ข้อมูลในบทความ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2026 · เว็บเปิดใช้งานมาราว 7 เดือน
เคสนี้เหมาะกับใคร
ถ้าคุณทำเว็บรีวิว เว็บความรู้ หรือเว็บแนะนำสินค้าที่หารายได้จากลิงก์ affiliate แล้วเห็นใน Search Console ว่าอันดับดี มีคนเห็นเยอะ แต่คลิกแทบเป็นศูนย์ เคสนี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและแก้อย่างไร
ปัญหาแบบนี้เจอบ่อยขึ้นตั้งแต่ Google แสดงคำตอบจาก AI ไว้บนสุดของหน้าผลการค้นหา คำถามที่ตอบได้ในสองสามบรรทัด คนอ่านจบตรงนั้นแล้วไม่กดต่อ ต่อให้เว็บคุณอยู่อันดับ 4 ก็ตาม
บทความนี้มีทั้งวิธีอ่าน Search Console ให้เห็นปัญหานี้ วิธีเลือกคำใหม่ เรื่องความเร็วหน้าเว็บ และเรื่องลิงก์ภายในที่ทำให้หน้าเว็บหลุด index แบบเงียบ ๆ พร้อมเช็กลิสต์ท้ายบทความ
เราไม่ระบุชื่อกิจการ ชื่อโดเมน และชื่อร้านค้าออนไลน์ที่เว็บนี้ส่งคนไปซื้อ เพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของเว็บ
1. จุดเริ่มต้น: อันดับดี แต่ไม่มีใครคลิก
เว็บนี้เป็นเว็บความรู้เรื่องชาเขียวญี่ปุ่น เนื้อหาครอบคลุมมัทฉะและโฮจิฉะ วิธีเลือกเกรด แหล่งปลูก การชง ไปจนถึงบทความสำหรับคนที่อยากเปิดร้านเครื่องดื่มมัทฉะ มีบทความภาษาไทย 35 บทความและภาษาอังกฤษอีก 35 บทความ รายได้มาจากลิงก์ affiliate ไปยังร้านค้าบนแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ และหน้ารวมสินค้าแนะนำ
ตัวเว็บสร้างเสร็จกลางเดือนมกราคม 2026 ช่วงแรก Google แทบไม่แสดงเว็บเลย จนราวปลายเดือนพฤษภาคมจำนวนครั้งที่เว็บโผล่บน Google จึงเริ่มขึ้น
ต้นเดือนสิงหาคม 2026 เจ้าของเว็บส่งภาพหน้าจอ Search Console ย้อนหลัง 3 เดือนมาให้ดู ตัวเลขเป็นแบบนี้
อันดับ 4.5 หมายถึงเว็บอยู่ครึ่งบนของหน้าแรก ปกติตำแหน่งนี้ควรได้คลิกมากกว่า 26 ครั้งจากการแสดงผลเกือบ 15,000 ครั้งไปหลายเท่า เมื่ออันดับไม่ใช่ปัญหา เราจึงไปดูว่าคนเห็นเว็บจากคำอะไร
วิธีที่เราทำงาน
- อ่าน Search Console ทีละคำค้น ช่วง 1 พฤษภาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2026 ทั้งหมด 303 คำ ว่าคำไหนได้คนเห็นแต่ไม่ได้คลิก
- เปิดหน้าผลการค้นหาจริง ของคำที่คนเห็นเยอะที่สุด เพื่อดูว่าก่อนถึงลิงก์ของเว็บ คนค้นเจออะไรก่อน
