หลายคนได้ยินคำว่า Duplicate Content แล้วกลัวว่าจะโดน Google ลงโทษ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ปัญหาจริงของเนื้อหาซ้ำไม่ใช่การถูกลงโทษ แต่คือการที่หน้าของเราแย่งกันเองจนไม่มีหน้าไหนแข็งพอจะติดอันดับ
Duplicate Content คืออะไร
Duplicate Content คือเนื้อหาที่เหมือนกันหรือคล้ายกันมาก ปรากฏอยู่ในหลาย URL ไม่ว่าจะภายในเว็บเดียวกันหรือข้ามเว็บ
แบ่งได้สองแบบ
ซ้ำภายในเว็บตัวเอง เป็นแบบที่พบบ่อยที่สุดและแก้ได้ทั้งหมด มักเกิดจากระบบสร้าง URL หลายเส้นให้เนื้อหาชิ้นเดียว
ซ้ำข้ามเว็บ เช่น เว็บอื่นคัดลอกเนื้อหาเราไป หรือเราใช้คำอธิบายสินค้าจากผู้ผลิตเหมือนกับร้านอื่นอีกร้อยร้าน
มีโทษจริงไหม
Google ระบุชัดว่า เนื้อหาซ้ำโดยทั่วไปไม่ถือเป็นการละเมิดและไม่มีบทลงโทษ ยกเว้นกรณีที่ตั้งใจคัดลอกเนื้อหาคนอื่นมาทั้งเว็บเพื่อหลอกระบบ ซึ่งเป็นคนละเรื่อง
แต่ผลเสียที่เกิดขึ้นจริงมีสามอย่าง
หนึ่ง สัญญาณกระจาย ถ้าหน้าเดียวกันมีสี่ URL ลิงก์ที่ควรรวมกันจะกระจายไปสี่ที่ ไม่มีหน้าไหนแข็งพอ
สอง Google เลือกหน้าแทนเรา ระบบจะเลือกหนึ่ง URL มาแสดงและซ่อนที่เหลือ ปัญหาคือมันอาจเลือกหน้าที่เราไม่ต้องการ เช่น เลือกหน้าที่มีพารามิเตอร์ยาว ๆ แทนหน้าหลัก
สาม เปลืองงบการเก็บข้อมูล เว็บที่มีหน้าซ้ำหลายพันหน้าทำให้ Googlebot ใช้เวลาไปกับหน้าที่ไม่มีคุณค่า แทนที่จะเก็บหน้าใหม่ อ่านต่อที่ Crawl Budget
สาเหตุที่พบบ่อยในเว็บไทย
เข้าได้ทั้ง www และไม่มี www
example.com และ www.example.com เป็นคนละ URL ในทางเทคนิค ถ้าทั้งคู่เปิดได้โดยไม่เปลี่ยนเส้นทาง ทุกหน้าในเว็บจะมีสองเวอร์ชันทันที
เข้าได้ทั้ง http และ https
ปัญหาเดียวกัน และพบบ่อยหลังติดตั้ง SSL แล้วลืมบังคับเปลี่ยนเส้นทาง
มีสแลชปิดท้ายกับไม่มี
/blog/ กับ /blog ถ้าทั้งคู่ใช้ได้ ก็เป็นสองหน้า
พารามิเตอร์จากตัวกรองและการเรียงลำดับ
เว็บขายของที่มีตัวกรองสี ขนาด และช่วงราคา สร้าง URL ได้เป็นหมื่นแบบจากสินค้าชุดเดียว นี่คือสาเหตุที่ทำให้เว็บอีคอมเมิร์ซมีหน้าซ้ำมากที่สุด
พารามิเตอร์ติดตามผล
ลิงก์ที่มี UTM ต่อท้ายถือเป็น URL คนละเส้นในทางเทคนิค
หน้าเดียวกันเข้าถึงได้จากหลายหมวด
สินค้าชิ้นเดียวที่อยู่ได้ทั้งใน /รองเท้า/ผู้ชาย/รุ่นA และ /แบรนด์B/รุ่นA
หน้าแท็กและหน้าหมวดที่มีบทความเดียวกัน
บทความหนึ่งติดสิบแท็ก ทำให้เกิดหน้ารวมสิบหน้าที่มีเนื้อหาเกือบเหมือนกัน
เวอร์ชันพิมพ์หรือเวอร์ชัน AMP ที่ไม่ได้ประกาศความสัมพันธ์
คำอธิบายสินค้าที่คัดลอกจากผู้ผลิต
ร้อยร้านใช้ข้อความเดียวกัน ผลคือไม่มีร้านไหนโดดเด่น
วิธีแก้แต่ละแบบ
Canonical Tag — ใช้เมื่อต้องการให้ทุกเวอร์ชันเข้าถึงได้ แต่บอกว่าอันไหนคือตัวหลัก
เหมาะกับพารามิเตอร์ตัวกรอง พารามิเตอร์ติดตามผล และสินค้าที่อยู่หลายหมวด
