เจ้าของร้านอาหารในกระบี่คนหนึ่งเคยส่งลิงก์เว็บร้านมาให้เราดู แล้วถามสั้น ๆ ว่า “ทำไมยิงแอดแล้วคนไม่ค่อยกดจอง” ลิงก์นั้นหน้าตาประมาณ ร้านของเขา.wixsite.com/mysite-1 — ตัวเว็บสวยพอใช้ รูปอาหารก็น่ากิน แต่พอวางลิงก์นี้ในไลน์กลุ่มหรือใต้โพสต์เฟซบุ๊ก มันดู “ไม่ใช่ธุรกิจจริง” ทันที
อีกเคสหนึ่งตรงข้ามเลย เจ้าของโฮมสเตย์ที่พัทลุงใช้ของฟรีล้วน ๆ แต่เว็บโหลดเร็วมาก มีโดเมนตัวเอง ติดหน้าแรกกูเกิลคำท้องถิ่นได้ และจ่ายรวมกันทั้งปีไม่ถึงพันบาท
ทั้งสองคนใช้ “ของฟรี” เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันคนละโลก ความต่างไม่ได้อยู่ที่โชค — มันอยู่ที่เขา เข้าใจหรือไม่ว่ากำลังจ่ายอะไรแทนเงิน
บทความนี้จะพูดตรง ๆ ไม่ขายของ: สร้างเว็บไซต์ฟรีในปี 2026 ทำได้จริงแค่ไหน ฟรีตัวไหนคุ้ม ฟรีตัวไหนเป็นกับดัก และถ้าคุณทำธุรกิจจริงจัง เส้นแบ่งควรอยู่ตรงไหน
“ฟรี” ในโลกเว็บไซต์ หมายถึงอะไรกันแน่
เว็บไซต์หนึ่งเว็บประกอบด้วยของ 3 อย่างที่แยกกันคนละส่วน หลายคนสับสนเพราะคิดว่ามันคือก้อนเดียวกัน
- โดเมน (ชื่อเว็บ) — เช่น
southernwhale.comอันนี้ แทบไม่มีฟรีจริง โดเมนคือทรัพย์สินที่ต้องเช่าเป็นรายปีจากผู้ให้บริการจดทะเบียน ราคาจริงประมาณ 350–600 บาท/ปีสำหรับ .com - โฮสติ้ง (ที่เก็บไฟล์ + ส่งหน้าเว็บให้คนเข้า) — ส่วนนี้ ฟรีได้จริง และฟรีดีมากในปี 2026 โดยเฉพาะเว็บแบบ static
- ตัวสร้าง/ระบบจัดการเนื้อหา — เครื่องมือที่ใช้ทำหน้าเว็บ ส่วนนี้มีทั้งฟรีจริง ฟรีมีเงื่อนไข และฟรีแบบล่อให้อัปเกรด
เวลาแพลตฟอร์มบอกว่า “สร้างเว็บไซต์ฟรี” ส่วนใหญ่เขาหมายถึงข้อ 2 กับ 3 รวมกัน แล้วบังคับให้คุณใช้ ซับโดเมนของเขา แทนข้อ 1 — และตรงนั้นเองคือจุดที่ต้นทุนที่แท้จริงเริ่มทำงาน
หลักคิดง่าย ๆ: โฮสต์ฟรีคือของดี โดเมนฟรีคือกับดัก
เทียบ 8 ตัวเลือกสร้างเว็บไซต์ฟรี ปี 2026
ตารางนี้อิงจากแพ็กเกจฟรีที่ให้บริการอยู่จริง ณ กลางปี 2026 (เงื่อนไขผู้ให้บริการเปลี่ยนได้เสมอ ควรเช็กซ้ำก่อนตัดสินใจ)
| แพลตฟอร์ม | ฟรีได้แค่ไหน | ติดโฆษณา/แบรนด์เขา | ใช้โดเมนตัวเองได้ไหม | SEO ทำได้แค่ไหน | ย้ายออกได้ไหม |
|---|---|---|---|---|---|
| WordPress.com (Free) | ฟรีถาวร พื้นที่จำกัด | มี แบนเนอร์/แบรนด์ท้ายเว็บ | ไม่ได้ ต้องอัปเกรด | จำกัด ติดตั้งปลั๊กอิน SEO ไม่ได้ | ได้ ส่งออกเนื้อหาเป็นไฟล์ได้ |
| Wix (Free) | ฟรีถาวร | มี แบนเนอร์ Wix ชัดเจน | ไม่ได้ | พอทำ title/description ได้ แต่โดนซับโดเมนถ่วง | ยากมาก ยกเว้นเนื้อหาบล็อก |
