Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale

Case Study: ออดิท SEO บริษัททัวร์ต่างประเทศ โดเมน 13 ปี ทัวร์หลายพันโปรแกรม แต่ Google อ่านหน้าขายไม่เห็น

Travel Agency / Outbound Toursประเทศไทยseo-audit + technical-seo

บริษัททัวร์ต่างประเทศที่มีแพ็กเกจทัวร์และรับจัดกรุ๊ปเหมา (ไม่ระบุชื่อกิจการเพื่อความเป็นส่วนตัว)

Southern Whale · Digital Agency
ภาพประกอบเว็บไซต์บริษัททัวร์ต่างประเทศบนจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ พร้อมไวท์บอร์ดกราฟแนวโน้ม

478หน้าเว็บที่ตรวจละเอียดหน้าหลัก บทความ หน้ารวมทัวร์ครบทุกหน้า และหน้าทัวร์สุ่ม 100 หน้า

29,700คนค้นต่อเดือน ชื่อทัวร์ 9 ประเทศหลักคำหลักของหน้าประเทศ · Ahrefs ประเทศไทย 21 ก.ย. 2026

3งานที่เลือกทำก่อนแก้ metadata บทความ · ส่งเนื้อหาจากเซิร์ฟเวอร์ · รวม URL ด้วย 301

13 ปีอายุโดเมนทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างใหม่

เคสนี้เหมาะกับใคร

เหมาะกับบริษัททัวร์ เอเจนซีท่องเที่ยว และทุกธุรกิจที่มีสินค้าหลายพันรายการบนเว็บที่ทำด้วย Next.js, React หรือเฟรมเวิร์ก JavaScript อื่น

เคสนี้แสดงให้เห็นว่า หน้าเว็บที่คนเห็นครบ ไม่ได้แปลว่า Google เห็นครบ และปัญหาแบบนี้เครื่องมือตรวจเว็บทั่วไปมักมองไม่เห็น เพราะหน้าที่เปิดในเบราว์เซอร์ดูปกติทุกอย่าง

ท้ายบทความมีวิธีเช็กเองใน 2 นาทีว่าเว็บของคุณเป็นแบบเดียวกันหรือไม่

เราไม่ระบุชื่อบริษัท ใบอนุญาต ชื่อเว็บคู่แข่ง และเว็บที่ลิงก์เข้ามา


1. บริษัททัวร์ต่างประเทศที่วัตถุดิบครบ แต่ Google ส่งคนเข้าน้อย

บริษัทนี้ขายทัวร์ต่างประเทศ แพ็กเกจทัวร์ และรับจัดกรุ๊ปเหมา เว็บทำด้วย Next.js มีทัวร์ในระบบหลายพันโปรแกรม และมีเนื้อหาหน้าประเทศพร้อม FAQ อยู่แล้ว วัตถุดิบครบกว่าบริษัททัวร์ส่วนใหญ่

รายการ ข้อมูลที่ตรวจพบ
อายุโดเมน 13 ปี 3 เดือน
URL ใน sitemap 3,841 (หน้าทัวร์รายโปรแกรม 3,463 · หน้ารวมทัวร์และหน้าประเทศ 207 · บทความ 162)
หน้าที่ตรวจละเอียด 478 หน้า
คำที่ติดอันดับในไทย 45 คำ (Top 3 = 5 คำ · อันดับ 4–10 = 18 คำ)
คนเข้าเว็บจาก Google (Ahrefs ประมาณการ) 210 ครั้งต่อเดือน
Domain Rating 13

เราตรวจจาก 4 แหล่ง

  • ตรวจหน้าเว็บ 478 URL ทั้ง HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งออกมาก่อนรัน JavaScript และหน้าที่โหลดเสร็จแล้ว
  • Lighthouse บนมือถือ วัดหน้าแรกและหน้าทัวร์ญี่ปุ่น
  • Ahrefs ตลาดไทย ดึงคำค้น ลิงก์ และหน้าที่ติดอันดับ
  • หน้าผลค้นหาจริง ของคำชื่อทัวร์รายประเทศ

