของเว็บที่ติดอันดับ Top 3 ในปี 2026 (ประเมินจากข้อมูลเครื่องมืออย่าง Ahrefs/SE Ranking) เว็บที่ติดอันดับมั่นคงมักมีสัดส่วน branded + naked URL รวมกันราว ~60-70% ของ anchor ทั้งหมด ขณะที่ exact match อยู่ในระดับต่ำมาก (~1-3%)
  • เว็บที่โดน Penguin penalty หรือถูก algorithmic suppression มักมี exact match anchor สูงผิดธรรมชาติ — บางเคสที่ทีมเราเคยตรวจ พบ exact match สูงถึง ~30-40% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในเชิงธรรมชาติ
  • ในยุค AI Search (Google AI Overview, Perplexity, ChatGPT) anchor text ยังเป็นสัญญาณ context ที่ช่วยให้ระบบเข้าใจ “หน้านี้คือแหล่งข้อมูลเรื่องอะไร” จึงยังมีผลต่อการถูกหยิบไปอ้างอิง

พูดง่าย ๆ คือ anchor text ที่ดีช่วยดันอันดับและความเข้าใจของเครื่องจักร แต่ anchor text ที่ “พยายามเกินไป” คือใบเบิกทางไปสู่การโดนลงโทษ ความสมดุลคือหัวใจ ไม่ใช่ปริมาณ

ประเภทของ Anchor Text (6 ประเภทหลัก)

ก่อนจะวางกลยุทธ์อัตราส่วน เราต้องรู้จัก “ของ” ทั้งหมดก่อน Anchor text แบ่งได้เป็น 6 ประเภทหลัก สมมติว่าหน้าปลายทางคือบริการ “รับทำ SEO” ของ Southern Whale ที่มี keyword หลักคือ “รับทำ SEO หาดใหญ่”

1. Exact Match Anchor (ตรงเป๊ะ)

ใช้ keyword เป้าหมายแบบเป๊ะ ๆ เป็นข้อความลิงก์ ตัวอย่าง: รับทำ SEO หาดใหญ่

  • พลัง: สูงสุดในแง่ relevance signal
  • ความเสี่ยง: สูงสุดเช่นกัน — ถ้ามากเกินไปคือสัญญาณ manipulation อันดับ 1 ที่ Penguin จับ

2. Partial Match Anchor (ตรงบางส่วน)

ใส่ keyword ปนกับคำอื่น ทำให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น ตัวอย่าง: บริการรับทำ SEO สำหรับร้านในหาดใหญ่ หรือ วิธีเลือกทีม SEO ที่ดี

  • ปลอดภัยกว่า exact match มาก แต่ยังส่ง relevance ได้ดี — เป็นพระเอกตัวจริงของ anchor สาย on-page

3. Branded Anchor (ชื่อแบรนด์)

ใช้ชื่อแบรนด์หรือชื่อเว็บเป็น anchor ตัวอย่าง: Southern Whale หรือ southernwhale.com

  • ปลอดภัยที่สุด Google มองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติเพราะคนมักอ้างอิงแบรนด์ตรง ๆ เว็บที่แข็งแรงจะมี branded anchor เป็นสัดส่วนสูงสุดเสมอ

4. Naked URL Anchor (URL เปล่า)

ใช้ตัว URL เป็น anchor text ตรง ๆ ตัวอย่าง: https://southernwhale.com/services/seo/

  • ปลอดภัยมาก ดูเป็นธรรมชาติ มักเกิดจากการที่คนวางลิงก์ในฟอรั่ม คอมเมนต์ หรืออ้างอิงแบบดิบ ๆ

5. Generic Anchor (คำทั่วไป)

ใช้คำกลาง ๆ ที่ไม่มี keyword ตัวอย่าง: คลิกที่นี่, อ่านเพิ่มเติม, ดูรายละเอียด, เว็บไซต์นี้

  • ปลอดภัยและจำเป็นต่อความเป็นธรรมชาติ แต่ให้ relevance signal ต่ำ ในแง่ UX ควรใช้อย่างมีสติเพราะ “คลิกที่นี่” ไม่ดีต่อ accessibility และ screen reader

