Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีที่คนรู้จักกันมาก แต่ใช้ผิดกันมากพอ ๆ กัน เพราะตัวเลขในกราฟไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด
บทความนี้อธิบายว่ามันบอกอะไรได้จริง อ่านอย่างไรให้ถูก และธุรกิจไทยเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
Google Trends คืออะไร
Google Trends คือเครื่องมือที่แสดง ความนิยมสัมพัทธ์ ของคำค้นหนึ่ง เทียบกับช่วงเวลาและพื้นที่ที่เลือก
คำสำคัญคือ สัมพัทธ์ ตัวเลข 100 บนกราฟไม่ได้แปลว่ามีคนค้นหา 100 ครั้ง แต่แปลว่า จุดนั้นคือจุดที่มีสัดส่วนการค้นหาสูงสุดในช่วงที่เลือก และจุดอื่นถูกคิดเทียบกับจุดนั้น
ผลที่ตามมาคือ คำที่มีคนค้นเดือนละ 50 ครั้ง กับคำที่มีคนค้นเดือนละ 500,000 ครั้ง อาจได้กราฟที่ขึ้นถึง 100 เหมือนกัน ถ้าดูแยกกันทีละคำ
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลที่ต้องใช้ Google Trends คู่กับเครื่องมือที่บอกปริมาณจริง ไม่ใช่ใช้แทนกัน
ใช้ทำอะไรได้จริง
1. หาฤดูกาลของธุรกิจ
นี่คือการใช้งานที่ให้ประโยชน์มากที่สุดสำหรับธุรกิจในภาคใต้ เพราะเกือบทุกอุตสาหกรรมที่นี่มีฤดูกาลชัดเจน
ลองใส่คำที่ลูกค้าใช้ค้นหาธุรกิจของคุณ แล้วตั้งช่วงเวลาเป็น 5 ปี จะเห็นรูปแบบซ้ำ ๆ ทุกปี ว่าความสนใจเริ่มขึ้นเดือนไหนและพีคเมื่อไหร่
สิ่งที่มักพบคือ ความสนใจเริ่มขึ้นก่อนฤดูจริง 6-10 สัปดาห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้วางแผนได้ตรง ๆ ว่าควรเผยแพร่เนื้อหาและเริ่มยิงโฆษณาเมื่อไหร่ ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มช้าเกินไปเพราะรอจนเห็นลูกค้าเริ่มเข้าแล้วค่อยทำ
2. เทียบสองคำว่าคนใช้คำไหนมากกว่า
ฟีเจอร์เปรียบเทียบคือจุดที่ Google Trends ให้คำตอบที่เครื่องมืออื่นให้ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะเทียบในหน่วยเดียวกัน
ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงกับเว็บไทย เช่น เทียบ “รับทำเว็บไซต์” กับ “ทำเว็บไซต์” หรือเทียบ “ที่พักภูเก็ต” กับ “โรงแรมภูเก็ต” ผลที่ได้ใช้ตัดสินใจได้เลยว่าควรใช้คำไหนเป็นคำหลักในหน้าเว็บ
3. ดูว่าความสนใจกำลังขึ้นหรือกำลังลง
เครื่องมือที่บอกปริมาณการค้นหาส่วนใหญ่ให้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือน ซึ่งตามหลังความจริง
Google Trends ให้ข้อมูลใกล้เคียงปัจจุบันกว่ามาก จึงเหมาะกับการตรวจว่าเรื่องที่กำลังจะลงทุนเขียน กำลังโตหรือกำลังตาย
4. ดูความต่างระหว่างจังหวัด
ฟีเจอร์แยกตามพื้นที่ย่อยใช้ตรวจได้ว่าคำที่เราคิดว่าใช้ทั่วประเทศ จริง ๆ แล้วนิยมเฉพาะบางภาคหรือไม่ ซึ่งมีผลกับธุรกิจที่ทำหน้าเจาะพื้นที่
5. หาหัวข้อที่กำลังมาก่อนคนอื่น
ส่วนคำค้นที่เกี่ยวข้องมีตัวกรองแบบ “กำลังมาแรง” ซึ่งแสดงคำที่การค้นหาเพิ่มขึ้นผิดปกติ ใช้หาหัวข้อบทความที่ยังไม่มีคู่แข่งเขียน
วิธีอ่านกราฟให้ถูก
ตั้งประเทศเป็นไทยเสมอ ค่าเริ่มต้นบางครั้งเป็นทั่วโลก ซึ่งให้ผลคนละเรื่องโดยสิ้นเชิงสำหรับคำภาษาอังกฤษ
เลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับคำถาม ดูฤดูกาลใช้ 5 ปี ดูแนวโน้มปัจจุบันใช้ 12 เดือน ดูเหตุการณ์เฉพาะหน้าใช้ 7 วัน
อย่าดูคำที่มีคนค้นน้อยเกินไป ถ้ากราฟเป็นเส้นกระโดดขึ้นลงแบบไม่มีรูปแบบ แปลว่าข้อมูลน้อยเกินกว่าจะเชื่อถือได้ ให้ใช้คำที่กว้างขึ้น
ระวังคำที่มีความหมายหลายอย่าง คำว่า “แอปเปิล” รวมทั้งผลไม้และแบรนด์ ให้ใช้ตัวเลือก “หัวข้อ” แทน “คำค้นหา” เมื่อทำได้
เทียบได้สูงสุด 5 คำ และการเพิ่มคำที่นิยมมากเข้าไปจะกดกราฟของคำที่เหลือจนดูเหมือนเป็นศูนย์ ทั้งที่มีคนค้นอยู่
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
ไม่บอกจำนวนการค้นหาจริง ต้องใช้คู่กับเครื่องมืออื่น อ่านต่อที่ เครื่องมือหาคีย์เวิร์ดฟรี
ตัดคำที่มีคนค้นน้อยออก ธุรกิจเฉพาะทางหรือธุรกิจในจังหวัดเล็กมักไม่มีข้อมูลเลย ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้น
เป็นข้อมูลตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด Google ใช้การสุ่มตัวอย่าง ตัวเลขจึงขยับเล็กน้อยได้แม้ดูช่วงเดิม
ไม่บอกเจตนาการค้นหา คำที่กำลังมาแรงอาจมาจากข่าวหรือดราม่า ซึ่งไม่ได้แปลว่ามีคนอยากซื้อ ต้องดูประกอบกับผลค้นหาจริงเสมอ อ่านต่อที่ Search Intent คืออะไร
ใช้กับธุรกิจภาคใต้อย่างไร
ธุรกิจที่พักและทัวร์ ดูว่าคนเริ่มค้นหาที่พักในจังหวัดของคุณเดือนไหน แล้วนับถอยหลังไป 8-10 สัปดาห์ นั่นคือเส้นตายที่เนื้อหาต้องขึ้นและติดอันดับแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มเขียน
ร้านอาหาร เทียบคำที่คนใช้ค้นระหว่างช่วง High Season กับ Low Season มักพบว่าช่วงหนึ่งคนค้นด้วยชื่ออาหาร อีกช่วงคนค้นด้วยชื่อพื้นที่
ธุรกิจที่พึ่งลูกค้ามาเลเซีย เปลี่ยนประเทศเป็นมาเลเซียแล้วดูคำภาษาอังกฤษหรือมลายู จะเห็นจังหวะที่ต่างจากตลาดไทยชัดเจน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวของฝั่งนั้น
ธุรกิจส่งออก ดูความสนใจในประเทศปลายทางแทนที่จะดูในไทย
ใช้คู่กับอะไรถึงจะได้ประโยชน์เต็ม
Google Trends ตอบคำถามว่า เมื่อไหร่ และ คำไหนมากกว่า แต่ไม่ตอบว่า มากแค่ไหน และ แข่งขันยากไหม
ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ
- ใช้ Google Trends หาจังหวะและคัดคำที่แนวโน้มดี
- ใช้เครื่องมือหาปริมาณการค้นหาจริงเพื่อดูว่าคุ้มหรือไม่
- ดูผลค้นหาจริงเพื่อประเมินว่าคู่แข่งแข็งแค่ไหน
- ตรวจใน Search Console ว่าเว็บเรามีคำไหนที่ติดอันดับ 8-20 อยู่แล้ว ซึ่งดันขึ้นง่ายกว่าเริ่มจากศูนย์
อ่านวิธีอ่าน Search Console ได้ที่ คู่มือ Google Search Console
สรุป
Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีที่ให้คำตอบที่เครื่องมือเสียเงินหลายตัวให้ไม่ได้ คือจังหวะเวลาและการเทียบคำในหน่วยเดียวกัน
ข้อเดียวที่ต้องจำให้แม่นคือ ตัวเลขในกราฟเป็นค่าสัมพัทธ์ ไม่ใช่จำนวนการค้นหา ใครที่รายงานว่า “คำนี้มีคนค้น 100” จาก Google Trends กำลังอ่านผิดตั้งแต่ต้น
อ่านบทความอื่นในหมวดนี้ได้ที่ คู่มือ SEO
