Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale

Case Study: Health Score 100 แต่หน้าขายเปิดไม่ได้ — โรงงานยาง B2B ชี้จุดเดียว คลิกฟื้นใน 6 วัน

Industrial Rubber / Construction Materials / B2BประเทศไทยFree SEO Audit + GSC Diagnosis + Recovery Plan

โรงงานผลิตยางอุตสาหกรรมและยางงานก่อสร้าง B2B (ขอสงวนชื่อเพื่อรักษาความลับลูกค้า)

Southern Whale Team · Technical SEO Consultant
โต๊ะทำงานในโรงงานยางอุตสาหกรรม จอแสดงกราฟที่ร่วงแล้วพุ่งกลับขึ้น ไวท์บอร์ดผังโครงสร้างเว็บไซต์

6 วันคลิกฟื้นเกินจุดสูงสุดเดิม7.8 คลิก/วัน เทียบจุดสูงสุดเดิม 7.5

55%คลิกที่อยู่บนหน้าที่ถูกส่งไปหน้าแรกและ 62% ของการแสดงผลบน Google

~6 เท่าคลิกของหน้าหมวดสินค้าหลักจาก ~0.5 เป็น ~3 คลิก/วัน

0 บาทค่ารายงานตรวจวินิจฉัยออดิทฟรีพร้อมแผนงาน 4 เดือน

เคสนี้เหมาะกับใคร

ถ้าคุณจ้างทำ SEO อยู่ ได้รายงานทุกเดือน คะแนนสวยทุกเดือน แต่ยอดติดต่อไม่ขยับ เคสนี้เขียนมาเพื่อคุณ

เราเล่าตั้งแต่วันที่โรงงานยาง B2B แห่งหนึ่งมาขอให้เราตรวจเว็บ สิ่งที่รายงานเดิมมองไม่เห็น วิธีที่เราหาเจอ และผลที่เกิดขึ้น หลังลูกค้าแก้ตามรายงานของเรา คลิกต่อวันกลับมาเกินจุดสูงสุดเดิมภายใน 6 วัน

ทุกตัวเลขในเคสนี้มาจาก Google Search Console ของเว็บไซต์ลูกค้า ส่วนข้อมูลตลาดมาจาก Ahrefs เราขอสงวนชื่อลูกค้าและ URL จริง


1. โจทย์: เปลี่ยนผู้ให้บริการมาแล้ว 2 ราย

ลูกค้าเป็นโรงงานผลิตยางอุตสาหกรรมและยางงานก่อสร้าง ขายแบบ B2B ลูกค้าของเขาคือผู้รับเหมาและโรงงานที่ส่งแบบ (Drawing) มาขอใบเสนอราคา

ข้อมูลเว็บไซต์ รายละเอียด
ระบบเว็บ WordPress + Elementor + WooCommerce
จำนวนหน้า เพจ 6 · บทความ 12 · สินค้า 43 · หมวดสินค้า 13 (รวม 74 URL)
อายุโดเมน ราว 1 ปีครึ่ง (คู่แข่งส่วนใหญ่อายุ 12–18 ปี)
การแข่งขัน ไม่สูง หลายเว็บที่ติดหน้าแรกมี Domain Rating 0–15

ตลาดนี้คู่แข่งไม่มาก แต่ลูกค้าเปลี่ยนผู้ให้บริการ SEO มาแล้ว 2 ราย รายงานรายเดือนของผู้ให้บริการปัจจุบันแสดง Health Score 100 แต่ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้ผล

สิ่งที่ลูกค้าต้องการชัดเจน: ทีมที่วิเคราะห์ปัญหาจริง และวัดผลที่ยอดขอใบเสนอราคา ไม่ใช่จำนวนบทความ

เราจึงเสนอตรวจวินิจฉัยเว็บทั้งเว็บให้ก่อน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย


2. ทำไมรายงานเดิมมองไม่เห็นปัญหา

รายงานเดือนสิงหาคมของผู้ให้บริการรายก่อนใช้ข้อมูลจากเครื่องมือภายนอกเป็นหลัก เมื่อเทียบกับข้อมูลจริงในวันที่เราตรวจ ตัวเลขสำคัญหลายตัวให้ภาพคนละแบบ