2. เราเจออะไร

คนที่ค้นหาทัวร์รายประเทศยังหาหน้าขายไม่เจอ

คำที่ส่งคนเข้าเว็บเกือบทั้งหมดไปลงหน้าแรก ส่วนหน้าประเทศซึ่งควรเป็นหน้าขายหลักค้างอยู่อันดับ 20–30

อันดับบน Google ของคำหลัก (ยิ่งแท่งยาวยิ่งอยู่สูง)
Ahrefs ประเทศไทย 21 กันยายน 2026 · ตัวเลขในวงเล็บคือคนค้นต่อเดือน
บริษัททัวร์ต่างประเทศ · หน้าแรกอันดับ 6
ทัวร์ต่างประเทศ (1,600) · หน้าแรกอันดับ 12
ทริปญี่ปุ่น · หน้าประเทศอันดับ 28
ทัวร์ จีน · หน้าประเทศอันดับ 30
ทัวร์ญี่ปุ่น (9,900) · หน้าประเทศไม่ติด Top 100
สีฟ้า = หน้าแรก · สีเหลืองและแดง = หน้าประเทศ ซึ่งควรเป็นหน้าขายหลัก · ความยาวแท่งเทียบจากอันดับ 1 ถึง 100

ข่าวดีอยู่ในหน้าผลค้นหาเดียวกัน คำชื่อทัวร์รายประเทศมีความยาก (KD) ต่ำมาก “ทัวร์ญี่ปุ่น” มี KD 2 และหน้าแรกของ Google มีเว็บ DR 10 ที่ไม่มีลิงก์ภายนอกชี้เข้าหน้านั้นเลยติดอันดับ 5 ความแข็งแรงของโดเมนจึงไม่ใช่กำแพง ปัญหาอยู่ที่วิธีที่เว็บส่งเนื้อหาให้ Google อ่าน

ปัญหาใหญ่ที่ 1: หน้าประเทศส่งเนื้อหาผ่าน JavaScript อย่างเดียว

เราเปิดหน้าทัวร์ญี่ปุ่น 2 แบบ แบบแรกคือ HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งออกมาก่อนรัน JavaScript ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google ได้รับรอบแรก แบบที่สองคือหน้าที่ผู้ใช้เห็นหลังโหลดเสร็จ

หน้าทัวร์ญี่ปุ่น: สิ่งที่ Google ได้รับ เทียบกับสิ่งที่คนเห็น
HTML ต้นทาง (ก่อนรัน JavaScript)
ข้อความ "กำลังโหลด... กำลังค้นหา..."
เฉลี่ย 79 ตัวอักษร ต่อหน้า
ไม่มี H1 ใน 206 จาก 207 หน้า
ไม่มีลิงก์ไปหน้าทัวร์
หน้าที่ผู้ใช้เห็น (หลังโหลดเสร็จ)
H1 และคำอธิบายประเทศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รายการทัวร์ 475 รายการ
ลิงก์ไปหน้าทัวร์ชุดแรก 30 ลิงก์
ตรวจ HTML ต้นทางของหน้ารวมทัวร์และหน้าประเทศครบ 207 หน้า · 21 กันยายน 2026

Google เรนเดอร์ JavaScript ได้ แต่ต้องรอคิว และมักให้น้ำหนักกับสิ่งที่อยู่ใน HTML ตั้งแต่แรกมากกว่า ผลคือ เนื้อหา 28 ประเทศที่ทีมเตรียมไว้แทบไม่ถูกนับ หน้าขายหลักจึงค้างอยู่อันดับ 20–30

หน้าทัวร์รายโปรแกรมเป็นแบบเดียวกัน เราสุ่มตรวจ 100 จาก 3,463 หน้า ไม่มี H1 ใน HTML ต้นทางทั้ง 100 หน้า และมีข้อความเฉลี่ยเพียง 131 ตัวอักษร ไม่มีโปรแกรมรายวัน หน้าทัวร์ที่มีคำค้นเฉพาะอย่าง “ทัวร์มาเก๊า 3 วัน 2 คืน” จึงแข่งได้ยาก

