การรู้ว่าแบรนด์ตัวเองถูกผู้ช่วย AI พูดถึง 6 ครั้งจาก 20 คำถาม ยังบอกอะไรไม่ได้มาก จนกว่าจะรู้ว่าคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดถูกพูดถึง 17 ครั้งจากคำถามชุดเดียวกัน
ตัวเลขที่สองต่างหากที่บอกว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน และนั่นคือสิ่งที่ Share of Voice วัด
Share of Voice ในบริบท AI คืออะไร
Share of Voice หรือ SOV เป็นแนวคิดเก่าจากวงการโฆษณา ที่วัดว่าแบรนด์หนึ่งครองพื้นที่สื่อกี่เปอร์เซ็นต์เทียบกับตลาดทั้งหมด
เมื่อนำมาใช้กับ AI ความหมายคือ สัดส่วนที่แบรนด์ของเราถูกกล่าวถึงในคำตอบของผู้ช่วย AI เทียบกับจำนวนการกล่าวถึงทั้งหมดของทุกแบรนด์ในคำถามชุดเดียวกัน
วิธีคำนวณ
สูตรพื้นฐานคือ นำจำนวนครั้งที่แบรนด์เราถูกกล่าวถึง หารด้วยจำนวนครั้งที่ทุกแบรนด์ถูกกล่าวถึงรวมกัน
ตัวอย่าง ถ้าถาม 20 คำถามกับ 4 ระบบ ได้คำตอบทั้งหมด 80 คำตอบ แล้วนับได้ว่า
- แบรนด์เรา ถูกกล่าวถึง 12 ครั้ง
- คู่แข่ง ก. 31 ครั้ง
- คู่แข่ง ข. 24 ครั้ง
- คู่แข่ง ค. 18 ครั้ง
- รายอื่น ๆ รวม 15 ครั้ง
รวมทั้งหมด 100 ครั้ง Share of Voice ของเราคือ 12%
ตัวเลขนี้ไม่มีค่ามาตรฐานว่าเท่าไหร่ถึงดี ค่าที่มีความหมายคือแนวโน้มของตัวเองข้ามเดือน และระยะห่างจากคู่แข่งอันดับหนึ่ง
ตั้งการวัดให้เทียบกันได้จริง
เลือกคู่แข่งให้ถูก
คู่แข่งที่ควรใส่ในการนับคือรายที่ลูกค้าเปรียบเทียบกับเราจริง ไม่ใช่รายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
สำหรับธุรกิจในพื้นที่ คู่แข่งที่มีความหมายคือรายที่ให้บริการพื้นที่เดียวกัน การใส่แบรนด์ระดับประเทศเข้าไปด้วยจะทำให้ตัวเลขของเราต่ำจนไม่มีประโยชน์ในการติดตาม
ล็อกชุดคำถามไว้
ใช้ชุดคำถามเดียวกับที่ใช้วัด AI Visibility และห้ามเปลี่ยนระหว่างรอบ การเพิ่มคำถามใหม่กลางทางทำให้ตัวเลขข้ามเดือนเทียบกันไม่ได้
อ่านวิธีตั้งชุดคำถามได้ที่ วัด AI Visibility อย่างไร
นับให้ชัดว่านับอะไร
ต้องตัดสินใจล่วงหน้าและใช้เกณฑ์เดิมทุกรอบ
- ถ้าแบรนด์เดียวถูกกล่าวถึงสองครั้งในคำตอบเดียว นับเป็นหนึ่งหรือสอง
- การถูกอ้างเป็นแหล่งข้อมูลท้ายคำตอบ นับเท่ากับการถูกกล่าวถึงในเนื้อหรือไม่
- ถ้าคำตอบกล่าวถึงเราในเชิงลบ นับหรือไม่นับ
คำแนะนำคือนับหนึ่งครั้งต่อหนึ่งคำตอบ และแยกบันทึกน้ำเสียงไว้ต่างหาก จะทำให้ตัวเลขนิ่งและตีความง่ายกว่า