- ตรวจทั้งเว็บจากไฟล์ที่ build แล้ว นับลิงก์เสีย รูปภาพ ขนาดไฟล์ ลิงก์ affiliate และการตั้งค่าหน้าแรก
- ตรวจรายงานการจัดทำดัชนีใน Search Console เพื่อดูว่าหน้าไหนยังไม่อยู่ใน Google
2. เราเจออะไร และเราทำอะไร
เจอ: คำที่คนเห็นเยอะที่สุด ได้ 0 คลิกทุกคำ
คำ “hojicha vs matcha” คำเดียวกินการแสดงผลไปมากกว่าครึ่งของทั้งเว็บ แต่ไม่มีใครคลิกเลย เมื่อเปิดหน้าผลการค้นหาดู คำตอบก็ชัด Google แสดงคำตอบจาก AI (AI Overview) ไว้บนสุด อธิบายความต่างของชาสองชนิดไว้ครบในไม่กี่บรรทัด คนที่อยากรู้แค่ว่าสองอย่างนี้ต่างกันอย่างไร อ่านจบตรงนั้นแล้วไม่ต้องกดต่อ
อีกเรื่องที่เจอคือ ตอนนั้นเว็บมีหน้าเกี่ยวกับโฮจิฉะแค่หน้าเดียว ทั้งที่คนค้นเรื่องนี้เยอะ และคนที่ค้นส่วนใหญ่ค้นเป็นภาษาอังกฤษจากหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนไทย
บทเรียนสำหรับเจ้าของเว็บ: อันดับดีไม่ได้แปลว่าจะได้คลิกอีกต่อไป คำถามแบบ “A กับ B ต่างกันอย่างไร” หรือ “X คืออะไร” เป็นกลุ่มที่ AI ตอบแทนได้ง่ายที่สุด
ทำ: ย้ายน้ำหนักไปที่คำที่คนยังกดเข้าเว็บ
เราไม่ได้ลบหน้าเดิม แต่เพิ่มหน้าที่ตอบสิ่งที่ AI สรุปแทนได้ยาก คือคำที่คนกำลังจะซื้อ กำลังจะลงมือทำ หรือต้องการตารางเทียบที่ละเอียดกว่าคำตอบสั้น ๆ
- กลุ่มเนื้อหาโฮจิฉะใหม่ 4 หัวข้อ ทั้งไทยและอังกฤษ รวม 8 หน้า ได้แก่ โฮจิฉะคืออะไร ผงโฮจิฉะ โฮจิฉะลาเต้ และคาเฟอีนในโฮจิฉะ หัวข้อ “ผงโฮจิฉะ” เป็นคำที่คนค้นเพื่อเลือกซื้อ ส่วน “โฮจิฉะลาเต้” คนค้นเพื่อชงเอง ซึ่งต้องการสูตรและขั้นตอน
- เครื่องมือเลือกชา 3 คำถาม ตอบแล้วได้คำแนะนำว่าชาแบบไหนเหมาะกับตัวเอง เป็นสิ่งที่คำตอบสั้น ๆ บนหน้าผลการค้นหาทำให้ไม่ได้
- กราฟปริมาณคาเฟอีนพร้อมตารางตัวเลขจริง ที่แสดงผลได้แม้ไม่มี JavaScript
- เขียนชื่อหน้าและคำอธิบายหน้าใหม่ 30 หน้า และแก้คำอธิบายหน้าหมวดที่สั้นเกินไปอีก 21 หน้า ชื่อหน้าใหม่บอกให้ชัดว่ากดเข้ามาแล้วได้อะไรมากกว่าคำตอบย่อ เช่น “Hojicha vs Matcha: 7 Differences & Which Is Healthier (2026)”
ทำ: ให้ AI และ Google อ่านเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
ถ้า AI จะสรุปคำตอบอยู่แล้ว อย่างน้อยเว็บควรเป็นแหล่งที่ AI อ่านได้ง่ายและอ้างถึง เราจึงทำเรื่องโครงสร้างข้อมูลเพิ่ม