เราไม่ได้สรุปจาก HTML อย่างเดียว ถ้าอ่านแค่ HTML เว็บแบบนี้จะดูเหมือนหน้าว่าง และถ้าเปิดแค่ในเบราว์เซอร์ก็จะดูปกติทุกอย่าง เราจึงเทียบทั้งสองแบบทุกครั้งก่อนเขียนข้อสรุป

ปัญหาใหญ่ที่ 2: บทความทั้ง 161 ชิ้นบอก Google ว่าตัวเองคือหน้าเดียวกัน

บทความ 161 จาก 161 หน้าใช้ชื่อหน้าเดียวกัน และ canonical ชี้ไปหน้ารวมบล็อก ทั้งใน HTML ต้นทางและหลังหน้าโหลดเสร็จ Google จึงมองบทความทุกชิ้นเป็นสำเนาของหน้ารวม

ผลเห็นแล้วใน Ahrefs บทความเรื่องสวนสนุกในจีน 2 ชิ้นซึ่งมีคนค้น 450 และ 500 ครั้งต่อเดือน ติดอันดับด้วย URL ของหน้ารวมบล็อก แทนที่จะเป็นบทความจริง

รายงานแนะนำด้วยว่า อย่าเพิ่งเขียนบทความใหม่ก่อนแก้ข้อนี้ เพราะบทความใหม่จะเจอปัญหา canonical แบบเดียวกันทันที

ปัญหาอื่นที่เรียงไว้ในรายงาน

ปัญหา หลักฐาน ความเร่งด่วน
คำอธิบายหน้าซ้ำ และชื่อหน้าประเทศสั้นเกิน 199 จาก 207 หน้าใช้คำอธิบายเดียวกัน · ชื่อหน้าไม่มีปี จุดขาย หรือราคา ขณะที่คู่แข่งหน้าแรกใส่ครบ สูง
หน้าประเทศช้ามากบนมือถือ หน้าทัวร์ญี่ปุ่น Performance 12, LCP 12.0 วิ, CLS 0.78 สูง
URL เก่ายังไม่ redirect URL รูปแบบเก่าตอบ 200 และ canonical ชี้หน้าแรก · URL เก่าที่ยังติดอันดับตอบ 404 สูง
โดเมนแบบไม่มี www ไม่ redirect ตอบ 200 มีแค่ canonical ชี้ไป www · Ahrefs เห็นหน้าแบบไม่มี www ติดอันดับ กลาง
Sitemap ส่งสัญญาณไม่แม่น lastmod เปลี่ยนทุกครั้งที่เรียกไฟล์ · มีหน้าประเทศที่ไม่มีทัวร์เลย กลาง
ลิงก์ส่วนใหญ่เป็นโดเมนอัตโนมัติ 2,428 โดเมนแต่ DR 13 · ลิงก์จากเว็บไทยที่มีตัวตนจริงราว 10 โดเมน กลาง
ทราฟฟิกกระจุกที่หน้าแรก คำที่มีคนเข้าเกือบทั้งหมดลงหน้าแรก ถ้าหน้าแรกตกจะกระทบทั้งเว็บ กลาง
Lighthouse มือถือ หน้าแรก หน้าทัวร์ญี่ปุ่น เกณฑ์ที่ดี
Performance 42 12 90+
Largest Contentful Paint 6.8 วิ 12.0 วิ ไม่เกิน 2.5 วิ
Total Blocking Time 3,020 ms 5,170 ms ไม่เกิน 200 ms
Cumulative Layout Shift 0.018 0.78 ไม่เกิน 0.1