| Google Sites | ฟรีถาวร ไม่จำกัดจริง | ไม่มีโฆษณา | ได้ (ผูกโดเมนได้) | อ่อนที่สุด คุมโครงสร้าง/สคีมาแทบไม่ได้ | ยาก ไม่มีทางส่งออกที่ดี |
| Carrd (Free) | ฟรี 3 ไซต์ หน้าเดียว | มีลิงก์เครดิตเล็ก ๆ | ไม่ได้ ต้องเสีย ~$19/ปี | พอใช้สำหรับหน้าเดียว | ยาก ผูกกับระบบเขา |
| GitHub Pages | ฟรีจริง ไม่มีเงื่อนไขซ่อน | ไม่มี | ได้ ฟรี + HTTPS ฟรี | ดีมาก คุมได้ 100% | ง่ายสุด ไฟล์เป็นของคุณ |
| Cloudflare Pages | ฟรี บิลด์ 500 ครั้ง/เดือน ทราฟฟิกไม่จำกัด | ไม่มี | ได้ ฟรี + CDN ทั่วโลก | ดีมาก คุมทุกอย่าง + เร็วมาก | ง่ายสุด |
| Netlify (Free) | ฟรี 100GB/เดือน | ไม่มี | ได้ ฟรี | ดีมาก | ง่ายสุด |
| Blogger | ฟรีถาวร | ไม่มีโฆษณาบังคับ | ได้ (ผูกโดเมนได้) | พอใช้ แต่ธีมเก่าและช้า | ได้ ส่งออกเป็น XML |
อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นเส้นแบ่งชัดเจนมาก แพลตฟอร์มแบ่งเป็นสองค่าย:
- ค่าย “ฟรีเพื่อขายอัปเกรด” — Wix, WordPress.com, Carrd: ฟรีเพื่อให้คุณติดกับ แล้วขายทางออก
- ค่าย “ฟรีเพราะมันถูกจริง” — GitHub Pages, Cloudflare Pages, Netlify: โฮสต์ไฟล์ static ต้นทุนแทบเป็นศูนย์สำหรับเขา เลยแจกได้แบบไม่มีเงื่อนไขงี่เง่า
ค่ายหลังไม่ได้ฟรีเพราะใจดี แต่เพราะโมเดลธุรกิจเขาคือขายบริการระดับองค์กร เว็บเล็ก ๆ ของคุณคือค่าใช้จ่ายที่เขาแทบไม่รู้สึก
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ 5 อย่างที่ไม่มีใครบอกคุณ
1. ซับโดเมนของเขาทำให้แบรนด์คุณเสียความน่าเชื่อถือทันที
ร้านคุณ.wixsite.com กับ ร้านคุณ.com ให้ความรู้สึกต่างกันคนละระดับ คนไทยที่จะโอนเงินมัดจำห้องพักหรือสั่งของออนไลน์ มักดูลิงก์เป็นสัญญาณความจริงจังอันแรก จากประสบการณ์ที่เราเห็นในเว็บลูกค้าภาคใต้ การย้ายจากซับโดเมนมาเป็นโดเมนตัวเองมักดัน conversion ขึ้นได้ประมาณ 20–40% โดยไม่ได้แก้เนื้อหาอะไรเลย
ที่สำคัญกว่านั้น: ซับโดเมนของเขาแปลว่าคุณกำลัง สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์คนอื่น ทุกคนที่แชร์ลิงก์คุณ กำลังพิมพ์ชื่อ Wix ไปด้วยฟรี ๆ
2. คุณไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ — คุณเป็นแค่ผู้เช่า
บนซับโดเมนของแพลตฟอร์ม คุณไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลย ถ้าวันหนึ่งบัญชีถูกระงับด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม (ระบบอัตโนมัติเข้าใจผิดก็เกิดขึ้นได้) เว็บหายทันทีพร้อมกับอันดับกูเกิลทั้งหมด และไม่มีใครให้คุณโทรไปตาม เพราะคุณไม่ใช่ลูกค้าที่จ่ายเงิน
