เคสนี้เหมาะกับใคร
ถ้าคุณเป็นตัวแทนจองเรือสำราญ บริษัททัวร์ต่างประเทศ หรือธุรกิจท่องเที่ยวที่โพสต์โปรโมชันบน Facebook สม่ำเสมอ แต่ลูกค้าแทบไม่เคยเจอคุณจาก Google เคสนี้เล่าตั้งแต่วันที่เราตรวจเว็บ ตรวจเพจ และตรวจตลาด ไปจนถึงแผนเว็บใหม่และระบบจองที่วางไว้
ท้ายบทความมีเช็กลิสต์ที่คุณเอาไปเทียบกับเว็บและเพจของตัวเองได้ทันที
เราไม่ระบุชื่อกิจการเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้า และไม่ระบุชื่อเว็บคู่แข่ง
1. เจ้าของธุรกิจอยากเทียบชั้นผู้นำตลาด
บริษัทนี้เป็นตัวแทนจองเรือสำราญในกรุงเทพฯ มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ขายทั้งครูซทะเลในเอเชีย ครูซยุโรป ล่องเรือแม่น้ำในยุโรป เส้นทางที่ออกจากท่าเรือในไทย ทัวร์ส่วนตัว และกรุ๊ปดูงานขององค์กร
เจ้าของบริษัทมีตัวอย่างในใจอยู่แล้ว คือเว็บตัวแทนจองเรือสำราญเจ้าหนึ่งที่มีระบบจองออนไลน์ให้ลูกค้าเลือกห้องบนผังเด็คได้เอง และอยากได้เว็บแบบนั้น
โจทย์ที่ได้มาคือ 3 อย่าง
- เว็บใหม่ แทน WordPress เดิม
- สองภาษา ไทยและอังกฤษ
- ระบบจองทัวร์ ที่ทีมงานจัดการเองได้
ข้อมูลที่เราใช้
- เว็บเดิมของลูกค้า ตรวจโค้ดจริงทุกหน้า
- เพจ Facebook ของลูกค้า ไล่ดูครบ 1,173 ภาพและ 4 อัลบั้ม
- Ahrefs ใช้ดูปริมาณการค้นหา ความยากของคำ และข้อมูลคู่แข่ง 9 ราย
- ระบบจองของเว็บที่ลูกค้าอยากเทียบชั้น ศึกษาว่าทำงานอย่างไร และอะไรที่ Google เห็นหรือไม่เห็น
หลังประชุมกับผู้บริหารฝ่ายการตลาด เราทำแบบสอบถาม 42 ข้อ 6 หมวดส่งให้ลูกค้าอีกชุด ทุกข้อบอกเหตุผลว่าคำตอบจะไปใช้ตรงไหนของงาน เช่น เรือลำไหนขายดีที่สุด 3 อันดับแรก ยอดจองวันนี้มาจากช่องทางไหน และข้อที่สำคัญที่สุดคือ ได้โควตาห้องจากสายเรือล่วงหน้า หรือต้องเช็กห้องว่างกับสายเรือทุกครั้ง เพราะคำตอบข้อนี้กำหนดว่าระบบจองจะยืนยันอัตโนมัติได้หรือต้องมีขั้นตอนรอสายเรือยืนยัน
ก่อนเริ่มวางแผน เราตั้งคำถามข้อเดียวว่า ปัญหาของตลาดนี้คือเว็บไม่แข็งแรงพอ หรือคือยังไม่มีหน้าที่ตอบตรงสิ่งที่คนค้น คำตอบเปลี่ยนน้ำหนักของงานทั้งหมด
2. เราเจออะไร และเสนออะไร
เว็บเดิม: มีภาพลักษณ์ดี แต่ Google ยังไม่รู้ว่าขายอะไร
จุดพื้นฐานที่ยังไม่มีบนเว็บเดิม
- ชื่อหน้า (title) ทุกหน้าเป็นแค่ชื่อบริษัท ไม่มีคำว่าเรือสำราญหรือบริการที่ขาย
- ไม่มีคำอธิบายหน้า (meta description) ทั้ง 8 หน้า
