ราคา SEO เท่าไหร่? ในตลาดไทยค่าทำ SEO รายเดือนมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท ขึ้นกับขนาดเว็บ ความยากของคีย์เวิร์ด และปริมาณงานที่ทำจริงในแต่ละเดือน ราคาที่ถูกหรือแพงไม่ได้บอกผลลัพธ์ สิ่งที่ควรดูคือใบเสนอราคาระบุงานชัดไหม และงานนั้นตรงกับปัญหาของเว็บคุณหรือเปล่า วิธีที่ประหยัดที่สุดคือตรวจเว็บก่อน แล้วค่อยตั้งงบจากสิ่งที่ต้องแก้จริง ของ Southern Whale SEO รายเดือนเริ่มต้น 24,000 บาท/ปี และตรวจเว็บแบบ Mini 1,500 บาท
ราคา SEO ในไทยต่างกันตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน เพราะอะไร
เพราะคำว่า “รับทำ SEO” ในตลาดไทยครอบคลุมงานคนละระดับ บางเจ้าคือคนเดียวกับเครื่องมืออัตโนมัติ บางเจ้าคือทีมที่มีคนทำ technical, content และ outreach แยกกัน ราคาเลยห่างกันมาก ทั้งที่ชื่อบริการเหมือนกัน
เวลาเจ้าของธุรกิจทักมาขอใบเสนอราคา SEO เรื่องที่เราเจอซ้ำ ๆ มีไม่กี่แบบ
จ่ายมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าได้งานอะไร รายงานรายเดือนมีแต่ตารางอันดับคีย์เวิร์ด ไม่มีรายการว่าแก้หน้าไหน เขียนอะไร ได้ลิงก์จากที่ไหน พอถามก็ได้คำตอบกว้าง ๆ ว่า “กำลังดันอยู่”
อันดับขึ้น แต่ลูกค้าไม่เพิ่ม คีย์เวิร์ดที่ติดอันดับเป็นคำยาว ๆ ที่แทบไม่มีคนค้น ส่วนคำที่ลูกค้าจริงพิมพ์หาไม่ได้ถูกแตะเลย
อันดับในรายงานไม่ตรงกับที่เห็นเอง สาเหตุที่พบบ่อยคือเครื่องมือตั้งตำแหน่งค้นหาไว้คนละพื้นที่กับลูกค้า หรือรายงานเป็นค่าเฉลี่ยที่ไม่ได้อธิบายวิธีวัด สำหรับธุรกิจที่พึ่ง Google Maps เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะผลค้นหาเปลี่ยนตามตำแหน่งของคนค้น
ได้คำสัญญาว่าติดหน้าแรกแน่นอน แล้วต่อมาเว็บมีลิงก์แปลก ๆ จากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
เขียนเนื้อหาเยอะ แต่ไม่ตอบสิ่งที่คนค้น เช่น ธุรกิจที่ขายคนไทยแต่ได้บทความแปลจากภาษาอังกฤษ หรือบทความทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลเฉพาะของธุรกิจเลย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าคนจ้างเลือกผิดเพราะราคาถูกหรือแพง แต่เป็นเพราะไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรกว่าจะทำงานอะไร วัดผลด้วยอะไร
ทำไมการเทียบราคาต่อเดือนอย่างเดียวถึงตัดสินใจผิด
“ขอราคา 3-5 เจ้า แล้วเลือกถูกสุด” SEO ไม่ใช่สินค้าที่หน้าตาเหมือนกันทุกร้าน ใบเสนอราคาหลักพันกับหลักหมื่นมักเป็นงานคนละขอบเขต เจ้าหนึ่งอาจเขียนบทความไม่กี่ชิ้นต่อเดือนโดยไม่แตะโครงสร้างเว็บ อีกเจ้าอาจรวมการแก้ technical, เขียนเนื้อหา และหาลิงก์ด้วยมือ ถ้าไม่เทียบรายการงาน การเทียบตัวเลขก็ไม่มีความหมาย