- เพิ่มกล่องคำตอบสั้น 40–60 คำไว้ต้นบทความ และบอก Google ผ่าน Schema ว่านี่คือบทสรุปของหน้า
- ระบุว่าบทความพูดถึงเรื่องอะไร โดยชี้ไปยังฐานความรู้สาธารณะ เพื่อให้ Google เข้าใจว่าคำว่ามัทฉะในหน้านี้หมายถึงอะไร
- เพิ่ม Schema สำหรับสูตรเครื่องดื่ม คำถามที่พบบ่อย และเส้นทางหน้า (breadcrumb) ตรวจแล้ว JSON-LD ทั้ง 425 ชุดอ่านได้ไม่มีข้อผิดพลาด
เจอและแก้: หน้าเว็บหนักเกินจำเป็น
รูปภาพคือปัญหาเกือบทั้งหมดของความเร็ว เว็บมีรูป PNG 132 รูป หนักรวม 48.1 MB รูปปกบทความหนักรูปละราว 1 MB และเป็นสิ่งแรกที่ใหญ่ที่สุดบนจอเวลาเปิดหน้า นอกจากนี้ รูป 364 จาก 439 รูปไม่ได้ระบุความกว้างและความสูง ทำให้หน้ากระตุกระหว่างโหลด
หน้าแรกยังมีปัญหาเฉพาะอีกเรื่อง คือส่ง IP ของผู้เข้าชมทุกคนไปถามบริการระบุประเทศภายนอก แล้วรอคำตอบได้นานถึง 3 วินาทีก่อนแสดงหน้า และหน้าแรกไม่มี canonical คำอธิบายหน้า หัวข้อ H1 และแท็กบอกภาษา
สิ่งที่เราทำคือ แปลงรูปเป็น WebP พร้อมหลายขนาดให้มือถือโหลดรูปเล็ก ใส่ความกว้างความสูงให้รูป โหลดสคริปต์ GA4 หลังหน้าแสดงผลแล้ว โหลดฟอนต์โดยไม่บล็อกการแสดงผล และตั้งให้เบราว์เซอร์เตรียมหน้าถัดไปไว้ล่วงหน้า
หน้าบทความจากเกินกว่า 1.5 MB เหลือราว 80 KB คือเบาลงราว 95% สำหรับเว็บที่คนส่วนใหญ่อ่านบนมือถือ ผลต่างนี้คือหน้าที่ขึ้นทันที กับหน้าที่คนปิดทิ้งก่อนโหลดเสร็จ
เจอและแก้: ลิงก์ภายใน 3,471 ลิงก์ทำให้หน้าเว็บหลุด index
วันที่ 27 สิงหาคม 2026 เราเปิดรายงานการจัดทำดัชนีใน Search Console ก่อนแก้ พบว่าจากหน้าที่ Google รู้จัก 128 หน้า มีหน้าที่ติด index แค่ 42 หน้า ทั้งที่ sitemap มีหน้าจริง 101 หน้า
สาเหตุคือเรื่องเล็กมาก ลิงก์ภายในเว็บเขียน URL แบบไม่มีเครื่องหมาย / ปิดท้าย ขณะที่ URL จริงของทุกหน้ามี / ปิดท้าย ทุกครั้งที่มีคนหรือบอตกดลิงก์ เซิร์ฟเวอร์ต้องส่งต่อ (301) ไปอีกทอดหนึ่ง นับทั้งเว็บได้ 3,471 ลิงก์ และเว็บยังตอบได้ทั้งแบบมี www และไม่มี www เหมือนมีเว็บซ้ำกันสองชุด
Google จึงเห็น URL สองแบบของหน้าเดียวกัน และต้องเสียแรงไล่ตามการส่งต่อ แทนที่จะเก็บหน้าจริง
สิ่งที่แก้
- เปลี่ยนลิงก์ภายในให้ชี้ไป URL จริงทั้งหมด ลิงก์ที่วิ่งผ่าน redirect จาก 3,471 เหลือ 0 ลิงก์ที่ถูกต้องตอนนี้มี 4,075 ลิงก์
- ตั้งให้แบบมี www ส่งต่อถาวรไปแบบไม่มี www