ประเด็น รายงานเดิม ข้อมูลจริงที่เราตรวจพบ
สุขภาพเว็บ Health Score 100 “Excellent” หน้าที่ทำคลิกมากที่สุดถูกส่งไปหน้าแรก, Sitemap เสีย, URL ที่ไม่มีอยู่ทุกตัวถูกส่งไปหน้าแรก
หน้าซ้ำ “Indexable but duplicate 122 จาก 146” ระบุว่าไม่กระทบ หน้าสินค้าซ้ำ 29 หน้า แย่งอันดับกันเอง
คำที่ติดอันดับ 4 คำ (เครื่องมือภายนอก) Search Console มีคำค้นที่แสดงผล 280 คำ, 43 คำอยู่หน้าแรก, อีก 64 คำอยู่อันดับ 11–20
Traffic เครื่องมือภายนอกประเมิน ~22 คลิก/เดือน Search Console จริง ~177 คลิก/เดือน (สูงกว่าราว 8 เท่า)
การวัดผลธุรกิจ ไม่มีข้อมูลยอดติดต่อ ลูกค้าต้องการวัดยอดขอใบเสนอราคาและส่ง Drawing

เราวางข้อมูลเทียบกันไว้ให้ดูเท่านั้น สิ่งที่อยากให้เห็นคือทำไมคะแนนรวมถึงหลอกตาได้

Health Score ของเครื่องมือตรวจเว็บส่วนใหญ่นับเฉพาะ error ทางเทคนิค หน้าที่ redirect ไปหน้าแรกไม่ถูกนับเป็น error เพราะ redirect ทำงานได้ตามปกติ

แต่สำหรับธุรกิจ นั่นคือหน้าขายที่หายไปจาก Google

เครื่องมือตรวจเว็บถามว่า “ลิงก์นี้ทำงานไหม” คำตอบคือทำงาน แต่คำถามที่ถูกต้องคือ “ลูกค้าที่กดลิงก์นี้ ได้เห็นสินค้าที่เขาตั้งใจหาไหม” คำตอบคือไม่ได้เห็น


3. วิธีที่ Southern Whale ตรวจ

เราไม่เชื่อคะแนนรวม และไม่เริ่มจากเครื่องมือภายนอก เราเริ่มจากข้อมูลที่ Google เห็นจริง แล้วไล่ทีละหน้า

ขั้น สิ่งที่ทำ
1. ดึงรายการหน้าทั้งหมด Sitemap ใช้งานไม่ได้ เราจึงดึงรายการ URL จาก WordPress REST API ได้ครบ 74 URL
2. ตรวจทีละ URL HTTP status, redirect, canonical, title, meta, H1 และลิงก์ภายในเข้า-ออกของทุกหน้า
3. ไล่ลิงก์เมนูทุกตัว กดลิงก์สินค้าในเมนูทีละลิงก์ เพื่อดูว่าปลายทางคือหน้าไหนจริง
4. Search Console รายหน้า คลิกทั้งหมดมาจากหน้ากลุ่มไหน และหน้านั้นยังเปิดได้อยู่ไหม
5. Search Console รายวัน ความเสียหายเริ่มเมื่อไร และ Google อ่าน Sitemap ได้ครั้งสุดท้ายวันไหน
6. ทดลองใช้งานจริง เปิดเว็บบนเดสก์ท็อปและมือถือ วัดด้วย Lighthouse และดู error ในเบราว์เซอร์
7. เทียบตลาด ดู SERP และคู่แข่ง เพื่อแยกว่าปัญหามาจากการแข่งขันหรือจากตัวเว็บเอง

ขั้นที่ 3 กับขั้นที่ 4 คือจุดที่เคสนี้แตกต่าง การกดเมนูของเว็บเองทีละลิงก์ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และเป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นปัญหาใหญ่ที่สุดทันที


4. สิ่งที่เราพบ

4.1 คอขวดหลัก: หน้าขายถูกส่งกลับไปหน้าแรก

จุดที่พบ ขนาด ผลกระทบ
หน้าหมวดสินค้าในเมนูถูก 301 ไปหน้าแรก 11 จาก 12 หมวด ผู้ใช้กดเมนูแล้วกลับหน้าแรก, Google ค่อย ๆ ถอดอันดับ
URL รูปแบบ /product-category/ เด้ง 2 ทอดไปหน้าแรก ทุกหมวด ลิงก์จากบทความทั้งหมดใช้ URL แบบนี้
URL สินค้ารูปแบบเก่า redirect ไป URL ที่ encode ภาษาไทยซ้ำสองชั้น แล้วเด้งต่อไปหน้าแรก 13 หน้า 11% ของคลิกยังวิ่งเข้า URL กลุ่มนี้
Sitemap ทุกไฟล์ถูก 301 ไปหน้าแรก ทั้งเว็บ Google อ่าน Sitemap ได้ครั้งสุดท้าย 16 ก.ย. 2026
URL ที่ไม่มีอยู่ถูก 301 ไปหน้าแรก (soft 404) ทั้งเว็บ Google แยกหน้าจริงกับหน้าที่ไม่มีอยู่ไม่ได้
http:// ไม่ redirect ไป https และ canonical ชี้ http ตัวเอง ทั้งเว็บ Google เก็บเป็นหน้าซ้ำอีกชุด