- ไม่มีหัวข้อหลัก (H1) ในหน้าขาย หัวข้อ H1 เดียวที่เจอบนเว็บอยู่ในโพสต์ตัวอย่าง “Hello world!” ที่ยังเปิดอยู่
- ไม่มีข้อมูลโครงสร้าง (Schema) เลย ทั้งที่ธุรกิจท่องเที่ยวมี Schema ของตัวเอง
- มีภาษาเดียว และไม่มีระบบจอง ติดต่อได้ทางฟอร์มเท่านั้น
งานที่ยังไม่เก็บ ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือ
- เมนูยังมีรายการชื่อ “Home_old”
- หน้าแรกมีสองที่อยู่ (
/และ/home/) อยู่ใน sitemap ทั้งคู่ - หน้ารวมโพสต์ของผู้เขียนเปิดให้ Google เก็บอยู่ และเผยชื่อผู้ใช้หลังบ้าน
- ตอนที่ตรวจ โดเมนเหลืออายุไม่ถึง 2 เดือน เราแจ้งให้ต่ออายุก่อนเริ่มงาน
เราแยกงานแก้เร่งด่วนบนเว็บเดิมออกมาเป็นชุดที่ทำเสร็จได้ในวันเดียว เว็บจะได้เริ่มถูกหลักระหว่างรอเว็บใหม่
ของดีทั้งหมดอยู่ในรูปภาพ
ส่วนที่เปลี่ยนแผนมากที่สุดมาจากเพจ Facebook ไม่ใช่จากเว็บ
เพจมีผู้ติดตามหลายพันคน ลูกค้าโพสต์โปรโมชันสม่ำเสมอ มีตารางการเดินทาง รอบเรือ ราคาแยกตามประเภทห้อง มีซีรีส์แนะนำที่เที่ยวปลายทาง เคยจัดงานสัมมนาเรื่องเรือสำราญเอง และเคยได้รับเชิญไปร่วมพิธีตั้งชื่อเรือลำใหม่ของสายเรือระดับโลก
แต่ ข้อมูลเกือบทั้งหมดเป็นตัวหนังสือที่ฝังอยู่ในรูป Google อ่านไม่ได้ และโพสต์เก่าก็จมหายไปตามฟีด
เราอ่านข้อความจากรูปทั้ง 1,173 ภาพ ผ่านคำอธิบายรูปที่ Facebook สร้างให้อัตโนมัติ ได้ภาพที่มีข้อความอ่านได้ 219 ภาพ และได้แคตตาล็อกเส้นทางกับแพ็กเกจที่ขายจริง 14 รายการ ซึ่งไม่มีอยู่บนเว็บแม้แต่รายการเดียว
แคตตาล็อกนี้เปลี่ยนแผน 3 จุด
- ลำเรือที่ขายจริงต้องขึ้นก่อน ลำที่เป็นสินค้าหลักจริงของลูกค้ามีคำค้นชื่อเรือ 350 ครั้งต่อเดือน KD 2 เดิมเราวางไว้อันดับ 7 ต้องเลื่อนขึ้นมาเป็นหน้าแรก ๆ ที่ทำ
- มีสินค้าราคาเริ่มต้นหลักหมื่นต้น ใกล้กับราคาทัวร์ญี่ปุ่นทั่วไป หน้าราคาต้องชูรุ่นนี้เป็นตัวเปิด เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าเรือสำราญแพงเกินเอื้อม
- มีเรือออกจากท่าเรือในไทย คำกลุ่ม “เรือสำราญ แหลมฉบัง / ล่องเรือสำราญ ไทย” รวมราว 500 ครั้งต่อเดือน KD 0 กลับเข้าแผนได้เต็มตัว เพราะมีของขายจริง
งานหลักของเว็บใหม่จึงสรุปได้ในประโยคเดียว คือ เปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในรูปให้เป็นข้อความบนหน้าเว็บ ตารางการเดินทาง ราคา และรอบเรือทุกชุดต้องเป็น HTML ที่ Google อ่านได้ พร้อม Schema สินค้าและราคา แล้วใช้รูปเป็นภาพประกอบ
