Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale

โปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ในไทย 2026 แบ่ง 4 กลุ่ม พร้อมเกณฑ์เปรียบเทียบก่อนเลือก

Software Development
14 นาทีอ่าน

รวมโปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ในธุรกิจ SME ไทย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ERP จากโปรแกรมบัญชีไทย SaaS ต่างประเทศ Open Source อย่าง Odoo และระบบเขียนเอง พร้อมตารางเกณฑ์เปรียบเทียบและวิธีคัดตัวเลือกให้เหลือ 2-3 ราย

มาสคอตวาฬ Southern Whale ยืนข้างกระดานเปรียบเทียบโปรแกรม ERP สี่กลุ่ม มีจอแดชบอร์ดบัญชี สต็อก และการขาย ในออฟฟิศทันสมัย

เวลาเจ้าของกิจการเริ่มค้นหา โปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ สิ่งที่เจอมักเป็นรายชื่อยี่ห้อยาวเหยียด แต่ละเจ้าบอกว่าตัวเองครบที่สุด ดูเดโมไปสามสี่รายก็ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะทุกตัวดูทำได้เหมือนกันหมด ทั้งขาย ซื้อ สต็อก บัญชี ปัญหาจริงไม่ใช่ “ตัวไหนดีที่สุด” แต่คือ “ตัวไหนเข้ากับธุรกิจเรา”

บทความนี้จึงไม่ทำอันดับยี่ห้อ แต่จัด โปรแกรม ERP ที่ธุรกิจ SME ไทยนิยมใช้ออกเป็น 4 กลุ่มตามแนวคิดของผลิตภัณฑ์ อธิบายว่าแต่ละกลุ่มเหมาะกับธุรกิจแบบไหน มีข้อจำกัดอะไร แล้วปิดท้ายด้วยตารางเกณฑ์เปรียบเทียบและขั้นตอนคัดตัวเลือกให้เหลือ 2-3 รายก่อนนัดดูเดโมจริง

ถ้ายังไม่แน่ใจว่า ERP คืออะไรและต่างจากโปรแกรมบัญชีอย่างไร แนะนำอ่าน ERP คืออะไร ก่อน แล้วค่อยกลับมาที่บทความนี้

ทำไมการเลือกโปรแกรม ERP ถึงยากกว่าที่คิด

ERP ไม่ใช่แอปที่ลองแล้วเลิกได้ง่าย ๆ เมื่อข้อมูลลูกค้า สินค้า สต็อก และบัญชีย้ายเข้าไปอยู่ในระบบแล้ว การเปลี่ยนใจภายหลังหมายถึงการย้ายข้อมูลใหม่ อบรมพนักงานใหม่ และปรับขั้นตอนทำงานใหม่ทั้งหมด

ความยากมาจากหลายเรื่องพร้อมกัน

  • ทุกเจ้าขายฟีเจอร์ชื่อเดียวกัน แต่ความลึกต่างกันมาก คำว่า “มีระบบสต็อก” อาจหมายถึงแค่นับจำนวน หรือรองรับล็อต วันหมดอายุ หลายคลังก็ได้
  • เดโมแสดงแต่เส้นทางที่สวย ไม่ค่อยแสดงกรณียกเว้น เช่น คืนสินค้าบางส่วน ส่งของไม่ครบ หรือแก้เอกสารย้อนหลัง
  • ค่าใช้จ่ายแฝง อยู่ที่การติดตั้ง การปรับแต่ง การย้ายข้อมูล และการดูแลระยะยาว มากกว่าค่าไลเซนส์
  • คนในองค์กรมีความต้องการต่างกัน ฝ่ายบัญชีอยากได้ระบบที่ออกงบตรงตามมาตรฐาน ฝ่ายขายอยากได้ความเร็ว ผู้บริหารอยากได้รายงาน

เพราะฉะนั้นก่อนจะดูยี่ห้อ ควรเข้าใจภาพรวมก่อนว่าตลาดแบ่งเป็นกลุ่มไหนบ้าง

กลุ่มที่ 1 ERP ที่ต่อยอดจากโปรแกรมบัญชีไทย

นี่คือกลุ่มที่ธุรกิจไทยคุ้นเคยที่สุด เริ่มจากโปรแกรมบัญชีที่ออกแบบตามมาตรฐานบัญชีและภาษีของไทย แล้วค่อยเพิ่มโมดูลซื้อ ขาย สต็อก และบางรายมีโมดูลผลิตหรือ POS ต่อเติม ผู้ให้บริการในกลุ่มนี้มีทั้งแบบติดตั้งในเครื่องและแบบคลาวด์

จุดแข็ง

  • เอกสารภาษี ใบกำกับภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแบบฟอร์มสรรพากร ทำได้ตรงรูปแบบตั้งแต่แรก
  • นักบัญชีและสำนักงานบัญชีส่วนใหญ่คุ้นเคย หาคนใช้เป็นได้ง่าย
  • เมนูและคู่มือเป็นภาษาไทย มีทีมซัพพอร์ตในประเทศ