4.2 หลักฐานจาก Search Console

เราไม่ได้สรุปจากความรู้สึก Search Console บอกชัดว่าคลิกของเว็บมาจากหน้าไหน และหน้าเหล่านั้นอยู่ในสถานะอะไรในวันที่ตรวจ

55%
ของคลิก อยู่บน URL ที่ถูกส่งไปหน้าแรก
62%
ของการแสดงผลบน Google อยู่บน URL กลุ่มเดียวกัน
11 / 12
หมวดสินค้าในเมนู ที่กดแล้วกลับหน้าแรก
16 ก.ย.
วันที่ Google อ่าน Sitemap ได้ครั้งสุดท้าย
กลุ่ม URL สัดส่วนคลิก สัดส่วน Impression สถานะวันที่ตรวจ
หน้าหมวดสินค้า + URL รูปแบบหมวดเดิม 44% 56% 301 ไปหน้าแรก
URL สินค้ารูปแบบเก่า 11% 6% 301 ไปหน้าแรก
หน้าแรก 24% 9% ปกติ
บทความ + หน้าสินค้าที่ใช้งานได้ 20% 28% ปกติ

ข้อมูล Google Search Console 24 มิ.ย. – 23 ก.ย. 2026 · สัดส่วนคิดจากผลรวมรายหน้า

รวมแล้ว 55% ของคลิกและ 62% ของการแสดงผลบน Google มาจาก URL ที่ตอนนั้นถูกส่งไปหน้าแรก หน้าที่ขายได้ที่สุดของเว็บคือหน้าที่ถูกปิดทางเข้า

4.3 ปัญหารองที่ทำให้หน้าขายติดอันดับยาก

จุดที่พบ ขนาด
หน้าสินค้าที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้าเลย 41 จาก 43 หน้า
บทความที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า 8 จาก 12 เรื่อง
ลิงก์จากบทความไปหน้าสินค้า 0 เส้น (บางบทความลิงก์ไปแค่หน้าแรก)
ลิงก์ภายในทั้งเว็บ 1,852 เส้น · 48% ของลิงก์ในเนื้อหาชี้ไปไฟล์รูป
หน้าสินค้าที่เนื้อหาซ้ำกัน 29 หน้า
Meta description ว่าง 23 หน้า
ความเร็วบนมือถือ (Lighthouse) 38 คะแนน, ภาพหลักโหลด (LCP) 18.3 วินาที
ฟอนต์โหลดไม่ขึ้นทุกหน้า 4–5 ฟอนต์ (CORS ระหว่างโดเมนที่มีและไม่มี www)

ปัญหากลุ่มนี้สำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแก้ก่อน ถ้าหน้าขายยังเปิดไม่ได้ ลิงก์ภายในที่ดีแค่ไหนก็พาคนไปไม่ถึง เราจึงจัดลำดับในแผนงานให้แก้คอขวดหลักก่อน


5. ลำดับเหตุการณ์

วันที่ เหตุการณ์
16–31 ส.ค. 2026 จุดสูงสุดเดิม: 7.5 คลิก / 249 impression ต่อวัน
ส.ค. 2026 รายงานรายเดือนของผู้ให้บริการรายก่อนแสดง Health Score 100
1–15 ก.ย. 2026 เริ่มร่วง: 6.1 คลิก / 200 impression ต่อวัน
16 ก.ย. 2026 Google อ่าน Sitemap สำเร็จครั้งสุดท้าย
26 ก.ย. 2026 Southern Whale ส่งรายงานผลตรวจและแผนงาน 4 เดือน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ราว 27 ก.ย. 2026 หน้าหมวดสินค้ากลับมาเปิดได้ และ Sitemap ใช้งานได้ ตามปัญหาที่รายงานระบุ
27 ก.ย. – 2 ต.ค. 2026 7.8 คลิก / 277 impression ต่อวัน เกินจุดสูงสุดเดิม