“รับประกันอันดับ 1” Google เขียนไว้ชัดในคู่มือการเลือกผู้ให้บริการ SEO ว่าไม่มีใครรับประกันอันดับบน Google ได้ ใครรับประกันแบบนี้ควรถามต่อว่าจะทำด้วยวิธีไหน เพราะทางลัดอย่างการซื้อลิงก์จำนวนมากหรือเครือข่ายเว็บส่วนตัว (PBN) เสี่ยงต่อการโดนลดอันดับหรือ Manual Action
“ใช้ AI เขียนบทความเองก็ได้” AI ช่วยร่างได้เร็ว แต่ Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีประสบการณ์จริง มีข้อมูลเฉพาะ และเขียนเพื่อคนอ่าน (แนวคิด E-E-A-T และ helpful content) เนื้อหาที่ผลิตจำนวนมากโดยไม่มีคนตรวจและไม่มีอะไรใหม่ มักไม่ช่วยอันดับ และอาจเข้าข่าย scaled content abuse ตามนโยบายสแปมของ Google
วิธีหาลิงก์แบบตลาดต่างประเทศใช้ในไทยได้ไม่ทุกวิธี เทคนิคอย่างการส่งอีเมลขอลิงก์จากเว็บใหญ่ภาษาอังกฤษ ได้ผลน้อยกับธุรกิจที่ลูกค้าเป็นคนไทย ลิงก์ที่มีประโยชน์กว่ามักมาจากสื่อท้องถิ่น สมาคมในอุตสาหกรรม พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ และงานที่ธุรกิจทำจริงในพื้นที่
เทียบ Local Agency, Freelance และ International ในสิ่งที่ได้จริง
แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ
| Freelance | Agency ไทย | Agency ต่างประเทศ | |
|---|---|---|---|
| คนทำงาน | ส่วนใหญ่คนเดียว | ทีมหลายตำแหน่ง | ทีมใหญ่ มักมีผู้จัดการบัญชี |
| จุดแข็ง | ราคาเข้าถึงง่าย คุยตรงกับคนทำ | ครบทั้ง technical, content, local | กระบวนการเป็นระบบ เก่งตลาดภาษาอังกฤษ |
| จุดที่ต้องระวัง | งานหยุดเมื่อคนทำไม่ว่าง ความรู้กระจุกที่คนเดียว | คุณภาพต่างกันมากระหว่างเจ้า | ไม่เข้าใจพฤติกรรมค้นหาและแพลตฟอร์มของคนไทย ราคาสูง |
| เหมาะกับ | เว็บเล็ก งานเฉพาะจุด | ธุรกิจที่ต้องการทั้งหน้าเว็บและ Google Maps | ธุรกิจที่ขายตลาดต่างประเทศเป็นหลัก |
ถ้าอยากเห็นการเปรียบเทียบเรื่องอื่นนอกจาก SEO เช่น การดูแลระยะยาวและความเสี่ยงเวลาคนทำหายไป อ่านต่อได้ที่ เลือก Digital Agency หรือ Freelance ดี
ช่วงราคาคร่าว ๆ ในตลาด
ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงกว้าง ๆ ที่ประกาศกันในตลาดไทย ใช้เพื่อเห็นภาพเท่านั้น ไม่ใช่ราคาของ Southern Whale และแต่ละเจ้ากำหนดขอบเขตงานต่างกันมาก
- Freelance: ส่วนใหญ่อยู่หลักพันถึงหลักหมื่นต้น ๆ ต่อเดือน
- Agency ไทย: มักเริ่มหลักหมื่นต่อเดือน และขึ้นไปถึงหลักแสนสำหรับเว็บใหญ่หรือหลายภาษา
- Agency ต่างประเทศ: มักคิดเป็นดอลลาร์ และสูงกว่าตลาดไทยชัดเจน
อะไรที่ทำให้ค่าทำ SEO สูงหรือต่ำ