- ตรวจแล้วทั้ง 101 หน้าใน sitemap ตอบกลับ 200 ทุกหน้า
- แก้ลิงก์เสียภายในเว็บ 10 จุด และรูปที่ไฟล์หายไป
เจอและแก้: ลิงก์ affiliate 66 ลิงก์ไม่ได้ติดป้าย
Google ขอให้เว็บที่ได้ค่าตอบแทนจากลิงก์ ติด rel="sponsored" ไว้ที่ลิงก์นั้น เว็บนี้มีลิงก์ affiliate 66 ลิงก์ที่ยังไม่ได้ติด เราแก้ให้ครบทุกลิงก์ และเพิ่มการตรวจอัตโนมัติก่อนขึ้นเว็บทุกครั้ง ถ้ามีลิงก์เสียหรือลิงก์ affiliate ที่ไม่ได้ติดป้าย ระบบจะไม่ยอมให้ขึ้นเว็บ
เรื่องนี้ไม่ได้ช่วยเพิ่มอันดับโดยตรง แต่ลดความเสี่ยงที่เว็บจะโดน Google ลงโทษด้วยมือ ซึ่งสำหรับเว็บ affiliate แล้ว ถ้าโดนก็เสียทั้งเว็บ
แก้เพิ่มเติม: การอ่านบนมือถือและภาษาไทย
- ตารางบนมือถือ เปลี่ยนเป็นการ์ดเมื่อจอแคบ ไม่ต้องเลื่อนซ้ายขวาที่ความกว้าง 375px เพิ่มสารบัญแบบแถบข้างสำหรับมือถือ และแก้เมนูมือถือที่เคยกดไม่ได้
- ตัวอักษรไทย เอาตัวเอียงปลอมออกจากข้อความไทย ใช้ตัวอักษรตัวแรกขนาดใหญ่เฉพาะภาษาอังกฤษ เพราะทำให้สระหน้าของไทยแยกออกจากพยัญชนะ เพิ่มระยะบรรทัดไทยเป็น 1.40–1.45 และตั้งไม่ให้คำว่ามัทฉะถูกตัดกลางคำ
- อัปเกรดเฟรมเวิร์ก หลังอัปเกรด สไตล์บางส่วนเพี้ยนแบบไม่มีข้อความเตือน เช่น หัวข้อบนรูปใหญ่หน้าแรกกลายเป็นสีเขียวเข้มจนอ่านไม่ออก หน้าแรกหน้าเดียวมีหัวข้อที่สีผิด 22 จุด เราไล่แก้ให้กลับมาถูกทั้งหมด
- รูปที่ไม่มีคำอธิบาย (alt) 9 รูป เติมให้ครบ
ตั้ง GA4 ให้นับสิ่งที่เว็บ affiliate ต้องรู้
GA4 ค่าเริ่มต้นเก็บข้อมูลรายละเอียดไว้แค่ 2 เดือน และนับแค่จำนวนหน้าที่เปิด ซึ่งไม่พอสำหรับเว็บที่หารายได้จากการกดลิงก์สินค้า วันที่ 27 สิงหาคม 2026 เราจึงตั้งค่าใหม่
- 9 เหตุการณ์ที่นับเพิ่ม เช่น การกดลิงก์สินค้า การอ่านบทความจนจบ ความลึกที่เลื่อนอ่าน การใช้เครื่องมือเลือกชา การเปิดคำถามที่พบบ่อย และการสลับภาษา
- 11 มิติข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อแยกดูตามหมวดบทความและภาษา
- ตั้งการกดลิงก์สินค้าและการอ่านจบเป็น Key events
- ขยายการเก็บข้อมูลจาก 2 เดือนเป็น 14 เดือน และเชื่อม GA4 กับ Search Console
3. ผลลัพธ์: อ่านตัวเลขอย่างระวัง
คลิกจาก Google: 26 เป็น 109 ในช่วง 3 เดือน
ก่อนปรับราว 25 พ.ค. – 24 ส.ค. 2026
รวมช่วงหลังปรับ 1 ส.ค.
ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระวัง 3 ข้อ
- สองช่วงเวลาทับซ้อนกัน ช่วงหลังมีเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นช่วงก่อนปรับ
- หลังปรับมีเวลาแค่ราว 3 สัปดาห์ ที่อยู่ในช่วงหลัง เพราะงานหลักขึ้นเว็บวันที่ 1 สิงหาคม
- เว็บยังโตตามอายุเองด้วย ภาพหน้าจอช่วงแรกแสดงว่าการแสดงผลต่อวันขึ้นจากเกือบ 0 ปลายพฤษภาคม เป็นราว 500 ครั้งต่อวันในปลายกรกฎาคม ส่วนคลิกช่วงนั้นส่วนใหญ่อยู่ที่ 0–1 ครั้งต่อวัน สูงสุด 3 ครั้งต่อวัน
สิ่งที่พูดได้อย่างซื่อตรงคือ คลิกเพิ่มขึ้นชัดเจน และทิศทางตรงกับสิ่งที่ปรับ ส่วนการวัดที่แม่นกว่านี้ต้องดึงข้อมูลรายเดือนแบบไม่ทับซ้อนกันในรอบถัดไป
สัญญาณรายหน้าจาก Search Console
วันที่ 27 สิงหาคม 2026 Search Console แจ้งความเปลี่ยนแปลงของบางหน้า
- หน้าแนะนำแบรนด์ชาเขียวสำหรับคนในไทย (ภาษาอังกฤษ) การแสดงผลเพิ่มขึ้น 227% หน้านี้เป็นหน้าที่คนอ่านเพื่อเลือกซื้อ ตรงกับทิศทางที่เราย้ายน้ำหนักไป
- หน้าอธิบายว่าโฮจิฉะคืออะไร (ภาษาอังกฤษ) การแสดงผลลดลง 84% ยังระบุสาเหตุไม่ได้ในตอนนี้ และต้องติดตามต่อ
ผลลัพธ์แบบ breadcrumb ใน Search Console ตรวจพบ ถูกต้อง 10 รายการ ผิด 0 รายการ
สิ่งที่ยังไม่มีตัวเลข
เราบอกตรง ๆ ว่ายังไม่มีตัวเลขเหล่านี้ ณ วันที่เขียน
- จำนวนหน้าที่ติด index หลังแก้ลิงก์ ตัวเลข 42 หน้าเป็นค่าก่อนแก้ ยังไม่มีการอ่านค่าใหม่
- จำนวนการกดลิงก์สินค้าและยอดสั่งซื้อ GA4 เริ่มนับวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ยังไม่ได้ดึงตัวเลขออกมา
- คะแนน Lighthouse เต็มรูปแบบ ยังไม่ได้รัน
งานที่เจ้าของเว็บต้องทำต่อเองมี 4 อย่าง คือ ล้างแคชของระบบส่งไฟล์ ส่ง sitemap ใหม่ใน Search Console ขอให้ Google จัดทำดัชนี 4 หน้าใหม่ และเปิดรายงาน Search Console ใน GA4 ให้แสดงผล
ผลที่คาดหวังต่อจากนี้
ส่วนนี้คือสิ่งที่คาดไว้ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว
เช็กลิสต์สำหรับเว็บคอนเทนต์และเว็บ affiliate
ลองเปิด Search Console ของคุณแล้วตอบทีละข้อ
ฝั่งคำค้นและเนื้อหา
- ดูคำที่คนเห็นเยอะแต่คลิกเป็น 0 แล้วเปิดหน้าผลการค้นหาจริงว่ามีคำตอบจาก AI อยู่บนสุดหรือไม่
- มีหน้าที่ตอบคำที่คนกำลังจะซื้อหรือลงมือทำ ไม่ใช่แค่ “X คืออะไร” หรือ “A กับ B ต่างกันอย่างไร”