สังเกตว่าคลิกเริ่มร่วงตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ขณะที่รายงานเดือนก่อนหน้ายังแสดงคะแนน 100 อยู่ วันที่ Google อ่าน Sitemap ได้ครั้งสุดท้ายคือสัญญาณเตือนที่เห็นได้ก่อนคลิกร่วงหนัก ถ้ามีคนเฝ้าดู


6. อุปสรรคระหว่างตรวจ

เว็บที่มีปัญหาโครงสร้างมักตรวจด้วยเครื่องมือปกติไม่ได้ เคสนี้ก็เช่นกัน

อุปสรรค วิธีที่เราแก้
Sitemap ใช้ไม่ได้ เครื่องมือ crawl ปกติเจอ 0 หน้า ดึงรายการ URL จาก WordPress REST API แทน ได้ครบ 74 URL
เว็บบล็อก User-Agent ที่ไม่ใช่เบราว์เซอร์ (ตอบ 403) ตรวจด้วย User-Agent ของเบราว์เซอร์จริง
ตัวเลขจากเครื่องมือภายนอกต่ำกว่าจริงราว 8 เท่า ใช้ Search Console เป็นแหล่งข้อมูลหลัก เครื่องมือภายนอกใช้เฉพาะดูตลาดและคู่แข่ง

ข้อแรกอธิบายได้ว่าทำไมเครื่องมือตรวจเว็บถึงให้คะแนนสูง เครื่องมือที่ crawl ไม่เจอหน้าไหนเลย ก็ไม่เจอ error ในหน้าไหนเลยเช่นกัน


7. ผลลัพธ์หลังแก้

ลูกค้าได้รับรายงานของเราวันที่ 26 ก.ย. 2026 และแก้ไขตามปัญหาที่รายงานระบุ ภายใน 6 วันหลังแก้ คลิกต่อวันกลับมาเกินจุดสูงสุดเดิม

คลิกเฉลี่ยต่อวัน 4 ช่วง (2026)
ข้อมูลจริงจาก Google Search Console · เส้นประ = จุดสูงสุดเดิม
7.5
6.1
6.3
7.8
16–31 ส.ค.
จุดสูงสุดเดิม
1–15 ก.ย.
เริ่มร่วง
13–26 ก.ย.
ช่วงที่ตรวจพบ
27 ก.ย.–2 ต.ค.
หลังแก้
ช่วง คลิก/วัน Impression/วัน อันดับเฉลี่ย
16–31 ส.ค. (จุดสูงสุดเดิม) 7.5 249 6.8
1–15 ก.ย. (เริ่มร่วง) 6.1 200 7.7
13–26 ก.ย. (ช่วงที่ตรวจพบ) 6.3 229 6.7
27 ก.ย. – 2 ต.ค. (หลังแก้) 7.8 (+24%) 277 (+21%) 6.1

เปอร์เซ็นต์เทียบกับช่วงที่ตรวจพบ (13–26 ก.ย. 2026)

กราฟรายวัน 8 ก.ย. ถึง 2 ต.ค. 2026 แท่งคือคลิก เส้นคือ impression มีเส้นประสีแดงที่วันที่ 26 ก.ย. วันที่ส่งรายงาน หลังจากนั้นคลิกและ impression สูงขึ้นต่อเนื่อง
คลิกและ impression รายวัน 8 ก.ย. – 2 ต.ค. 2026 (แท่ง = คลิก, เส้น = impression) · เส้นประสีแดงคือวันที่ส่งรายงาน · ข้อมูลจาก Google Search Console

หน้าที่ฟื้นชัดที่สุด

หน้า ก่อนแก้ หลังแก้
หน้าหมวดสินค้าหลัก (สินค้างานก่อสร้าง) ~0.5 คลิก/วัน ~3 คลิก/วัน อันดับ 5.8 กลายเป็นหน้าที่ทำคลิกสูงสุดของเว็บ
หน้าหมวดรอง ถูก redirect กลับมาอันดับเฉลี่ย 3.9
URL รูปแบบหมวดเดิม (/product-category/) อยู่ในรายการหน้าที่ทำคลิก หายจากรายการ Google เริ่มรวมสัญญาณมาที่ URL หลัก

สิ่งที่ผลลัพธ์นี้พิสูจน์: อันดับที่หายไปไม่ได้หายเพราะคู่แข่งแรงขึ้น แต่หายเพราะหน้าเว็บถูกปิดทางเข้า เมื่อเปิดทางกลับมา Google คืนอันดับให้ภายในไม่กี่วัน การวินิจฉัยที่ชี้ถูกจุดจึงให้ผลเร็วกว่างาน SEO ทั่วไปหลายเดือน