ก่อนคุยเรื่องราคา เราดู 4 เรื่องนี้ทุกครั้ง และเป็นเรื่องที่ผู้ให้บริการทุกเจ้าควรถามคุณเหมือนกัน
- มูลค่าลูกค้าหนึ่งราย ธุรกิจที่ได้ลูกค้าหนึ่งรายแล้วมีมูลค่าสูง เช่น ห้องพักหลายคืน ทริปทัวร์ หรือสัญญาบริการ ลงทุน SEO ได้มากกว่าธุรกิจที่ยอดขายต่อออร์เดอร์ต่ำ
- ความยากของคู่แข่ง เปิดดูผลค้นหาหน้าแรกของคำหลัก ว่าเป็นเว็บแบบไหน มีลิงก์และเนื้อหามากแค่ไหน คำที่คู่แข่งแรงต้องใช้งานมากกว่า
- สภาพเว็บตอนนี้ เว็บที่มีปัญหา technical สะสม เนื้อหาซ้ำ หรือเคยมีลิงก์สแปม ต้องเก็บกวาดก่อน ค่าใช้จ่ายช่วงแรกจะสูงกว่าเว็บที่พื้นฐานดีอยู่แล้ว
- ขอบเขตและภาษา จำนวนหน้า จำนวนภาษา และจำนวนสาขาหรือพื้นที่ที่ต้องการติด Google Maps ส่งผลต่อปริมาณงานโดยตรง
งานที่ควรอยู่ในขอบเขต SEO
- Technical: ความเร็วและ Core Web Vitals (LCP, INP, CLS), การ index, sitemap, robots.txt, Schema และ hreflang สำหรับเว็บหลายภาษา
- เนื้อหา: หน้าที่ตอบ search intent ของคำที่ขายของได้จริง พร้อมข้อมูลเฉพาะของธุรกิจ ผู้เขียนที่ระบุตัวได้ และการอัปเดตบทความเก่า
- ลิงก์: ได้มาจากความสัมพันธ์และเนื้อหาที่มีคนอยากอ้างอิง ไม่ใช่ซื้อเป็นแพ็ก
- Local SEO: Google Business Profile, ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรที่ตรงกันทุกที่ และการขอรีวิวจากลูกค้าจริง
วัดผลด้วยอะไร
อันดับคีย์เวิร์ดเป็นแค่ตัวชี้วัดหนึ่ง ตัวที่บอกผลทางธุรกิจได้ดีกว่าคือ
- คลิกและการแสดงผลจาก Search Console ของคำกลุ่มที่ขายของได้
- จำนวนคนติดต่อ จอง หรือสั่งซื้อที่มาจาก Organic ใน GA4
- ต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายจากช่องทาง Organic เทียบกับช่องทางอื่น
- จำนวนเว็บที่ลิงก์มาหาเว็บคุณ และคุณภาพของเว็บเหล่านั้น
วิธีคิดความคุ้มค่า: จำนวนคนเข้าเว็บที่เพิ่มขึ้น × อัตราการกลายเป็นลูกค้า × มูลค่าลูกค้าหนึ่งราย = รายได้ที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างสมมติ โรงแรมที่มูลค่าการจองเฉลี่ย 25,000 บาท ถ้า SEO ทำให้คนเข้าเว็บเพิ่ม 500 คนต่อเดือน และ 2% จองจริง ก็คือ 10 การจอง หรือ 250,000 บาทต่อเดือน แล้วนำไปเทียบกับค่า SEO ที่จ่าย ตัวเลขชุดนี้ใช้อธิบายวิธีคิดเท่านั้น ของจริงต้องแทนด้วยตัวเลขของธุรกิจคุณ
ถ้ามูลค่าลูกค้าหนึ่งรายต่ำมาก และคนค้นหาสินค้าของคุณน้อย SEO อาจไม่ควรเป็นช่องทางหลัก โฆษณาหรือการลงรายชื่อในแพลตฟอร์มท้องถิ่นอาจคุ้มกว่าในช่วงแรก
อ่านใบเสนอราคา SEO ให้ออกทีละบรรทัด
ใบเสนอราคาที่ดีควรตอบได้ว่า แต่ละเดือนจะได้งานอะไร กี่ชิ้น และส่งมอบเป็นอะไร ถ้าเขียนแค่ “ดูแล SEO รายเดือน” โดยไม่มีรายการ ให้ขอรายละเอียดก่อนเซ็น