สิ่งที่ทำได้ดีแล้ว

รายการ รายละเอียด
โดเมนเก่าและใบอนุญาตชัดเจน แสดงเลขใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในเนื้อหา ช่วยความน่าเชื่อถือ
หน้าแรกพื้นฐานครบ มี H1 ชื่อหน้า คำอธิบายหน้า รูป 56 รูปมี alt ครบ Lighthouse SEO 100
Structured Data หน้าแรกมี TravelAgency และ AggregateRating หน้าประเทศมี BreadcrumbList หน้าทัวร์มี Product
หน้าทัวร์รายโปรแกรม ชื่อหน้าไม่ซ้ำกัน และ canonical ชี้ตัวเองครบ 100 จาก 100 หน้าที่สุ่ม
พร้อมสำหรับ AI Search robots.txt เปิดให้บอตของผู้ให้บริการ AI Search รายหลักเข้าอ่านได้
มีเนื้อหาหน้าประเทศพร้อมแล้ว งานที่เหลือคือทำให้เนื้อหาอยู่ใน HTML ตั้งแต่แรก ไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งหมด

3 งานที่ควรทำก่อน

จากปัญหาทั้งหมด เราเลือก 3 งานที่ใช้แรงน้อยแต่ปลดล็อกหน้าได้มากที่สุด ส่วนความเร็วและลิงก์ตามมาในเฟสถัดไป

งาน วิธีทำ ระยะเวลา
1. แก้ metadata บทความ สร้างชื่อหน้า คำอธิบาย และ canonical ของแต่ละบทความตาม slug ด้วย generateMetadata ของ Next.js แล้วส่ง sitemap ใหม่ พัฒนา 1–2 วัน · รอผล 2–6 สัปดาห์
2. ส่งเนื้อหาหน้าประเทศจากเซิร์ฟเวอร์ render H1 คำอธิบาย FAQ และทัวร์ชุดแรกฝั่งเซิร์ฟเวอร์ · เขียนชื่อหน้าและคำอธิบายรายประเทศ · จองพื้นที่รูปเพื่อลด CLS 2–3 สัปดาห์ · รอผล 2–4 เดือน
3. รวม URL ด้วย 301 ทำตารางจับคู่ URL เก่ากับ URL ใหม่ ตั้ง 301 แล้วเขียนสคริปต์ตรวจทุกเส้น 2–3 วัน

สิ่งที่ยังไม่ต้องทำตอนนี้: ไม่ต้องซื้อลิงก์เพิ่ม และไม่ต้อง Disavow ลิงก์สแปม เพราะไม่มีสัญญาณ Manual Action

ปัญหาแบบข้อ 2 เราเคยแก้มาแล้วในเว็บข้อมูลรถยนต์ ซึ่งหน้าหลัก 49 หน้าไม่มี HTML ให้ Google อ่านเหมือนกัน ดูได้ที่ เคสรื้อเว็บข้อมูลรถซีดาน


3. ผลที่คาดหวัง

รายงานนี้ ไม่ได้ตั้งตัวเลขเป้าหมายรายเดือน สิ่งที่รายงานคาดไว้มีเท่านี้ และ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว

งาน ผลที่คาดว่าจะได้
แก้ metadata บทความ บทความถูกจัดอันดับเป็นรายหน้า และใช้เป็นทางเข้าไปหน้าประเทศและหน้าทัวร์ได้จริง
ส่งเนื้อหาหน้าประเทศจากเซิร์ฟเวอร์ หน้าประเทศขยับจากอันดับ 20–30 เข้าใกล้หน้าแรกของคำชื่อทัวร์ 9 ประเทศหลัก ซึ่งมีคนค้นรวม 29,700 ครั้งต่อเดือน
รวม URL ด้วย 301 อันดับและลิงก์ที่หน้าเก่าเคยสะสมไว้ถูกส่งต่อไปหน้าปัจจุบัน

วัดผลอย่างไร: จำนวนหน้าในดัชนีและคลิกรายหน้าจาก Search Console เทียบก่อนและหลังที่ 4 และ 8 สัปดาห์ อันดับคำชื่อทัวร์รายประเทศ และ Lighthouse มือถือของหน้าประเทศ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 12 คะแนน

ผลอันดับขึ้นกับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของ Google จึงไม่มีใครรับประกันได้ แต่หน้าผลค้นหาชี้ว่าเว็บที่ DR ต่ำกว่านี้ยังติดหน้าแรกของคำเหล่านี้ได้ ถ้าหน้าเว็บส่งเนื้อหาให้ Google อ่านได้ครบ