- มีสิ่งที่คำตอบสั้น ๆ ทำแทนไม่ได้ เช่น ตารางเทียบ เครื่องมือช่วยเลือก หรือสูตรทีละขั้น
- ชื่อหน้าบอกชัดว่ากดเข้ามาแล้วได้อะไรเพิ่มจากคำตอบย่อ
ฝั่งเทคนิค
- รายงานการจัดทำดัชนีไม่มีหน้า “มีการเปลี่ยนเส้นทาง” จำนวนมาก
- ลิงก์ภายในชี้ไป URL จริง ตรงกับที่มีหรือไม่มี / ปิดท้าย และเว็บตอบแบบเดียว มี www หรือไม่มีก็ได้แต่ต้องเลือกหนึ่งแบบ
- รูปปกเป็น WebP และหน้าบทความหนักไม่เกินไม่กี่ร้อย KB
- ลิงก์ affiliate ทุกลิงก์ติด
rel="sponsored" - ข้อความไทยไม่มีตัวเอียง ระยะบรรทัดไม่ชิดจนสระบนล่างทับกัน
ฝั่งการวัดผล
- GA4 นับการกดลิงก์สินค้าเป็น Key event
- ขยายการเก็บข้อมูล GA4 เป็น 14 เดือน
- เวลาเทียบก่อนและหลัง ใช้ช่วงเวลาที่ไม่ทับซ้อนกัน
ถ้าติ๊กไม่ได้เกินครึ่ง เว็บของคุณน่าจะเสียคลิกไปมากกว่าที่ตัวเลขอันดับบอก
คำถามที่เจ้าของเว็บ affiliate ถามเราบ่อย
อันดับดีแต่ไม่มีคนคลิก ต้องแก้ชื่อหน้าอย่างเดียวพอไหม ไม่พอถ้าคำนั้นมีคำตอบจาก AI อยู่บนสุด ชื่อหน้าที่ดีช่วยได้บ้าง แต่ถ้าคนได้คำตอบครบแล้วบนหน้าผลการค้นหา ก็ไม่มีเหตุผลต้องกดต่อ วิธีที่ได้ผลกว่าคือเพิ่มหน้าที่ตอบคำที่คนกำลังจะซื้อหรือต้องการรายละเอียดมากกว่าคำตอบย่อ
ควรลบหน้าที่โดน AI ตอบแทนทิ้งไหม ไม่จำเป็น หน้าเหล่านี้ยังช่วยให้ Google เห็นว่าเว็บรู้เรื่องหัวข้อนี้จริง และเป็นแหล่งที่ AI อ่านไปอ้างอิงได้ ให้ปรับให้ลิงก์ต่อไปยังหน้าเลือกซื้อหรือหน้าเปรียบเทียบแทน
ลิงก์ภายในไม่มี / ปิดท้าย สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ ในเคสนี้ มีหน้า 31 หน้าอยู่ในสถานะ “มีการเปลี่ยนเส้นทาง” ใน Search Console เพราะเรื่องนี้ ลิงก์แต่ละอันดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อรวมกันหลายพันลิงก์ Google ต้องไล่ตามการส่งต่อแทนที่จะเก็บหน้าจริง ให้เปิดรายงานการจัดทำดัชนีดู ไม่ใช่ดูแค่อันดับ
ไม่ติด rel=“sponsored” ที่ลิงก์ affiliate จะเป็นอะไรไหม Google กำหนดให้ลิงก์ที่ได้ค่าตอบแทนต้องบอกให้ชัด เว็บที่ไม่ทำเสี่ยงโดนลงโทษด้วยมือ ซึ่งกระทบทั้งเว็บ การติดป้ายใช้เวลาไม่มาก และควรตั้งให้ระบบตรวจอัตโนมัติก่อนขึ้นเว็บทุกครั้ง
เราทำ SEO ให้เว็บคอนเทนต์และเว็บ affiliate
ถ้าเว็บของคุณมีอันดับแต่ไม่มีคลิก หรือไม่แน่ใจว่าหน้าไหนยังไม่อยู่ใน Google เริ่มได้จาก ขอตรวจเว็บฟรี หรือดูรายละเอียด บริการรับทำ SEO