แยกดูรายระบบด้วย
Share of Voice รวมอาจซ่อนความจริงที่สำคัญ เช่น เราอาจได้ 30% ใน Perplexity แต่ได้ 2% ใน ChatGPT
ความต่างแบบนี้บอกทิศทางงานได้ชัด ระบบที่อิงการค้นหาสดมักตอบสนองต่องาน SEO ที่ทำใหม่ได้เร็วกว่า ส่วนระบบที่อิงข้อมูลที่ฝึกมาแล้วเปลี่ยนช้ากว่ามาก
ตีความตัวเลขอย่างไร
SOV ต่ำแต่โตขึ้นทุกเดือน คือสถานะที่ดี งานที่ทำกำลังได้ผล ให้ทำต่อ
SOV นิ่งขณะที่จำนวนการถูกกล่าวถึงของทุกคนเพิ่ม แปลว่าตลาดกำลังตื่นตัวและเราโตตามแต่ไม่ได้แซงใคร
SOV ตกทั้งที่จำนวนครั้งของเราเท่าเดิม แปลว่าคู่แข่งกำลังทำอะไรบางอย่างที่ได้ผล ควรไปดูว่าเขาเพิ่มเนื้อหาเรื่องอะไร
SOV สูงแต่ไม่มีคนติดต่อเข้ามา แปลว่าถูกพูดถึงในคำถามที่ไม่ได้นำไปสู่การซื้อ ควรทบทวนชุดคำถามว่าใกล้การตัดสินใจพอหรือยัง
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
ตัวเลขไม่นิ่ง คำตอบของระบบเหล่านี้เปลี่ยนได้แม้คำถามเดิม การแกว่ง 3-5% ระหว่างเดือนถือเป็นเรื่องปกติ อย่าตีความว่าเป็นแนวโน้ม
ขนาดตัวอย่างเล็ก คำถาม 20 ข้อกับ 4 ระบบให้ตัวอย่าง 80 ชิ้น ซึ่งน้อยมากในเชิงสถิติ ตัวเลขนี้ใช้ดูทิศทาง ไม่ใช่ใช้รายงานว่าเป็นข้อเท็จจริงแม่นยำ
ไม่ได้แปลว่ามีคนเห็นจริง SOV วัดว่าระบบ จะ พูดถึงเราถ้ามีคนถาม ไม่ได้วัดว่ามีคนถามจริงกี่คน สองอย่างนี้ต่างกัน
ปลอมได้ยากแต่หลอกตัวเองได้ง่าย ถ้าตั้งคำถามที่มีชื่อแบรนด์เราอยู่ในคำถาม ตัวเลขจะสวยแต่ไม่มีความหมาย ชุดคำถามที่ดีต้องไม่มีชื่อเราอยู่ในนั้น ยกเว้นกลุ่มที่ตั้งใจทดสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยเฉพาะ
ควรวัดตั้งแต่เมื่อไหร่
ถ้ายังไม่เคยทำอะไรกับ AI Search เลย ให้วัดครั้งแรกไว้เป็นค่าตั้งต้นก่อนเริ่มงาน เพราะถ้าไม่มีค่าตั้งต้น จะไม่มีทางรู้ว่างานที่ทำได้ผลหรือไม่
หลังจากนั้นวัดเดือนละครั้งก็พอ และควรวัดในวันที่ใกล้เคียงกันของแต่ละเดือน เพื่อลดผลจากการอัปเดตระบบที่เกิดขึ้นเป็นระยะ
สรุป
Share of Voice เป็นตัวเลขหยาบที่ตอบคำถามสำคัญได้หนึ่งข้อ คือเราอยู่ตรงไหนเทียบกับคนที่ลูกค้าเปรียบเทียบเรากับเขา
ใช้ให้ถูกคือใช้ดูแนวโน้มและระยะห่าง ไม่ใช่ใช้เป็นตัวเลขชี้วัดที่ผูกกับเป้าหมายรายไตรมาส เพราะมันแกว่งเกินกว่าจะรับน้ำหนักขนาดนั้นได้
อ่านบทความอื่นในหมวดนี้ได้ที่ คู่มือ AI Search