ตรงข้ามกับโดเมนตัวเอง: ถ้าโฮสต์มีปัญหา คุณแค่ชี้ DNS ไปที่อื่น อันดับและลิงก์ทั้งหมดยังอยู่ครบ โดเมนคือสิ่งเดียวที่คุณเป็นเจ้าของจริง ๆ
3. ย้ายออกยากกว่าที่คิดหลายเท่า
Wix ขึ้นชื่อเรื่องนี้ที่สุด เว็บที่สร้างไว้ย้ายออกทั้งก้อนไม่ได้ ต้องทำใหม่หมด และ URL เดิมทั้งหมดตายพร้อมกัน ถ้าคุณสะสมอันดับมา 2 ปี การย้ายจะเจ็บมากถ้าไม่มี 301 redirect ที่ทำถูกวิธี — ซึ่งบนแพ็กเกจฟรี คุณมักตั้ง redirect ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ต้นทุนตัวนี้ไม่ปรากฏวันแรก แต่มาเก็บเงินคุณในปีที่สาม ตอนที่ธุรกิจโตแล้วอยากทำอะไรมากกว่าเดิม
4. โฆษณาของเขาบนเว็บของคุณ
แพ็กเกจฟรีของ Wix และ WordPress.com แปะแบนเนอร์โปรโมตตัวเองบนหน้าเว็บคุณ ลูกค้าที่กำลังอ่านราคาห้องพักอาจกดโฆษณานั้นออกไปโดยไม่ตั้งใจ คุณจ่ายค่าแอดพาคนเข้ามา แล้วปล่อยให้แพลตฟอร์มดึงความสนใจฟรี
5. เพดาน SEO ที่คุณชนแน่นอน
แพ็กเกจฟรีมักไม่ให้คุณ:
- แก้ robots.txt หรือควบคุม sitemap.xml
- ใส่ schema markup แบบละเอียด
- ควบคุม Core Web Vitals เพราะสคริปต์หนัก ๆ ของแพลตฟอร์มบังคับโหลด
- เชื่อม Google Search Console ได้เต็มรูปแบบในบางกรณี
Google Sites เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด — ฟรีสนิท ไม่มีโฆษณา แต่คุมโครงสร้าง HTML แทบไม่ได้เลย เว็บ Google Sites ที่ติดอันดับคำแข่งขันสูงนั้นหายากมาก
ใครควรใช้ของฟรี (และใช้แล้วฉลาดมาก)
ผมไม่ได้จะบอกว่าของฟรีไม่ดี ในหลายสถานการณ์ การจ่ายเงินคือการเผาเงินทิ้ง ของฟรีเหมาะมากถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้:
- กำลังทดสอบไอเดียธุรกิจ — ยังไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจไหม อย่าเพิ่งจ่ายค่าเว็บ 30,000 บาท ทำหน้าเดียวบน Carrd หรือ Cloudflare Pages วัดผลก่อน
- งานอดิเรก พอร์ตโฟลิโอ โปรเจกต์ส่วนตัว — ไม่มีธุรกรรมเงิน ไม่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับธุรกิจ
- แลนดิ้งเพจชั่วคราว — อีเวนต์ งานบุญ แคมเปญ 3 เดือน จบแล้วทิ้ง
- นักเรียน นักศึกษา คนกำลังฝึก — GitHub Pages คือสนามฝึกที่ดีที่สุดในโลก และฟรีถาวร
- หน้ารวมลิงก์แทน Linktree — ทำเองบน static host สวยกว่าและเป็นของคุณ
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ใช้ของฟรีไปเถอะ อย่าให้ใครมาทำให้รู้สึกผิด
ใครไม่ควรใช้ของฟรี (พูดตรง ๆ)
เส้นแบ่งที่ผมใช้จริงเสมอมีข้อเดียว: ถ้าเว็บนั้นเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากลูกค้า อย่าใช้ซับโดเมนฟรี
กลุ่มที่ไม่ควรใช้:
- ร้านอาหาร โรงแรม โฮมสเตย์ ทัวร์ ที่ต้องการให้คนจองหรือโอนมัดจำ ลิงก์ที่ดูไม่น่าเชื่อถือคือจุดที่คนกดปิด
- คลินิก ร้านขายยา ธุรกิจสุขภาพ — Google ประเมินเว็บกลุ่มนี้ด้วยมาตรฐาน E-E-A-T ที่เข้มกว่าปกติ ซับโดเมนฟรีคือสัญญาณลบ
- อีคอมเมิร์ซทุกขนาด — ตะกร้าสินค้าบนซับโดเมนคนอื่นคือฝันร้ายทั้งเรื่องความเชื่อใจและ SSL/ความปลอดภัย
- B2B โรงงาน ผู้รับเหมา — ฝ่ายจัดซื้อเช็กเว็บก่อนคุยเสมอ
- ธุรกิจที่ลงทุนกับ SEO จริงจัง — คุณกำลังจะสะสมสินทรัพย์ 2-3 ปี อย่าสร้างบนที่ดินเช่าที่เจ้าของไล่ได้ทุกเมื่อ
พูดง่าย ๆ: ถ้าเว็บนี้ต้องทำเงิน ค่าโดเมน 400 บาทต่อปีคือค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุดในบรรดาทุกอย่างที่คุณจะจ่าย มันคือเงินประมาณ 33 บาทต่อเดือน — ถูกกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว
ทางสายกลาง: เว็บระดับมืออาชีพในงบไม่ถึง 1,000 บาท/ปี
นี่คือส่วนที่ผมอยากให้คุณอ่านมากที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่ามีแค่สองทาง — ฟรีแบบมีตราคนอื่น กับจ้างทำ 30,000 บาท ความจริงมีทางที่สามที่ดีกว่าทั้งคู่สำหรับหลายธุรกิจ
สูตรคือ: โดเมนของคุณเอง (จ่าย) + โฮสต์ static ฟรี (ไม่จ่าย)
โครงสร้างต้นทุนจริงต่อปี:
| รายการ | ราคาจริง/ปี | จำเป็นไหม |
|---|---|---|
| โดเมน .com | ~400–600 บาท | จำเป็น |
| โฮสติ้ง (Cloudflare Pages) | 0 บาท | — |
| SSL/HTTPS | 0 บาท (มาพร้อมโฮสต์) | — |
| CDN ทั่วโลก | 0 บาท | — |
| อีเมลธุรกิจ (ทางเลือก) | 0–2,000 บาท | ทางเลือก |
| รวมขั้นต่ำ | ~400–600 บาท/ปี |
เว็บที่ได้ไม่ใช่เว็บกิ๊กก๊อก — มันเร็วกว่าเว็บ WordPress โฮสต์ถูก ๆ ส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ เพราะไฟล์ static บน CDN คือสถาปัตยกรรมที่เร็วที่สุดที่มีอยู่ เราเขียนเทียบไว้ละเอียดใน Vercel vs Cloudflare Pages และเหตุผลเชิงเทคนิคใน Astro vs WordPress
ขั้นตอนจริง 7 ขั้น ทำได้เองในหนึ่งสุดสัปดาห์
- จดโดเมน — เลือกผู้ให้บริการที่ราคาต่ออายุไม่แพงกว่าปีแรกมาก (ระวังโปรปีแรก 99 บาท แล้วต่ออายุ 1,200 บาท) เลือกชื่อสั้น อ่านออกเสียงได้ และอย่าใส่ขีดกลางถ้าเลี่ยงได้
- สร้างเว็บด้วยเครื่องมือ static — ถ้าไม่เขียนโค้ด ใช้ตัว generator ง่าย ๆ หรือเครื่องมือ AI ช่วยสร้างไฟล์ HTML/CSS ก็ได้ ถ้าพอเขียนได้ ใช้ Astro จะได้เว็บที่ SEO ดีที่สุดต่อแรงที่ลง
- เอาไฟล์ขึ้น GitHub — สร้างบัญชีฟรี อัปโหลดโฟลเดอร์เว็บเข้าไป ขั้นนี้ยังเป็น repo ส่วนตัวได้