ข้อจำกัด

  • แกนกลางคือบัญชี โมดูลด้านปฏิบัติการ เช่น การผลิตหลายขั้นตอนหรือคลังหลายสาขา อาจไม่ลึกเท่าที่ธุรกิจบางประเภทต้องการ
  • การปรับแต่งขั้นตอนเฉพาะธุรกิจทำได้จำกัด ส่วนใหญ่ต้องปรับวิธีทำงานให้เข้ากับโปรแกรม
  • การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก เช่น เว็บไซต์ร้านค้าหรือแพลตฟอร์มขายออนไลน์ ขึ้นกับว่าผู้ให้บริการเปิด API หรือมีตัวเชื่อมสำเร็จรูปหรือไม่

เหมาะกับ ธุรกิจซื้อมาขายไป ร้านค้าส่ง บริษัทบริการ และธุรกิจที่ความสำคัญอันดับแรกคือบัญชีและภาษีต้องถูกต้อง

กลุ่มที่ 2 Cloud ERP / SaaS จากต่างประเทศ

กลุ่มนี้คือซอฟต์แวร์ระดับโลกที่ให้บริการแบบสมัครสมาชิกผ่านเว็บ ตัวอย่างที่คนรู้จักกว้างขวาง เช่น SAP Business One ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดกลาง หรือ Oracle NetSuite และ Microsoft Dynamics 365 Business Central ที่ขายแบบคลาวด์ ส่วนใหญ่ติดตั้งและปรับแต่งผ่านพาร์ทเนอร์ในประเทศ

จุดแข็ง

  • กระบวนการทำงานผ่านการใช้งานจริงในหลายประเทศ มีแนวปฏิบัติที่ดีฝังมาในระบบ
  • รองรับหลายบริษัท หลายสกุลเงิน หลายสาขา เหมาะกับกลุ่มธุรกิจที่โตเร็วหรือมีคู่ค้าต่างประเทศ
  • ระบบอัปเดตจากผู้ผลิตต่อเนื่อง

ข้อจำกัด

  • ต้องพึ่งพาร์ทเนอร์ในการติดตั้ง ค่าบริการติดตั้งและปรับแต่งมักเป็นก้อนใหญ่กว่าค่าไลเซนส์
  • การทำเอกสารตามรูปแบบภาษีไทยอาจต้องใช้ส่วนเสริม (localization) ที่พาร์ทเนอร์พัฒนาเพิ่ม
  • สำหรับ SME ขนาดเล็ก ฟีเจอร์อาจมากเกินความจำเป็น จนใช้จริงไม่ถึงครึ่ง

เหมาะกับ ธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป มีหลายสาขาหรือหลายนิติบุคคล หรือมีแผนขยายต่างประเทศ เรื่องคลาวด์กับติดตั้งในเครื่องมีรายละเอียดต่างกันมาก อ่านเพิ่มได้ที่ Cloud ERP กับ On-Premise ต่างกันอย่างไร

กลุ่มที่ 3 Open Source ERP อย่าง Odoo

Odoo เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดของกลุ่มนี้ มีรุ่น Community ที่เป็นโอเพนซอร์สให้ใช้ฟรีด้านไลเซนส์ และรุ่น Enterprise ที่มีฟีเจอร์เพิ่มและคิดค่าบริการ โครงสร้างเป็นแอปแยกเป็นโมดูล เช่น ขาย ซื้อ คลัง ผลิต บัญชี CRM POS และเว็บไซต์ เลือกเปิดใช้เฉพาะที่ต้องการได้ นอกจาก Odoo ยังมี ERPNext ที่เป็นโอเพนซอร์สเช่นกัน

จุดแข็ง

  • ยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งและเขียนโมดูลเพิ่มได้ เพราะเข้าถึงซอร์สโค้ด
  • โมดูลครอบคลุมกว้าง ทั้งงานหน้าร้าน งานผลิต และงานขายออนไลน์ในระบบเดียว
  • มีชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก และมีโมดูลภาษาไทยที่ชุมชนพัฒนาไว้

ข้อจำกัด

  • “ฟรี” แค่ไลเซนส์ ยังต้องมีเซิร์ฟเวอร์ คนติดตั้ง คนปรับแต่ง และคนดูแลอัปเกรดเวอร์ชัน
  • ถ้าปรับแต่งเยอะ การอัปเกรดเวอร์ชันใหญ่อาจต้องแก้โค้ดตาม
  • คุณภาพงานขึ้นกับทีมที่ติดตั้งให้มาก ระบบเดียวกันแต่ทีมต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันได้ชัด

เหมาะกับ ธุรกิจที่มีหลายฝ่ายต้องทำงานร่วมกัน อยากได้ระบบครบในราคาไลเซนส์ที่ควบคุมได้ และพร้อมมีทีมดูแลระยะยาว รายละเอียดเชิงลึกเรื่องนี้อยู่ในบทความ Odoo กับ ERP เขียนเอง เลือกแบบไหนดี