คู่แข่งตัวจริงไม่ใช่เว็บที่ใหญ่ที่สุด
เราตรวจคู่แข่ง 9 ราย แล้วเจอว่าเว็บที่มีความแข็งแรงของโดเมนสูงที่สุด ไม่ได้ลงสนามเรือสำราญเลย ส่วนเว็บที่ได้คนเข้าจากคำค้นเรือสำราญจริง คือเว็บที่เจาะเรือสำราญอย่างเดียว
ข้อสรุปจากกราฟนี้คือ ตลาดเรือสำราญในไทย ไม่ได้ติดที่ความแข็งแรงของโดเมน แต่ติดที่ยังไม่มีหน้าตรงคำค้น เราจึงแบ่งน้ำหนักงานเป็น 60% เนื้อหาและโครงสร้างหน้า 25% งานเทคนิค และ 15% ลิงก์จากเว็บอื่น
สิ่งที่เรียนรู้จากคู่แข่งแต่ละราย
- เว็บที่ลูกค้าอยากเทียบชั้น ได้คนจากการค้นหาเพียง 57 คนต่อเดือน เกือบทั้งหมดมาจากบทความให้ความรู้บทความเดียว ส่วนยอดจองมาจากโฆษณาเป็นหลัก ระบบจองของเขาเป็นแอปที่แสดงผลฝั่งเบราว์เซอร์ Google จึงเห็นเนื้อหาหน้าแพ็กเกจได้น้อย
- เว็บที่มีหน้ารายลำเรือ ได้คนราว 450 คนต่อเดือนจากสูตรเดียว คือทำหน้าแยกทุกลำเรือที่ขาย หน้าลำเรือหน้าเดียวได้คนเข้าเกิน 100 คน แต่เนื้อหาบางและบางลำมีสองหน้าแย่งคำกันเอง
- เว็บที่เจาะเรือสำราญอย่างเดียว ใช้เทคโนโลยีเก่า แต่หน้าเรือออกจากแหลมฉบังหน้าเดียวได้คนเข้า 221 คนต่อเดือน
- หน้ารวมเส้นทางหน้าเดียว ของเว็บทัวร์อีกราย ได้คน 108 คนจาก 25 คำค้น เพราะรวมทุกเส้นทางและราคาไว้ในหน้าเดียว
คำค้นใหญ่ที่เราตัดออก
ระหว่างวิจัย เราเจอคลัสเตอร์ “ล่องเรือเจ้าพระยา / ดินเนอร์ครูซ” ที่มีคนค้นรวมกันกว่า 20,000 ครั้งต่อเดือน KD เกือบทั้งหมด 0 ใหญ่กว่าคำเรือสำราญต่างประเทศทั้งหมดรวมกันหลายเท่า
หลังตรวจเพจและเว็บครบทุกโพสต์ เรายืนยันได้ว่าลูกค้าไม่ได้ขายดินเนอร์ครูซเจ้าพระยา คำว่า “River Cruise” บนเว็บเขาหมายถึงล่องเรือแม่น้ำในยุโรป เราจึงตัดคลัสเตอร์นี้ออกจากแผนหลัก ด้วยเหตุผล 3 ข้อ
- คนค้นหาดินเนอร์ราคาหลักพันสำหรับคืนนี้ ส่วนลูกค้าขายครูซหลักหมื่นที่จองล่วงหน้าหลายเดือน ได้คนเข้าเยอะแต่ไม่มีใครจอง
- ทำให้ Google สับสนว่าเว็บนี้เชี่ยวชาญเรื่องอะไร
- หน้าขายที่ไม่มีของขายจริงเข้าข่ายหน้าที่ Google ลงโทษ
เราเก็บคลัสเตอร์นี้ไว้เป็นโอกาสในอนาคต ถ้าวันหนึ่งลูกค้าตัดสินใจเป็นตัวแทนขายตั๋วเรือดินเนอร์จริง แล้วใช้ เนื้อหาปลายทางที่เรือแวะจริง ดึงคนแทน เช่น ซีรีส์ที่เที่ยวโอกินาว่าที่ลูกค้าเขียนไว้บนเพจอยู่แล้ว (คำ “โอกินาว่า ที่เที่ยว” 500 ครั้ง KD 0 และ “ปราสาทชูริ” 250 ครั้ง KD 0) ซึ่งลิงก์เข้าหน้าเรือที่แวะโอกินาว่าได้ตรง ๆ
