CPC เป็นตัวเลขแรกที่คนดูเวลาเปิดรายงานโฆษณา และเป็นตัวเลขที่คนพยายามกดให้ต่ำที่สุด
แต่ CPC ต่ำไม่ได้แปลว่าคุ้ม และการไล่กดตัวเลขนี้อย่างเดียวมักทำให้ผลรวมแย่ลง บทความนี้อธิบายว่าควรเข้าใจมันอย่างไร
CPC คืออะไร
CPC ย่อจาก Cost Per Click คือต้นทุนเฉลี่ยที่จ่ายต่อการคลิกโฆษณาหนึ่งครั้ง คำนวณจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดหารด้วยจำนวนคลิก
ถ้าใช้งบ 10,000 บาทแล้วได้ 400 คลิก CPC คือ 25 บาท
สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ CPC เป็น ตัวเลขผลลัพธ์ ไม่ใช่ราคาที่เราตั้ง ราคาที่เราตั้งคือราคาประมูลสูงสุดที่ยอมจ่าย ส่วน CPC จริงมักต่ำกว่านั้น เพราะระบบคิดจากคู่แข่งอันดับถัดไป
อะไรกำหนดว่า CPC จะแพงหรือถูก
การแข่งขันในคำค้นนั้น
คำที่คนพร้อมซื้อใช้ค้นหา เช่น คำที่มีคำว่าราคาหรือชื่อบริการตรง ๆ มีคนแย่งกันซื้อมากกว่า จึงแพงกว่าคำที่คนแค่หาข้อมูล
คะแนนคุณภาพ
ระบบให้คะแนนความสอดคล้องระหว่างคำค้น ข้อความโฆษณา และหน้าปลายทาง โฆษณาที่ได้คะแนนสูงจ่ายถูกกว่าเพื่อให้ได้ตำแหน่งเดียวกัน ความต่างอาจมากถึงหลายเท่า
นี่คือจุดที่ควบคุมได้มากที่สุด และเป็นวิธีลด CPC ที่ยั่งยืนที่สุด
อุตสาหกรรม
ธุรกิจที่มูลค่าต่อลูกค้าสูง เช่น กฎหมาย ประกัน หรืออสังหาริมทรัพย์ มี CPC สูงกว่าธุรกิจร้านอาหารหลายเท่า เพราะทุกคนยอมจ่ายมากกว่าเพื่อลูกค้าหนึ่งราย
อุปกรณ์ ตำแหน่ง และเวลา
CPC บนมือถือกับเดสก์ท็อปมักต่างกัน และช่วงเวลาที่คนซื้อเยอะก็แพงกว่า
วิธีลด CPC ที่ได้ผลจริง
เพิ่มความสอดคล้องระหว่างคำค้น โฆษณา และหน้าปลายทาง ถ้าคนค้นหาบริการหนึ่งแล้วโฆษณาพูดถึงบริการนั้น และพาไปหน้าที่พูดเรื่องนั้นโดยเฉพาะ คะแนนคุณภาพจะสูงและ CPC ลดลงเอง
ตัดคำที่ไม่เกี่ยวออกด้วยคำค้นเชิงลบ คลิกจากคนที่ไม่ใช่ลูกค้าคือเงินที่หายไปเปล่า และยังกดคะแนนคุณภาพลงด้วย
ใช้คำค้นแบบเจาะจงแทนคำกว้าง คำว่า “รับทำเว็บไซต์โรงแรมภูเก็ต” ถูกกว่าและตรงกว่าคำว่า “ทำเว็บไซต์” มาก
ปรับหน้าปลายทางให้เร็วและใช้งานง่ายบนมือถือ ประสบการณ์ของหน้าปลายทางเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนคุณภาพโดยตรง
ทำไม CPC ต่ำไม่ได้แปลว่าคุ้ม
นี่คือหัวใจของบทความนี้
สมมติสองแคมเปญ ใช้งบเท่ากันที่ 20,000 บาท
แคมเปญ ก. CPC 10 บาท ได้ 2,000 คลิก มีคนติดต่อ 10 ราย ต้นทุนต่อผู้ติดต่อ 2,000 บาท
แคมเปญ ข. CPC 40 บาท ได้ 500 คลิก มีคนติดต่อ 25 ราย ต้นทุนต่อผู้ติดต่อ 800 บาท
แคมเปญที่ CPC แพงกว่าสี่เท่า ให้ผลดีกว่าสองเท่าครึ่ง เพราะดึงคนที่ใช่เข้ามา
ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจจึงเป็นต้นทุนต่อผู้ติดต่อ ไม่ใช่ต้นทุนต่อคลิก และดีที่สุดคือต้นทุนต่อลูกค้าที่ปิดการขายได้จริง
อ่านต่อที่ ต้นทุนต่อ Lead
CPC เกี่ยวกับ SEO อย่างไร
CPC ไม่มีผลต่ออันดับธรรมชาติ การซื้อโฆษณาไม่ทำให้อันดับดีขึ้นและการไม่ซื้อก็ไม่ทำให้แย่ลง
แต่ข้อมูล CPC มีประโยชน์กับงาน SEO สองทาง
ทางแรก บอกว่าคำไหนมีมูลค่าทางธุรกิจ คำที่ CPC แพงมักเป็นคำที่คนพร้อมซื้อใช้ ซึ่งเป็นคำที่ควรทำ SEO ด้วย
ทางที่สอง บอกว่าคำไหนแปลงเป็นลูกค้าได้จริง ข้อมูลจากโฆษณาให้คำตอบภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่การรอผลจาก SEO ใช้เวลาเป็นเดือน หลายธุรกิจจึงใช้โฆษณาเป็นเครื่องมือทดสอบก่อนตัดสินใจว่าจะเขียนบทความเรื่องอะไร
ค่า CPC ในไทยประมาณเท่าไหร่
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับอุตสาหกรรม พื้นที่ และช่วงเวลา
วิธีที่แม่นกว่าการหาค่าเฉลี่ยจากอินเทอร์เน็ต คือใช้เครื่องมือวางแผนคำค้นของแพลตฟอร์มโฆษณาเอง ซึ่งให้ช่วงราคาประมาณของคำที่คุณสนใจจริง ในพื้นที่ที่คุณให้บริการจริง
สิ่งที่ต้องทำก่อนคือคำนวณว่าคุณ รับได้ ที่ CPC เท่าไหร่ ซึ่งคำนวณย้อนจากกำไรต่อลูกค้าและอัตราการปิดการขาย อ่านวิธีคำนวณได้ที่ PPC คืออะไร
ถ้าตัวเลขที่คำนวณได้ต่ำกว่าราคาตลาดมาก แปลว่าต้องแก้อย่างอื่นก่อนเริ่มยิง ไม่ใช่เริ่มแล้วค่อยหวัง
สรุป
CPC คือต้นทุนต่อคลิก ไม่ใช่ต้นทุนต่อลูกค้า และการไล่กด CPC ให้ต่ำที่สุดมักทำให้ได้คลิกที่ถูกแต่ไม่ใช่คนที่จะซื้อ
สิ่งที่ควรทำแทนคือเพิ่มความสอดคล้องของทั้งสายตั้งแต่คำค้นถึงหน้าปลายทาง ซึ่งลด CPC ไปพร้อมกับเพิ่มคุณภาพของคนที่คลิก
อ่านบทความอื่นในหมวดนี้ได้ที่ คู่มือโฆษณาออนไลน์