- เชื่อม Cloudflare Pages — สมัครบัญชี Cloudflare ฟรี เลือก Pages → เชื่อม GitHub → เลือก repo → กด Deploy ระบบจะสร้างเว็บให้ในเวลาไม่กี่นาที
- ผูกโดเมน — ใน Cloudflare Pages ไปที่ Custom domains ใส่โดเมนของคุณ แล้วชี้ nameserver ที่ผู้ให้บริการโดเมนมาที่ Cloudflare รอ DNS กระจายไม่กี่ชั่วโมง HTTPS จะถูกเปิดให้อัตโนมัติฟรี
- ตั้ง SEO พื้นฐาน — ใส่ title/description ทุกหน้า สร้าง sitemap.xml และ robots.txt ยืนยันเว็บใน Google Search Console แล้วส่ง sitemap ใช้ เช็กลิสต์ On-Page SEO ไล่ทีละข้อ
- วัดผล — ติดตั้ง Google Analytics 4 หรือใช้ Cloudflare Web Analytics ที่ฟรีและไม่ต้องขึ้นแบนเนอร์คุกกี้
ทุกขั้นตอนข้างบนไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากค่าโดเมน และเมื่อวันหนึ่งธุรกิจโต คุณย้ายไปโฮสต์ที่ใหญ่ขึ้นได้ทันทีโดยไม่เสียอะไรเลย เพราะไฟล์และโดเมนเป็นของคุณตั้งแต่วันแรก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ของฟรี
1. หลงกลโดเมนฟรีที่แถมมา — บางเจ้าแถมโดเมนฟรีปีแรก แต่ล็อกไว้ย้ายออกไม่ได้ 60 วัน และค่าต่ออายุแพงกว่าตลาด 3 เท่า จดโดเมนแยกจากโฮสต์เสมอ เป็นวินัยที่ช่วยคุณได้ในระยะยาว
2. สร้างเว็บ 12 หน้าโดยไม่มีเนื้อหาจริง — แพลตฟอร์มฟรีชอบให้เทมเพลตเยอะ ๆ คนก็ทำครบทุกหน้าแล้วปล่อยว่าง หน้าบางที่ไม่มีคุณค่าจะฉุด โครงสร้างเว็บ ทั้งเว็บลง ทำ 3 หน้าที่ดีจริงดีกว่า 12 หน้าที่ว่างเปล่า
3. คิดว่า “ฟรี = ไม่ต้องดูแล” — เว็บฟรีที่ไม่อัปเดตเลย 2 ปี ให้ผลแย่กว่าไม่มีเว็บ เพราะมันบอกลูกค้าว่าธุรกิจอาจเลิกกิจการไปแล้ว
4. ใช้รูปใหญ่เกินโดยไม่บีบ — จุดตายอันดับหนึ่งของความเร็วเว็บมือใหม่ บีบเป็น WebP หรือ AVIF ก่อนอัปโหลดเสมอ ลดขนาดได้ 60-80% โดยตาแทบไม่เห็นความต่าง
5. ไม่คิดเรื่องมือถือตั้งแต่แรก — ทราฟฟิกธุรกิจท้องถิ่นในไทยมาจากมือถือประมาณ 80-90% เทมเพลตฟรีบางตัวยังพังบนจอเล็ก เช็กด้วยมือถือจริงก่อนเปิดตัวเสมอ
6. เชื่อว่าเว็บอย่างเดียวพอ — สำหรับธุรกิจท้องถิ่นในภาคใต้ Google Business Profile มักส่งลูกค้าเข้ามาเร็วกว่าเว็บในช่วง 3 เดือนแรกด้วยซ้ำ ทำคู่กันเสมอ และอันนี้ฟรีจริง 100%
คำถามที่เจอบ่อย
ถาม: Google ลดอันดับเว็บที่ใช้ซับโดเมนฟรีไหม? ไม่ได้ลงโทษโดยตรง แต่ผลทางอ้อมชัดมาก — คนคลิกน้อยกว่า (CTR ต่ำ) คนเชื่อถือน้อยกว่า ได้ลิงก์จากเว็บอื่นยากกว่า และแพลตฟอร์มฟรีมักโหลดช้า ผลรวมคืออันดับแย่กว่า แม้จะไม่ใช่บทลงโทษตรง ๆ
ถาม: ย้ายจาก Wix ฟรีไปโดเมนตัวเองทีหลังได้ไหม? ได้ แต่เจ็บ ต้องสร้างเว็บใหม่เกือบทั้งหมด และ URL เดิมบนซับโดเมนจะทำ redirect ไม่ได้ แปลว่าอันดับที่สะสมมาหายเกือบหมด ถ้ารู้ว่าจะทำธุรกิจจริง จ่ายค่าโดเมนตั้งแต่วันแรกคุ้มกว่ามาก