รายงานนี้เพิ่งส่งมอบ เราจะกลับมาอัปเดตเคสนี้เมื่อมีตัวเลขจริง


เช็กเองใน 2 นาที: Google เห็นหน้าเว็บคุณครบไหม

  1. เปิดหน้าสินค้าหรือหน้าหมวดที่สำคัญที่สุดของคุณในคอมพิวเตอร์
  2. กดขวาแล้วเลือก View Page Source (หรือพิมพ์ view-source: หน้า URL)
  3. กด Ctrl+F หรือ Cmd+F แล้วค้นหาข้อความหัวเรื่องที่เห็นบนหน้าจอ

ถ้าหาไม่เจอ หรือเจอแค่ “กำลังโหลด…” แปลว่าเนื้อหานั้นถูกสร้างด้วย JavaScript หลังโหลด และ Google อาจยังไม่ได้นับ

เช็กลิสต์สำหรับเว็บที่มีสินค้าเยอะ

  • หน้าหมวดและหน้าสินค้ามี H1 และข้อความหลักใน HTML ตั้งแต่แรก
  • บทความแต่ละชิ้นมีชื่อหน้าและ canonical ของตัวเอง ไม่ชี้ไปหน้ารวม
  • คำอธิบายหน้าไม่ซ้ำกันเป็นร้อยหน้า
  • URL เก่าทุกเส้น redirect 301 ไป URL ใหม่ ไม่ตอบ 200 หรือ 404
  • โดเมนแบบมีและไม่มี www ไปที่เดียวกันด้วย 301
  • Sitemap มีเฉพาะหน้าที่มีสินค้าจริง และ lastmod เปลี่ยนเมื่อเนื้อหาเปลี่ยนเท่านั้น

คำถามที่ธุรกิจท่องเที่ยวถามเราบ่อย

Google อ่าน JavaScript ได้แล้วไม่ใช่เหรอ อ่านได้ แต่ต้องรอคิวเรนเดอร์ และไม่ได้เรนเดอร์ทุกหน้าทุกครั้ง เว็บที่มีหลายพันหน้าจะเสียเปรียบมาก การส่ง H1 คำอธิบาย และลิงก์สำคัญมาใน HTML ตั้งแต่แรกคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และบอต AI หลายตัวยังอ่าน JavaScript ไม่ได้เลย

ต้องเปลี่ยนจาก Next.js ไหม ไม่ต้อง Next.js render ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้อยู่แล้ว งานคือย้ายส่วนสำคัญของหน้าไปสร้างฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่เปลี่ยนเฟรมเวิร์ก

มีลิงก์เข้ามาเป็นพันโดเมน ทำไม DR ยังต่ำ เพราะลิงก์ส่วนใหญ่มาจากโดเมนอัตโนมัติที่ไม่มีคนเข้า ลิงก์ที่ช่วยได้จริงคือสื่อท่องเที่ยว พาร์ตเนอร์ และเว็บไทยที่มีตัวตนจริง ซึ่งเคสนี้มีอยู่ราว 10 โดเมน

ควรเขียนบทความเพิ่มก่อนไหม ถ้าบทความเดิมยังชี้ canonical ไปหน้ารวม ยังไม่ควร เพราะบทความใหม่จะไม่ถูกนับเหมือนกัน แก้โครงสร้างก่อน แล้วบทความทุกชิ้นทั้งเก่าและใหม่จะเริ่มทำงาน


เราตรวจเว็บให้ธุรกิจท่องเที่ยวแบบนี้

ถ้าเว็บของคุณมีสินค้าเยอะแต่ Google ส่งคนเข้าน้อย เริ่มได้จาก ขอตรวจเว็บฟรี เราเทียบสิ่งที่ Google ได้รับกับสิ่งที่คนเห็นทุกครั้ง หรือดูรายละเอียดที่ บริการ SEO Audit

เกี่ยวกับผู้เขียน

Southern Whale

Digital Agency

สนใจผลลัพธ์แบบนี้?

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย · ประเมินขอบเขตงานให้ก่อนเสมอ