อีกเรื่องที่ต้องรู้ คนไทยสะกดคำว่า “สำราญ” สองแบบบนแป้นพิมพ์ และ Google นับเป็นคนละคำ แบบหนึ่งมีคนค้นราว 2,100 ครั้ง อีกแบบราว 1,300 ครั้ง เนื้อหาจึงต้องมีทั้งสองแบบ และต้องติดตามอันดับทั้งสองคำ
ภาษาอังกฤษไม่ใช่ของแถม
คนที่ค้นภาษาอังกฤษในไทยคือชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย นักท่องเที่ยว และคนจากสิงคโปร์กับมาเลเซียที่ค้นข้ามประเทศ วอลุ่มฝั่งอังกฤษจึงมากกว่าฝั่งไทย และ KD ยังต่ำ คำอธิบายเพจของลูกค้าเองก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว
เราจึงเสนอให้ ทำภาษาอังกฤษพร้อมกับภาษาไทย โดยเขียนแยกแต่ละภาษา ไม่ใช่ใช้ปลั๊กอินแปล และบางหน้าควรทำภาษาอังกฤษก่อนด้วย
ตลาดต่างประเทศ 8 ประเทศ
ลูกค้าอยากทำตลาดเวียดนามด้วย เราจึงขอดูให้กว้างกว่านั้นว่า ถ้าจะขยายไปต่างประเทศ ควรไปที่ไหนก่อน เราตรวจคำค้นครบทุกกลุ่มสินค้าใน 8 ตลาด รวมคำภาษาท้องถิ่นด้วย ไม่ใช่แค่คำภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ได้จากการดูตลาดต่างประเทศ
- อินโดนีเซียใหญ่กว่าไทย 5 เท่า เพราะคำภาษาท้องถิ่น “kapal pesiar” (เรือสำราญ) คำเดียวมีคนค้น 14,000 ครั้งต่อเดือน KD 2 ถ้าดูแค่คำภาษาอังกฤษจะไม่เห็นตลาดนี้เลย
- อินเดียมีเมืองต้นทางชัด คำ “cruise from mumbai” 6,100 ครั้ง KD 1 และ “cruise from chennai” 800 ครั้ง KD 0
- มาเลเซียค้นเป็นภาษาอังกฤษ เราตรวจคำภาษามลายูแล้วแทบไม่มีคนค้น
- ล่องเรือแม่น้ำยุโรปเหมาะกับตลาดตะวันตก ในสหราชอาณาจักร ชื่อสายเรือแม่น้ำที่ลูกค้าขายมีคนค้น 1,900 ครั้ง KD 6 แต่ในเอเชียแทบไม่มีคนค้น
- เวียดนามยังเล็กมาก ทั้งที่เป็นตลาดที่ลูกค้าตั้งใจไว้ แต่ตรวจคำภาษาเวียดนามครบทุกสินค้าแล้วได้เพียง 240 ครั้งต่อเดือน และคำทั่วไปถูกเว็บทัวร์รายใหญ่ของเวียดนามครองอยู่ เราจึงแนะนำให้เลื่อนไปก่อน แล้วเริ่มจากอินโดนีเซียและอินเดียแทน
ข้อนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมควรดูตัวเลขก่อนตัดสินใจเปิดตลาดใหม่ ตลาดที่รู้สึกว่าใกล้ตัวไม่จำเป็นต้องเป็นตลาดที่มีคนค้นหา
สิ่งที่เสนอ
1. เว็บใหม่ 2 ภาษา แยกหน้าตาม 3 มุมที่ลูกค้าตัดสินใจ จุดหมายปลายทาง × สายเรือ × ลำเรือ รวม 48 หน้าต่อภาษา ทุกหน้ามีคำค้นเป้าหมายจากข้อมูลจริง