6. Image Anchor / Image Alt (ลิงก์บนรูปภาพ)

เมื่อรูปภาพถูกทำเป็นลิงก์ Google จะใช้ ข้อความใน alt attribute ของรูป เป็น anchor text แทน

  • ดังนั้น alt text ของรูปที่เป็นลิงก์จึงสำคัญมาก ควรเขียนให้บรรยายรูปอย่างเป็นธรรมชาติและมี keyword พอประมาณ ไม่ใช่ยัด exact match (อ่านเพิ่มเรื่องนี้ในแนวทาง on-page SEO checklist ของเรา)

ตารางสรุปประเภท Anchor Text

ประเภทตัวอย่างRelevanceความเสี่ยงใช้บ่อยแค่ไหน
Exact Matchรับทำ SEO หาดใหญ่สูงมากสูงมากน้อยมาก
Partial Matchบริการ SEO สำหรับ SMEสูงปานกลางปานกลาง
BrandedSouthern Whaleปานกลางต่ำมากบ่อยที่สุด
Naked URLsouthernwhale.comต่ำต่ำมากบ่อย
Genericอ่านเพิ่มเติมต่ำมากต่ำปานกลาง
Image Alt(alt ของรูปลิงก์)ขึ้นกับ altต่ำ-ปานกลางตามบริบท

อัตราส่วน Anchor Text ที่ปลอดภัยปี 2026

นี่คือหัวใจของทั้งบทความ คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ “แล้วต้องใช้แต่ละแบบกี่เปอร์เซ็นต์?” คำตอบไม่มีตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ตายตัว เพราะ profile ที่เป็นธรรมชาติของแต่ละ niche ต่างกัน แต่จากการดู profile ของเว็บที่ติดอันดับมั่นคงและไม่เคยโดน penalty ทีมเราใช้ช่วงต่อไปนี้เป็นกรอบที่ปลอดภัยสำหรับ backlink profile (external) ในปี 2026:

ประเภท Anchorสัดส่วนที่แนะนำ (โดยประมาณ)
Branded~35-45%
Naked URL~15-25%
Generic~10-15%
Partial Match~10-20%
Exact Match~1-5% (ห้ามเกิน)
Image/อื่น ๆ~5-10%

หลักคิดที่สำคัญกว่าตัวเลข:

  1. Branded ต้องเป็นพระเอกเสมอ ถ้า branded anchor ของคุณต่ำกว่า exact match นั่นคือสัญญาณเตือนภัยทันที
  2. Exact match คือเครื่องเทศ ไม่ใช่จานหลัก ใส่น้อย ๆ พอให้มีรสชาติ ถ้าใส่เยอะคือพังทั้งจาน
  3. ดูภาพรวม ไม่ใช่ลิงก์ทีละอัน ลิงก์ exact match เดี่ยว ๆ ไม่อันตราย แต่ profile ที่ exact match ครองสัดส่วนสูงต่างหากที่อันตราย
  4. เทียบกับคู่แข่ง วิธีหา baseline ที่ดีที่สุดคือดู anchor profile ของเว็บที่ติด Top 3 ใน niche คุณ (ผ่าน Ahrefs > Anchors) แล้วเลียนแบบ “รูปทรงธรรมชาติ” ของมัน

ข้อควรระวัง: ตัวเลขเหล่านี้ใช้กับ backlink ภายนอก สำหรับ internal link มีหลักคิดต่างออกไป (อ่านหัวข้อถัดไป)

หลายคนเอากฎอัตราส่วนของ backlink ไปใช้กับ internal link ผิด ๆ ทั้งที่สองอย่างนี้มีตรรกะคนละชุด