ลำดับงานที่สมเหตุสมผลสำหรับเว็บส่วนใหญ่มีหน้าตาประมาณนี้
ช่วงเริ่มต้น: ตรวจและวางแผน ตรวจ technical ของทั้งเว็บ ตรวจลิงก์ที่ชี้เข้ามา ดูข้อมูลย้อนหลังใน Search Console (เก็บได้ราว 16 เดือน) วิเคราะห์คู่แข่ง เลือกคีย์เวิร์ด และวางแผน 90 วันพร้อมค่าตั้งต้นสำหรับวัดผล
เดือนที่ 1: แก้พื้นฐาน แก้ปัญหา technical ที่พบ ปรับหน้าสำคัญที่สร้างรายได้ก่อน ตั้งค่าและปรับ Google Business Profile
เดือนที่ 2: เนื้อหาและ Local เขียนหรือปรับเนื้อหาตามแผน จัดลิงก์ภายในใหม่ ทำข้อมูลธุรกิจให้ตรงกันในแหล่งที่สำคัญ
เดือนที่ 3: หาลิงก์และทบทวน เริ่มหาลิงก์ด้วยมือ อัปเดตหน้าที่อันดับใกล้หน้าแรก แล้วทบทวนผล 90 วันเพื่อปรับแผน
เดือนที่ 4-12: ขยายผล ขยายกลุ่มเนื้อหา ปรับคีย์เวิร์ดตามข้อมูลจริง และเพิ่มภาษาหรือพื้นที่เมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว
ถ้าเซ็นแล้ว และอยากเช็กว่างานแต่ละเดือนเดินตามที่ตกลงไว้จริงไหม ดูรายการงานและวิธีอ่านรายงานได้ใน จ้าง SEO รายเดือน ควรได้อะไรบ้าง
สัญญาและการรับประกันอันดับที่ควรปฏิเสธ
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ได้เขียนไว้ ขอให้ระบุค่าใช้จ่ายทั้งปี ไม่ใช่แค่รายเดือน และถามให้ชัดว่ารวมอะไรบ้าง เช่น ค่าเครื่องมืออย่าง Ahrefs หรือ Semrush (ราคาเปลี่ยนบ่อย ดูที่หน้าราคาของผู้ให้บริการ) ค่าเขียนบทความเกินจำนวนที่ตกลง ค่าแปลสำหรับเว็บหลายภาษา ค่าเครื่องมือทำรายงาน และค่าแก้ไขเร่งด่วนนอกขอบเขต
สัญญายาวที่ไม่มีจุดทบทวน SEO ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล การทำสัญญาระยะยาวจึงเข้าใจได้ แต่ควรมีจุดทบทวนทุก 3 เดือน พร้อมตัวชี้วัดที่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร และเงื่อนไขยกเลิกที่ชัดเจน ระวังสัญญาที่ต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่แจ้ง
การรับประกันอันดับ ถ้าในสัญญาเขียนว่ารับประกันอันดับ 1 หรือหน้าแรก ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน ไม่ใช่จุดขาย
ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลและบัญชีของตัวเอง Search Console, GA4, Google Business Profile และโดเมน ต้องอยู่ในชื่อของธุรกิจคุณ ผู้ให้บริการควรได้สิทธิ์เข้าถึงเท่านั้น
เปลี่ยนผู้ให้บริการบ่อยเกินไป ผลของ SEO สะสมต่อเนื่อง ทุกครั้งที่เปลี่ยนคนทำ คนใหม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเว็บก่อน ถ้าเจ้าเดิมยังทำงานได้ แต่ขอบเขตไม่ตรง การปรับขอบเขตงานมักคุ้มกว่าการเริ่มใหม่
ตั้งงบยังไงให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ
ไม่มีงบที่ถูกต้องตายตัว แต่มีหลักคิดที่ช่วยได้
- เริ่มจากตรวจเว็บก่อน ถ้ายังไม่รู้ว่าเว็บมีปัญหาอะไร การจ่ายรายเดือนทันทีคือการจ่ายโดยไม่มีแผน
- ถ้าเว็บมีปัญหาพื้นฐานเยอะ ใช้งบก้อนแรกแก้ให้จบ แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องรายเดือน บางเว็บแก้แล้วดูแลเองต่อได้
- ถ้ามีทีมในบริษัท อาจจ้างที่ปรึกษาวางแผนและตรวจงาน แล้วให้ทีมในบริษัททำเนื้อหาเอง
- ให้เวลาอย่างน้อยหลายเดือน ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่ และดูแนวโน้มคลิกกับลูกค้าที่เข้ามา ไม่ใช่อันดับรายวัน
ราคาของ Southern Whale:
- SEO Audit Mini: 1,500 บาท
- SEO Audit Full: เริ่มต้น 10,000 บาท (ตามขนาดเว็บ)
- ตรวจซ้ำหลังแก้: 3,500 บาท
- ยังไม่มีเว็บ: ปรึกษาฟรี
- รับทำ SEO รายเดือน: เริ่มต้น 24,000 บาท/ปี ขอบเขตงานจริงสรุปหลังออดิท ตามสภาพเว็บและคู่แข่งของแต่ละเว็บ
รายละเอียดของแต่ละแบบดูได้ที่หน้า บริการตรวจเว็บ SEO Audit
คำถามที่พบบ่อย
ค่าทำ SEO รายเดือนควรอยู่ที่เท่าไหร่
ขึ้นกับขนาดเว็บ ความยากของคู่แข่ง และปริมาณงานที่ต้องทำ ในตลาดไทยมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนต่อเดือน ของ Southern Whale เริ่มต้น 24,000 บาท/ปี และสรุปขอบเขตงานหลังออดิท วิธีที่ได้ตัวเลขสมเหตุสมผลที่สุดคือให้ตรวจเว็บก่อน แล้วขอใบเสนอราคาที่ระบุรายการงานชัดเจน
SEO ราคาถูกใช้ได้ไหม
ใช้ได้ถ้าขอบเขตงานชัดและตรงกับสิ่งที่เว็บต้องการ เช่น เว็บเล็กที่ต้องการแก้เฉพาะจุด สิ่งที่ต้องระวังคือราคาถูกที่มาพร้อมคำสัญญาอันดับ หรือไม่บอกว่าจะทำอะไรบ้าง
ทำ SEO กี่เดือนถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่ต้องใช้หลายเดือน งานแก้ technical และปรับหน้าเดิมอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าการสร้างเนื้อหาใหม่หรือหาลิงก์ ระยะเวลาขึ้นกับคู่แข่งและสภาพเว็บตอนเริ่ม ไม่มีใครรับประกันได้แน่นอน
มีใครรับประกันอันดับ 1 ได้ไหม
ไม่มี Google ระบุเองว่าไม่มีใครรับประกันอันดับได้ ถ้าเจอผู้ให้บริการที่รับประกัน ควรถามวิธีทำงานให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
ควรทำ SEO Audit ก่อนจ้างรายเดือนไหม
ควร เพราะ audit บอกว่าเว็บมีปัญหาอะไร ควรแก้อะไรก่อน และงานรายเดือนควรมีขอบเขตแค่ไหน ทำให้เทียบใบเสนอราคาจากหลายเจ้าได้บนพื้นฐานเดียวกัน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเว็บของคุณควรเริ่มจากตรงไหน ทักมาคุยได้ทาง LINE @969dkzqz หรือ ส่งเว็บให้เราดูก่อน เราดูให้ก่อนแล้วบอกตรง ๆ ว่าควรทำอะไร ปรึกษาฟรี ไม่จ้างก็ไม่เป็นไร