ถาม: Cloudflare Pages ฟรีจริงหรือมีเงื่อนไขซ่อน? ฟรีจริง แผนฟรีจำกัดที่จำนวนครั้งการ build (500 ครั้ง/เดือน) แต่ ทราฟฟิกและแบนด์วิดท์ไม่จำกัด สำหรับเว็บธุรกิจ SME ทั่วไปที่อัปเดตสัปดาห์ละครั้ง คุณจะไม่มีวันชนเพดาน ดูรายละเอียดใน คู่มือ Cloudflare
ถาม: WordPress ฟรีไหม? ต้องแยกให้ชัด — WordPress.org (ตัวซอฟต์แวร์) ฟรีจริงและเป็นโอเพนซอร์ส แต่คุณต้องมีโฮสต์เอง ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 1,500–5,000 บาท/ปี ส่วน WordPress.com (บริการโฮสต์) มีแพ็กเกจฟรีแบบจำกัดที่พูดถึงข้างบน สองอันนี้คนละอย่างกัน อ่านเพิ่มใน ข้อดีข้อเสีย WordPress
ถาม: ทำเว็บฟรีแล้วอยากขายของ ทำอย่างไร? ระยะเริ่มต้นใช้เว็บ static เป็นหน้าแนะนำสินค้า แล้วให้สั่งผ่านไลน์หรือลิงก์ไปมาร์เก็ตเพลส พอยอดนิ่งค่อยลงทุนระบบตะกร้าจริง อย่าเริ่มด้วย WooCommerce เต็มรูปแบบตั้งแต่ยังไม่มีออร์เดอร์
ถาม: ถ้าไม่อยากยุ่งกับ GitHub เลย มีทางอื่นไหม? มี — Netlify Drop ให้ลากโฟลเดอร์เว็บวางแล้วเผยแพร่ได้เลยโดยไม่ต้องแตะ Git แล้วค่อยผูกโดเมนตัวเองทีหลัง เหมาะกับคนที่ไม่ใช่สายเทคนิค
สรุป: ฟรีให้ถูกที่ จ่ายให้ถูกจุด
ถ้าจะจำอะไรจากบทความนี้ได้อย่างเดียว ขอให้จำประโยคนี้:
โฮสต์ฟรี ใช้เลย ดีมาก — แต่โดเมน จ่ายเถอะ มันคือสิ่งเดียวที่เป็นของคุณ
สรุปเป็นแนวทางตัดสินใจ:
- ทดสอบไอเดีย / งานอดิเรก / แลนดิ้งชั่วคราว → ใช้ฟรีล้วนได้ ไม่ต้องคิดมาก
- ธุรกิจจริงที่รับเงินลูกค้า → โดเมนตัวเอง + Cloudflare Pages ฟรี = งบ ~500 บาท/ปี ได้เว็บที่เร็ว น่าเชื่อถือ และย้ายออกได้ตลอด
- ธุรกิจที่ต้องการระบบซับซ้อน จอง ชำระเงิน หลายภาษา → ถึงเวลาลงทุนจริง ดูช่วงราคาที่สมเหตุสมผลได้ใน ราคาทำเว็บไซต์ในไทย
สิ่งที่แพงที่สุดไม่ใช่ค่าเว็บ แต่คือเวลาสองปีที่คุณสร้างทุกอย่างไว้บนแพลตฟอร์มที่ย้ายออกไม่ได้ แล้วต้องเริ่มใหม่จากศูนย์
ที่ Southern Whale เราทำเว็บให้ธุรกิจภาคใต้มาหลายสิบราย และหลายครั้งคำแนะนำแรกของเราคือ “ยังไม่ต้องจ้างเรา ทำเองฟรีก่อนแล้ววัดผล” — แต่เมื่อถึงจุดที่เว็บต้องทำงานหนักจริง ๆ ทั้งความเร็ว โครงสร้าง SEO และระบบที่รองรับการเติบโต เรายินดีคุยกับคุณแบบตรงไปตรงมาว่าอะไรคุ้มและอะไรไม่คุ้ม ดูรายละเอียดบริการได้ที่ รับทำเว็บไซต์
เริ่มจากของฟรีไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การเริ่มบนที่ดินที่ไม่ใช่ของตัวเองต่างหากที่ควรคิดให้ดีตั้งแต่วันแรก