ข้อควรระวังคือ Canonical เป็นเพียง คำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง ถ้าเนื้อหาสองหน้าต่างกันมาก Google อาจไม่ทำตาม
อ่านวิธีใช้ได้ที่ Canonical Tags
301 Redirect — ใช้เมื่อไม่ต้องการให้เวอร์ชันอื่นเข้าถึงได้อีก
เหมาะกับกรณี www กับไม่มี www, http กับ https, สแลชปิดท้าย และหน้าเก่าที่ย้ายไปแล้ว
วิธีนี้เด็ดขาดกว่า Canonical เพราะรวมสัญญาณทั้งหมดไปที่ปลายทางแน่นอน อ่านต่อที่ 301 Redirect
Noindex — ใช้เมื่อต้องการให้คนเข้าได้แต่ไม่ต้องการให้อยู่ในดัชนี
เหมาะกับหน้าแท็กที่มีบทความน้อย หน้าผลการค้นหาภายในเว็บ และหน้าที่สร้างขึ้นเพื่อการใช้งานแต่ไม่มีคุณค่าในการค้นหา
อ่านต่อที่ Noindex คืออะไร
รวมเป็นหน้าเดียว — ใช้เมื่อมีบทความหลายเรื่องที่พูดเรื่องเดียวกัน
กรณีนี้ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคแต่เป็นปัญหาเชิงเนื้อหา ทางแก้คือรวมเนื้อหาที่ดีที่สุดของทุกเรื่องเข้าเป็นบทความเดียว แล้วเปลี่ยนเส้นทางที่เหลือมาที่นั่น
วิธีนี้มักทำให้อันดับดีขึ้นทันที เพราะสัญญาณที่เคยกระจายถูกรวมเข้าด้วยกัน
เขียนใหม่ — ใช้กับคำอธิบายสินค้าที่คัดลอกมา
การเขียนคำอธิบายของตัวเองแม้จะสั้นกว่า ก็ให้ผลดีกว่าการใช้ข้อความเดียวกับอีกร้อยร้าน อ่านต่อที่ เขียนคำอธิบายสินค้า
ตรวจหาเนื้อหาซ้ำในเว็บของคุณ
ค้นหาข้อความเฉพาะใน Google คัดลอกประโยคหนึ่งจากบทความ ใส่เครื่องหมายคำพูดครอบ แล้วค้นหาพร้อมจำกัดเฉพาะเว็บของคุณ ถ้าเจอหลายหน้า แปลว่ามีซ้ำ
ดูรายงานการจัดทำดัชนีใน Search Console มองหาหมวดที่บอกว่าหน้าซ้ำ ซึ่ง Google จะระบุด้วยว่าเลือกหน้าไหนเป็นตัวหลัก
เทียบจำนวนหน้าในดัชนีกับจำนวนหน้าจริง ถ้าเว็บมี 300 หน้าแต่ในดัชนีมี 3,000 แปลว่ามีหน้าที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ตั้งใจจำนวนมาก
ใช้เครื่องมือ Crawl เพื่อหาหน้าที่มี Title หรือ Meta Description ซ้ำกัน ซึ่งมักเป็นสัญญาณแรกของเนื้อหาซ้ำ
เนื้อหาของเราถูกคนอื่นคัดลอกไป
กรณีนี้ Google มักระบุต้นฉบับได้ถูกต้อง โดยเฉพาะถ้าเว็บเรามีความน่าเชื่อถือสูงกว่าและเผยแพร่ก่อน
สิ่งที่ช่วยได้
เผยแพร่แล้วส่งให้ Google เก็บทันที ผ่านเครื่องมือตรวจ URL ใน Search Console
ใส่ลิงก์ภายในไปยังหน้าอื่นในเว็บของเรา เพราะเว็บที่คัดลอกมักคัดลอกลิงก์ไปด้วย กลายเป็นการอ้างอิงกลับมาหาเรา
ถ้าเสียหายจริง ยื่นคำร้องด้านลิขสิทธิ์ แต่ควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น
สรุป
เนื้อหาซ้ำในเว็บไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการลอก แต่เกิดจากการตั้งค่าที่ทำให้เนื้อหาเดียวเข้าถึงได้หลายทาง
ลำดับการแก้ที่ให้ผลเร็วที่สุดคือ จัดการเรื่อง www และ https ให้เหลือเวอร์ชันเดียวก่อน แล้วค่อยไล่จัดการพารามิเตอร์ด้วย Canonical และเก็บหน้าที่ไม่มีคุณค่าออกจากดัชนีด้วย noindex
อ่านบทความอื่นในหมวดนี้ได้ที่ คู่มือ SEO