| กลุ่มหน้า | จำนวน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| หน้าหลักและหน้าแบรนด์ | 5 | หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ทำไมต้องจองกับเรา ติดต่อ โปรโมชัน |
| จุดหมายปลายทาง | 9 | เอเชีย ญี่ปุ่น เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปเหนือ อลาสก้า และเรือออกจากไทย |
| สายเรือ | 10 | สายเรือทะเลและสายเรือแม่น้ำที่ลูกค้าขาย |
| ลำเรือ | 12 | ลำที่ขายจริงก่อน ตามด้วยลำที่คำค้นมีคนค้นมากและ KD ต่ำ |
| ปลายทางที่เรือแวะ | 6 | โอกินาว่า ฮ่องกง ไทเป เซี่ยงไฮ้ เมดิเตอร์เรเนียน แม่น้ำดานูบ–ไรน์ |
| บริการ | 3 | ทัวร์ส่วนตัว กรุ๊ปองค์กร หน้ารวมราคา |
| ความน่าเชื่อถือ | 3 | เงื่อนไขการจองและยกเลิก ความเป็นส่วนตัว คำถามที่พบบ่อย |
2. หน้าลำเรือที่มีเนื้อหาจริง คู่แข่งที่ได้คนจากหน้าลำเรือใช้หน้าที่ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลอย่างเดียว เราเสนอหน้าลำเรือที่มีตารางการเดินทางรายวันเป็นข้อความ ผังเด็ค ประเภทห้อง คำถามที่พบบ่อย และ URL สะอาดไม่มีช่องว่างหรือเลขท้าย
3. เรียงลำดับหน้าตามโอกาส ไม่ใช่ตามความชอบ เริ่มจากหน้าแรกทั้งสองภาษา หน้าเรือที่ลูกค้าขายจริงซึ่งคำค้นมีคนค้นมาก บทความที่เที่ยวโอกินาว่าที่ลูกค้ามีเนื้อหาอยู่แล้ว หน้ารวมเส้นทางกับราคา และหน้าเรือออกจากไทย แล้วจึงค่อยทำลำเรือที่ KD 0–2 และสายเรือที่เหลือ
4. ใช้ของที่ลูกค้ามีอยู่แล้วเป็นหลักฐานความเชี่ยวชาญ ใบอนุญาตนำเที่ยวอยู่ในหน้าเกี่ยวกับเรา ท้ายเว็บ และ Schema รูปจากงานสัมมนาและพิธีตั้งชื่อเรือกลายเป็นหน้ากิจกรรม วิดีโอรีวิวจากผู้เดินทางฝังในหน้าลำเรือ และข้อความจุดขาย 9 ข้อที่ลูกค้าเขียนเองบนเพจกลายเป็นโครงหน้า “ทำไมต้องจองกับเรา”
5. ระบบจอง 3 ระดับที่ต่อยอดกันได้
- ระดับ 1 ฟอร์มขอจองจากหน้าแพ็กเกจ แจ้งเตือนทีมงานทางอีเมลและกลุ่มแชททันที ส่งอีเมลตอบกลับลูกค้าอัตโนมัติ
- ระดับ 2 ค้นหารอบเรือจากฐานข้อมูล เห็นห้องคงเหลือจริง ออกเลขจอง กันห้องไว้ 24 ชั่วโมง ชำระมัดจำด้วย QR พร้อมเพย์ และลูกค้าเช็กสถานะเองได้
- ระดับ 3 เลือกห้องบนผังเด็ค ชำระด้วยบัตรหรือผ่อน โค้ดส่วนลด และแจ้งเตือนยอดคงเหลืออัตโนมัติ