8. ความเห็นของ Southern Whale: ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก ไม่ใช่เรื่องช้า

แผนงาน 4 เดือนที่เราเสนอเริ่มจากการแก้โครงสร้างเว็บก่อน แล้วจึงต่อด้วยหน้าขาย เนื้อหา และการเติบโต สำหรับลูกค้าที่ผิดหวังกับผู้ให้บริการมาหลายราย แผนที่ไม่ได้เริ่มจากบทความหรือการเพิ่มอันดับทันทีอาจดูช้า

แต่ผลของเคสนี้ตอบชัดว่า การกลับไปติดกระดุมเม็ดแรกให้แข็งแรงไม่ได้ช้าเลย แก้จุดที่เป็นรากของปัญหาเพียงไม่กี่จุด คลิกเริ่มฟื้นตั้งแต่วันถัดมา และภายใน 6 วันก็กลับมาเกินจุดสูงสุดเดิม เร็วกว่าการเขียนบทความหรือสร้างลิงก์หลายเดือนบนโครงสร้างที่พังอยู่

หลักที่เราใช้กับทุกเว็บ: ถ้ากระดุมเม็ดแรกผิด ทุกเม็ดที่ติดต่อจากนั้นก็ผิดทั้งหมด บทความที่ลิงก์ไปหน้าที่เปิดไม่ได้ไม่ช่วยขาย และ backlink ที่ชี้ไปหน้าที่ถูก redirect ก็ไม่ช่วยอันดับ เราจึงแก้รากก่อนเสมอ เพราะเป็นงานที่เร็วที่สุดและให้ผลมากที่สุด

รายงานฉบับนี้เราทำให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว เพราะเชื่อว่าการชี้ให้เห็นปัญหาจริงพร้อมหลักฐาน คือสิ่งที่พิสูจน์ฝีมือได้ดีที่สุด ดีกว่าคำสัญญาใด ๆ


9. บทเรียน 5 ข้อจากเคสนี้

# บทเรียน ในทางปฏิบัติ
1 คะแนนรวมไม่ใช่สุขภาพจริงของเว็บ Health Score 100 อยู่ร่วมกับหน้าขายที่ถูกปิดทางเข้าได้ ต้องดูข้อมูลรายหน้า
2 ใช้ Search Console เป็นหลัก เครื่องมือภายนอกประเมินคลิกต่ำกว่าจริงราว 8 เท่า และมองไม่เห็นว่าคลิกมาจากหน้าไหน
3 กดเมนูของเว็บเองให้ครบทุกลิงก์ ปัญหาใหญ่ที่สุดของเคสนี้เห็นได้ใน 1 นาที ถ้ามีคนลองกดเมนู
4 แก้โครงสร้างก่อนเขียนบทความหรือทำ backlink บทความที่ลิงก์ไปหน้าที่ถูก redirect ไม่ช่วยขาย และ backlink ไม่ช่วยหน้าที่เปิดไม่ได้
5 เฝ้าดูวันที่ Google อ่าน Sitemap ครั้งล่าสุด ถ้าวันที่หยุดนิ่ง แปลว่ามีอะไรเปลี่ยนในเว็บ เป็นสัญญาณเตือนที่เห็นได้ก่อนคลิกร่วง

10. สิ่งที่ยังเหลือ และข้อจำกัดของข้อมูล

สิ่งที่ยังเหลือ (ณ 5 ต.ค. 2026)

จุด สถานะ
URL ที่ไม่มีอยู่ถูกส่งไปหน้าแรก (soft 404) ยังไม่แก้
http:// ไม่ redirect ไป https ยังไม่แก้
หน้าหมวดรองอันดับ 3.9 แต่ยังไม่มีคลิก ต้องปรับ Title และ Meta description
หน้าสินค้าไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า, หน้าซ้ำ, ความเร็วมือถือ ยังเป็นโอกาสเติบโตรอบถัดไป

จากการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด ตลาดนี้ยังมีคำค้นที่เกี่ยวกับสินค้าของลูกค้า 100 คำ รวมราว 41,000 ครั้งต่อเดือน และคู่แข่งหลายรายที่ติดหน้าแรกมี Domain Rating เป็น 0 แปลว่าหลังโครงสร้างเว็บพร้อม ยังโตได้อีกมากโดยไม่ต้องพึ่ง backlink