  • คุณควบคุมได้ 100% จึงสามารถใช้ anchor ที่เป็น descriptive / partial / exact ได้อย่างตั้งใจมากกว่า
  • Google ผ่อนปรนกับ internal anchor มากกว่า external เพราะมันคือการที่เว็บอธิบายโครงสร้างตัวเอง ไม่ใช่การที่เว็บอื่นโหวตให้ — Penguin โฟกัสที่ inbound link จากภายนอกเป็นหลัก
  • แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “อัด exact match ได้ไม่อั้น” การใช้ anchor เป๊ะ ๆ เหมือนกันซ้ำทุกหน้าก็ดู spammy และไม่เป็นมิตรกับผู้อ่าน
  • best practice: ใช้ anchor ที่บรรยาย (descriptive) และสื่อความหมายชัดเจน เน้นช่วยผู้ใช้และกระจาย link equity ไปยังหน้าสำคัญ เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวางโครงสร้างเว็บที่ดี ซึ่งเราพูดถึงในแนวทาง on-page
  • คุณคุมได้แค่บางส่วน ผ่าน outreach และ guest post ส่วนลิงก์ธรรมชาติ (organic) คุณคุมไม่ได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้ profile ดูเป็นธรรมชาติ
  • นี่คือจุดที่ Penguin จับตา การไป “สั่ง” ให้ทุกลิงก์ภายนอกใช้ exact match keyword คือพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติที่สุด
  • กลยุทธ์การสร้างลิงก์ภายนอกอย่างปลอดภัยเราเขียนไว้ละเอียดในคู่มือ การสร้าง backlink สายขาว และภาพรวม Off-Page SEO
ประเด็นInternal LinkExternal Link (Backlink)
ระดับการควบคุม100%บางส่วน
ความเข้มงวดของ Googleผ่อนปรนเข้มงวด (Penguin)
Exact match ใช้ได้แค่ไหนใช้ได้พอประมาณใช้ได้น้อยมาก
เป้าหมายหลักUX + กระจาย link equityสร้างความน่าเชื่อถือ

Anchor Text กับ Google Penguin: เส้นแบ่งระหว่างปั่นกับธรรมชาติ

ในปี 2012 Google ปล่อยอัลกอริทึม Penguin ที่ออกแบบมาเล่นงานเว็บที่ใช้ลิงก์แบบ manipulative โดยเฉพาะ anchor text ที่ over-optimized ตั้งแต่ Penguin 4.0 มันถูกฝังเข้าไปใน core algorithm ทำงานแบบ real-time และทำงาน 2 แบบ:

  1. Devalue (ลดค่า) — ในหลายกรณี Penguin จะ “เพิกเฉย” ต่อลิงก์ที่ดูสแปม คือไม่นับให้ ไม่ได้ลงโทษ แต่คุณก็ไม่ได้ประโยชน์จากลิงก์นั้น (เสียเงินฟรี)
  2. Suppress / Penalty — ถ้าสัญญาณ manipulation รุนแรง อันดับของหน้าหรือทั้งเว็บอาจถูกกดลง และในกรณีหนัก ๆ อาจโดน manual action จากทีม Google ซึ่งเห็นได้ใน Google Search Console

Over-optimization คือสภาวะที่ profile ของคุณ “ดูตั้งใจปั่นเกินไป” สัญญาณคลาสสิกที่สุดคือ exact match anchor ในสัดส่วนสูงผิดธรรมชาติ ลองนึกตามตรรกะของบอต: ถ้ามีร้อยเว็บลิงก์หาคุณด้วยคำว่า “รับทำ SEO ราคาถูก” เป๊ะ ๆ เหมือนกันหมด มนุษย์จริง ๆ ไม่มีทางบังเอิญใช้คำเดียวกันขนาดนั้น — มันต้องมีคนจัดฉาก

ข่าวดีคือถ้าโดนแล้ว ก็แก้ได้ ด้วยการลด/disavow ลิงก์พิษ และเจือจาง profile ด้วย branded/naked URL anchor ที่เป็นธรรมชาติ แต่ “การไม่ต้องแก้” ย่อมดีกว่าเสมอ

ข้อผิดพลาดเรื่อง Anchor Text ที่พบบ่อย (และวิธีเลี่ยง)

จากการตรวจเว็บลูกค้าและเว็บที่มาขอความช่วยเหลือหลังโดน penalty นี่คือความผิดพลาดที่เจอซ้ำที่สุด:

  1. อัด exact match มากเกินไป — ความผิดอันดับ 1 ที่นำไปสู่ penalty แก้โดยจำกัด exact match ให้อยู่ในระดับต่ำและกระจายไปใช้ partial/branded
  2. ใช้ anchor เดียวซ้ำทุกที่ — ทุก backlink ใช้คำเป๊ะเดียวกัน ดูเป็นการ automate ทันที ควรมี “ความหลากหลาย” ตามธรรมชาติ
  3. ละเลย branded anchor — เว็บ SME ไทยจำนวนมากไม่มี branded anchor เลยเพราะมัวแต่ยัด keyword นี่คือความผิดปกติที่ Google จับได้ง่าย
  4. “คลิกที่นี่” ทั้งเว็บ — เสีย relevance signal และแย่ต่อ accessibility ผู้ใช้ screen reader จะได้ยินแค่ “ลิงก์ คลิกที่นี่” ซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ว่าไปไหน
  5. Anchor ไม่ตรงกับเนื้อหาปลายทาง — ลิงก์เขียนว่า “วิธีทำ SEO” แต่พาไปหน้าขายคอร์ส สร้างความสับสน เพิ่ม bounce rate และลดความน่าเชื่อถือ
  6. ลืม alt text ของรูปที่เป็นลิงก์ — ปล่อย alt ว่าง = Google ไม่มี context เลย ทั้งเสีย anchor signal และเสียคะแนน image SEO
  7. ซื้อลิงก์แล้วสั่ง anchor เอง — นอกจากเสี่ยง penalty แล้ว ยังขัดนโยบาย Google โดยตรง

Best Practice เรื่อง Anchor Text ปี 2026

สรุปแนวทางที่ทีมเราใช้จริงและแนะนำให้ลูกค้าทุกราย:

  • เขียนเพื่อคนก่อน เพื่อบอตทีหลัง ถ้า anchor อ่านแล้วเป็นธรรมชาติสำหรับมนุษย์ มันมักจะปลอดภัยกับ Google โดยอัตโนมัติ
  • ให้ branded เป็นฐาน ปล่อยให้ชื่อแบรนด์และ naked URL เป็นสัดส่วนหลักของ external profile
  • ใช้ partial match เป็นตัวส่ง relevance แทนที่จะพึ่ง exact match — ได้ประโยชน์ด้าน SEO โดยไม่เสี่ยง
  • ใส่ context รอบลิงก์ Google อ่านคำรอบ ๆ anchor (co-occurrence) ด้วย ดังนั้นแม้ anchor จะเป็น generic แต่ถ้าประโยครอบ ๆ มี keyword ก็ยังส่ง signal ได้
  • ตรวจ anchor profile เป็นประจำ อย่างน้อยทุกไตรมาส ใช้ Ahrefs/SE Ranking ดูสัดส่วน แล้วปรับให้สมดุล หากเห็น exact match พุ่งให้รีบเจือจาง
  • internal link ใช้ descriptive anchor ที่ช่วยผู้ใช้และส่ง link equity ไปยังหน้าสำคัญ
  • alt text ของรูปลิงก์ต้องบรรยายชัดและเป็นธรรมชาติ ไม่ยัด keyword

ที่ Southern Whale เราดูแล anchor text profile ให้ลูกค้า SME ภาคใต้แบบ “สายขาว 100%” — ตั้งแต่วาง internal linking ที่ส่ง link equity ถูกหน้า ไปจนถึงตรวจสุขภาพ backlink และเจือจาง profile ที่เริ่มเสี่ยงก่อนจะสายเกินแก้ ถ้าคุณอยากให้ทีมเราช่วยตรวจและวางกลยุทธ์ลิงก์ให้ปลอดภัยและได้อันดับจริง ดูรายละเอียด บริการ SEO ของเรา ได้เลย

ตัวอย่างภาษาไทย: วาง Anchor Text ให้เป็นธรรมชาติ

สมมติคุณมีร้านขายอาหารทะเลแห้งออนไลน์ในจังหวัดตรัง และอยากดันหน้า “กุ้งแห้งตรัง” นี่คือชุด anchor ที่ผสมแล้วดูเป็นธรรมชาติ:

  • “ร้าน Talay Trang มีกุ้งแห้งคุณภาพดี” → branded
  • “อ่านวิธีเลือก กุ้งแห้งแท้ไม่ผสมสี” → partial match
  • “สั่งซื้อ กุ้งแห้งตรัง ได้ที่นี่” → exact match (ใช้น้อย)
  • “ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ talaytrang.com” → naked URL
  • คลิกดูเมนูแนะนำ” → generic

สังเกตว่าในชุดนี้ exact match มีแค่ 1 จาก 5 ส่วน branded กับ naked URL ครองพื้นที่ — นี่คือ “รูปทรง” ที่ Google มองว่าเป็นธรรมชาติ ถ้าทั้ง 5 อันใช้ “กุ้งแห้งตรัง” เหมือนกันหมด นั่นแหละคือสูตรโดน Penguin

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Anchor text มีผลต่ออันดับมากแค่ไหน? มีผลในระดับ “สำคัญแต่ต้องสมดุล” มันเป็น relevance signal ที่ดี แต่พลังของมันมาพร้อมความเสี่ยง การใช้ผิดสัดส่วนทำร้ายอันดับได้มากกว่าที่การใช้ถูกจะช่วยได้

Q: ควรใช้ exact match anchor กี่เปอร์เซ็นต์? สำหรับ backlink ภายนอก แนะนำให้อยู่ที่ ~1-5% และไม่ควรเกินนั้น สำหรับ internal link ยืดหยุ่นกว่าแต่ก็ไม่ควรอัดซ้ำเป๊ะ ๆ ทุกหน้า

Q: Anchor text ของ internal link สำคัญไหม? สำคัญ ช่วยทั้ง UX และกระจาย link equity ไปหน้าที่ต้องการดัน แต่ Google ผ่อนปรนกับ internal anchor มากกว่า external จึงใช้ descriptive anchor ได้เต็มที่กว่า

Q: ถ้าโดน penalty จาก anchor over-optimization แก้ยังไง? ตรวจ backlink profile หาลิงก์ exact match ที่ผิดธรรมชาติ ใช้ Disavow Tool กับลิงก์พิษ และสร้าง/กระตุ้น branded + naked URL anchor ใหม่เพื่อเจือจางสัดส่วน จากนั้นรอให้ Google re-crawl

Q: รูปภาพที่เป็นลิงก์ Google ใช้อะไรเป็น anchor? ใช้ข้อความใน alt attribute ของรูป ดังนั้น alt ของรูปที่เป็นลิงก์จึงควรเขียนให้บรรยายและมี keyword พอประมาณ

สรุป

Anchor Text คือข้อความที่คลิกได้บนลิงก์ ที่ทำหน้าที่บอกทั้งผู้ใช้และ Google ว่าหน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร มันแบ่งเป็น 6 ประเภทหลัก — exact match, partial match, branded, naked URL, generic และ image alt — แต่ละแบบมีพลังและความเสี่ยงต่างกัน

หัวใจของการใช้ anchor text ให้ปลอดภัยในปี 2026 ไม่ใช่การไล่ยัด keyword แต่คือการรักษา ความสมดุลที่เป็นธรรมชาติ ให้ branded และ naked URL เป็นฐาน ใช้ partial match ส่ง relevance และเก็บ exact match ไว้น้อย ๆ เหมือนเครื่องเทศ ส่วน internal link ให้เน้น descriptive anchor ที่ช่วยผู้ใช้และกระจาย link equity

ทำตามหลักเหล่านี้ คุณจะได้ประโยชน์จาก anchor text เต็มที่โดยไม่ต้องกลัว Penguin มาเคาะประตู และถ้าต้องการมือโปรช่วยดูแล profile ลิงก์ให้สายขาวและได้อันดับจริง ทีม Southern Whale พร้อมเสมอ

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

anchor text คือ, anchor text, ประเภท anchor text, exact match anchor, อัตราส่วน anchor text, over-optimization, penguin penalty, internal link anchor

บทความที่เกี่ยวข้อง