เราแนะนำให้เริ่มที่ระดับ 1 พร้อมเว็บใหม่ เพื่อเก็บข้อมูลก่อนว่าลูกค้าสนใจเส้นทางไหน แล้วค่อยขยับเมื่อทีมงานเริ่มตอบคำถามเรื่องห้องว่างซ้ำ ๆ จนไม่มีเวลาปิดการขาย การทำระบบเต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรกโดยยังไม่รู้พฤติกรรมลูกค้า มักได้ฟีเจอร์ที่ไม่มีใครใช้
ต่างจากระบบจองของคู่แข่งที่ Google เห็นได้น้อย หน้าแพ็กเกจของเราสร้างเป็นหน้าเว็บที่ Google เก็บได้ทุกหน้า
6. เตรียมเรื่องที่อยู่นอกการควบคุมของเราตั้งแต่วันแรก ระบบรับชำระเงินออนไลน์ต้องสมัครในนามบริษัทของลูกค้าและใช้เวลาอนุมัติ 2–4 สัปดาห์ เราจึงแนะนำให้ยื่นเอกสารตั้งแต่วันเริ่มโครงการ และต้องตัดสินใจเรื่องนโยบายให้ชัดก่อนเขียนระบบ เช่น สัดส่วนมัดจำ เงื่อนไขยกเลิก และได้โควตาห้องล่วงหน้าจากสายเรือหรือต้องยืนยันกับสายเรือทุกครั้ง
7. ย้ายเว็บโดยไม่เสียของเดิม ทุก URL เดิมมี 301 ไปหน้าใหม่ที่ตรงกัน ตรวจลิงก์ 378 โดเมนที่ชี้เข้าเว็บเดิมก่อนย้าย และแก้เบอร์โทรที่ไม่ตรงกันระหว่างโพสต์ให้เหลือชุดเดียวทั้งเว็บ เพจ และ Google Business Profile
3. ผลที่คาดหวัง
ตารางนี้คือเป้าหมายที่วางไว้ในแผน ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว ณ วันที่เขียนบทความ เรานำเสนอแผนต่อผู้บริหารฝ่ายการตลาดของลูกค้าแล้ว ลูกค้าเชิญให้นำเสนอรอบที่สอง และเว็บเดิมยังไม่ได้เปลี่ยน เมื่อมีข้อมูลจาก Search Console เราจะกลับมาอัปเดต
| ช่วงเวลา | สิ่งที่คาดว่าจะได้ | อ้างอิงจาก |
|---|---|---|
| เดือนที่ 1–3 | 50–150 คนต่อเดือน จากคำ KD 0–5 เช่น ชื่อลำเรือที่ขายจริง | คู่แข่งที่ลูกค้าเทียบชั้นได้ 57 คนด้วยเว็บที่โครงสร้างอ่อนกว่า |
| เดือนที่ 4–6 | 300–600 คนต่อเดือน เมื่อหน้าลำเรือหลักเริ่มติด | เว็บที่มีหน้ารายลำเรือได้ราว 450 คน |
| เดือนที่ 7–12 | 1,000–2,000 คนต่อเดือน ถ้าเพิ่มบทความต่อเนื่อง | เว็บเจาะเรือสำราญได้ 1,341 คนด้วย DR 0.3 |
ตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าจำนวนคนเข้าเว็บ คือจำนวนคำขอจองที่เข้ามาทางเว็บ และสัดส่วนยอดจองที่ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา เพราะเว็บที่ลูกค้าอยากเทียบชั้นพึ่งโฆษณาเป็นหลัก ถ้าหยุดโฆษณา ยอดจองก็หยุดตาม
เช็กลิสต์สำหรับตัวแทนจองเรือสำราญและบริษัททัวร์
ลองเปิดเว็บและเพจของคุณแล้วตอบทีละข้อ
ฝั่งเนื้อหา
- ราคา ตารางการเดินทาง และรอบเดินทาง อยู่บนหน้าเว็บเป็นข้อความ ไม่ได้อยู่แค่ในรูปโปรโมชัน