ข้อจำกัดของข้อมูล

  • ข้อมูลหลังแก้มี 6 วัน (27 ก.ย. – 2 ต.ค. 2026) เพียงพอจะเห็นแนวโน้มการฟื้นตัว แต่ยังไม่ใช่ผลระยะยาว
  • การแก้ไขดำเนินการโดยฝั่งเจ้าของเว็บไซต์หลังได้รับรายงาน Southern Whale เป็นผู้ตรวจวินิจฉัยและระบุปัญหา
  • ตัวเลขทั้งหมดมาจาก Google Search Console ของเว็บไซต์ ส่วนข้อมูลตลาดมาจาก Ahrefs (ตลาดไทย)
  • ขอสงวนชื่อลูกค้าและ URL จริง

เช็กลิสต์: เว็บของคุณมีหน้าขายที่ถูกส่งไปหน้าแรกไหม

ลองทำ 5 ข้อนี้ด้วยตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที

  • กดลิงก์ในเมนูของเว็บให้ครบทุกลิงก์ แต่ละลิงก์พาไปหน้าที่ถูกต้องไหม ไม่ใช่เด้งกลับหน้าแรก
  • เปิด Search Console > Sitemaps ดูวันที่ “อ่านล่าสุด” ถ้าวันที่ค้างอยู่นาน แปลว่ามีปัญหา
  • เปิด Search Console > ผลการค้นหา > หน้า ดูว่า 5 หน้าที่ทำคลิกมากที่สุด ยังเปิดได้จริงไหม
  • พิมพ์ URL มั่ว ๆ ต่อท้ายโดเมน ควรได้หน้า 404 ไม่ใช่เด้งไปหน้าแรก
  • ลองเปิด http:// (ไม่มี s) ของเว็บ ควรถูกส่งไป https:// อัตโนมัติ

ถ้าติ๊กไม่ผ่านแม้แต่ข้อเดียว เว็บของคุณอาจกำลังเสียลูกค้าโดยที่รายงานไม่เคยบอก


คำถามที่เจ้าของเว็บถามเราบ่อย

Health Score 100 แปลว่าเว็บไม่มีปัญหาใช่ไหม ไม่เสมอไป คะแนนนี้นับเฉพาะ error ทางเทคนิคที่เครื่องมือเจอ redirect ที่ทำงานได้ไม่ถูกนับเป็น error และถ้าเครื่องมือ crawl ไม่เจอหน้าไหนเลย ก็จะไม่เจอ error เลยเช่นกัน ต้องดูข้อมูลรายหน้าจาก Search Console ประกอบ

ทำไมตัวเลขในรายงาน SEO ไม่ตรงกับ Search Console เครื่องมือภายนอกประเมินจากข้อมูลตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลจริงของเว็บคุณ ในเคสนี้ประเมินคลิกต่ำกว่าจริงราว 8 เท่า Search Console คือข้อมูลที่ Google เห็นจริง จึงควรใช้เป็นหลัก

redirect ไปหน้าแรกเสียหายอย่างไร ในเมื่อคนก็ยังเข้าเว็บได้ Google มองว่าหน้าหมวดหรือหน้าสินค้านั้นไม่มีอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ถอดอันดับคำค้นที่หน้านั้นเคยติด ส่วนลูกค้าที่ค้นหาสินค้าเจาะจง ก็ไม่เจอสินค้าที่ตั้งใจหา

ต้องแก้นานไหมกว่าจะเห็นผล ขึ้นกับต้นเหตุ ถ้าอันดับหายเพราะหน้าถูกปิดทางเข้า เมื่อเปิดทางกลับมา Google คืนอันดับได้ภายในไม่กี่วัน อย่างในเคสนี้ แต่ถ้าปัญหาคือเนื้อหาหรือความน่าเชื่อถือ ต้องใช้เวลาหลายเดือน


เว็บของคุณมีหน้าที่ถูกส่งไปหน้าแรกโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

ขอออดิทฟรีได้ เราจะตรวจจากข้อมูล Search Console จริง ไม่ใช่คะแนนรวมจากเครื่องมือ และบอกให้ชัดว่าจุดไหนต้องแก้ก่อน

ดูรายละเอียด บริการตรวจ SEO (SEO Audit) และ บริการรับทำ SEO หรือดู Case Studies อื่น ๆ

เกี่ยวกับผู้เขียน

Southern Whale Team

Technical SEO Consultant

สนใจผลลัพธ์แบบนี้?

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย · ประเมินขอบเขตงานให้ก่อนเสมอ