- ลำเรือหรือเส้นทางที่ขายจริงทุกตัวมีหน้าของตัวเอง
- มีหน้ารวมทุกเส้นทางพร้อมราคาเริ่มต้นไว้ในหน้าเดียว
- เนื้อหาใช้คำว่า “สำราญ” ทั้งสองแบบที่คนไทยพิมพ์
- ไม่มีหน้าที่ยิงคำค้นของสินค้าที่คุณไม่ได้ขาย
- ใบอนุญาตนำเที่ยวแสดงบนเว็บ
- เบอร์โทรและชื่อบริษัทตรงกันทุกช่องทาง
ฝั่งเทคนิค
- ทุกหน้ามีชื่อหน้าที่บอกว่าขายอะไร และมีคำอธิบายหน้า
- ไม่มีโพสต์ตัวอย่าง เมนูเก่า หรือหน้าซ้ำค้างอยู่ (ลองค้นใน Google ว่า
site:โดเมนของคุณ) - ถ้ามีภาษาอังกฤษ เป็นหน้าแยกจริงที่มี hreflang ไม่ใช่ปลั๊กอินแปลทับหน้าเดิม
- หน้าแพ็กเกจในระบบจองเปิดดูได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และ Google เก็บได้
- มีเงื่อนไขการจอง ยกเลิก และคืนเงินบนเว็บ (ผู้ให้บริการชำระเงินจะตรวจหน้านี้)
ถ้าติ๊กไม่ได้เกินครึ่ง เว็บของคุณน่าจะยังพลาดลูกค้าจาก Google อยู่ไม่น้อย
คำถามที่เจ้าของธุรกิจสายนี้ถามเราบ่อย
โพสต์บน Facebook สม่ำเสมออยู่แล้ว ทำไมยังต้องมีเว็บ โพสต์บน Facebook จมหายไปตามฟีด และข้อความในรูป Google อ่านไม่ได้ เว็บทำให้ทุกทริปกลายเป็นหน้าถาวรที่คนค้นเจอได้ตลอด ส่วนเพจยังใช้กระจายลิงก์และประกาศโปรโมชันได้เหมือนเดิม
คู่แข่งมีเว็บมานานกว่าและลิงก์เยอะกว่า จะแข่งได้ไหม ในตลาดเรือสำราญของไทย ตัวเลขบอกว่าได้ เว็บที่ DR 0.3 ได้คนเข้ามากกว่าเว็บทัวร์ที่ DR 46 เพราะมีหน้าตรงคำค้นครบ สิ่งที่ตัดสินคือหน้าที่ตอบตรงสิ่งที่คนค้น มากกว่าอายุหรือความแข็งแรงของโดเมน
คำที่มีคนค้นเยอะแต่เราไม่ได้ขาย ควรทำหน้าไว้ดึงคนไหม ไม่ควรทำเป็นหน้าขาย คนที่เข้ามาจะหาของที่คุณไม่มี แล้วก็ออกไป และ Google อาจมองว่าเป็นหน้าหลอก ถ้าอยากได้คนกลุ่มกว้าง ให้เขียนเนื้อหาที่ต่อยอดไปยังสินค้าที่ขายจริง เช่น ที่เที่ยวในเมืองที่เรือแวะ
ต้องทำระบบจองเต็มรูปแบบเลยไหม ไม่จำเป็น เริ่มจากฟอร์มขอจองที่แจ้งทีมงานทันทีก็ขายได้แล้ว แล้วดูว่าลูกค้าถามอะไรซ้ำบ่อย ค่อยเพิ่มระบบค้นหารอบเรือ มัดจำ และผังเด็คตามลำดับ
เราเคยวางเว็บ SEO และระบบจองให้ธุรกิจสายนี้
ถ้าคุณเป็นตัวแทนจองเรือสำราญหรือบริษัททัวร์ต่างประเทศ แล้วอยากรู้ว่าสินค้าที่คุณขายมีคนค้นหาเท่าไร และเว็บยังพลาดลูกค้ากลุ่มไหน เริ่มได้จาก ขอตรวจเว็บฟรี หรือดูรายละเอียด บริการรับทำ SEO บริการรับทำเว็บไซต์ และ บริการพัฒนาซอฟต์แวร์