กลุ่มที่ 4 ERP เขียนเอง (Custom ERP)

กลุ่มสุดท้ายคือการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับขั้นตอนของธุรกิจ อาจเริ่มจากโมดูลที่เจ็บปวดที่สุดก่อน เช่น ระบบสต็อกหรือใบสั่งผลิต แล้วค่อยต่อเติม และเชื่อมกับโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่แล้วผ่าน API แทนที่จะทำบัญชีเองทั้งหมด

จุดแข็ง

  • หน้าจอและขั้นตอนตรงกับงานจริง พนักงานเรียนรู้เร็วเพราะไม่มีเมนูที่ไม่ได้ใช้
  • เป็นเจ้าของระบบ ไม่ผูกกับรายเดือนตามจำนวนผู้ใช้
  • เชื่อมกับเว็บไซต์ LINE OA หรือระบบอื่นได้ตามต้องการ

ข้อจำกัด

  • ใช้เวลาพัฒนาและทดสอบ ต้องวิเคราะห์ความต้องการให้ชัดตั้งแต่ต้น
  • คุณภาพขึ้นกับทีมพัฒนา ต้องมีเอกสารและแผนดูแลระยะยาว
  • ไม่ควรเขียนระบบบัญชีแยกประเภทเองถ้าไม่จำเป็น ควรเชื่อมกับโปรแกรมบัญชีที่ได้มาตรฐาน

เหมาะกับ ธุรกิจที่มีขั้นตอนเฉพาะ เช่น โรงงานแปรรูปที่มีสูตรซับซ้อน ธุรกิจทัวร์หรือรีสอร์ทที่ต้องผูกการจองกับสต็อก หรือธุรกิจที่ลองระบบสำเร็จรูปแล้วต้องปรับวิธีทำงานจนเสียประสิทธิภาพ ภาพกว้างของการตัดสินใจนี้อธิบายไว้ใน ซอฟต์แวร์เขียนเองกับ SaaS

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรม ERP 4 กลุ่ม

ตารางนี้เป็นภาพรวมเชิงแนวโน้ม แต่ละยี่ห้อในกลุ่มเดียวกันอาจต่างกันได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการทุกครั้ง

เกณฑ์ บัญชีไทยต่อยอด Cloud ERP ต่างประเทศ Open Source (Odoo ฯลฯ) เขียนเอง
เอกสารภาษีไทย ตรงตั้งแต่แรก มักต้องใช้ส่วนเสริม มีโมดูลไทยจากชุมชน/ทีมติดตั้ง ออกแบบได้ หรือเชื่อมโปรแกรมบัญชี
ความลึกงานปฏิบัติการ ปานกลาง สูง สูง ตรงตามที่ออกแบบ
การปรับแต่ง จำกัด ทำได้ผ่านพาร์ทเนอร์ สูง สูงสุด
ระยะเวลาเริ่มใช้ เร็ว ปานกลางถึงนาน ปานกลาง ขึ้นกับขอบเขต
รูปแบบค่าใช้จ่าย ไลเซนส์/รายเดือน สมาชิกรายผู้ใช้ + ค่าติดตั้ง ค่าติดตั้ง ปรับแต่ง และโฮสต์ ค่าพัฒนา + ดูแลรายปี
การพึ่งพาผู้ขาย ผู้ขายรายเดียว ผู้ผลิต + พาร์ทเนอร์ ทีมติดตั้ง (เปลี่ยนได้) ทีมพัฒนา (ต้องมีเอกสาร)
เหมาะกับ ซื้อมาขายไป บริการ ขนาดกลางขึ้นไป หลายสาขา หลายฝ่าย อยากได้ระบบครบ ขั้นตอนเฉพาะธุรกิจ

เกณฑ์ 8 ข้อที่ควรใช้ให้คะแนนก่อนตัดสินใจ

แทนที่จะดูว่าระบบไหน “มีฟีเจอร์มากกว่า” ลองให้คะแนนแต่ละตัวเลือกตามเกณฑ์ต่อไปนี้ โดยถ่วงน้ำหนักตามความสำคัญของธุรกิจคุณ

  1. ตรงกับกระบวนการหลักไหม เขียนขั้นตอนงานสำคัญ 5-10 เรื่อง เช่น รับออเดอร์ ตัดสต็อก ออกใบกำกับ รับคืนสินค้า แล้วขอให้ผู้ขายสาธิตทีละเรื่องด้วยข้อมูลตัวอย่างของคุณ
  2. บัญชีและภาษี ออกเอกสารตามรูปแบบไทยได้ไหม นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีของคุณรับได้ไหม
  3. สต็อกและคลัง รองรับหลายคลัง ล็อต วันหมดอายุ หน่วยนับหลายแบบ ตามที่ธุรกิจต้องการไหม
  4. การเชื่อมต่อ มี API หรือตัวเชื่อมกับเว็บไซต์ แพลตฟอร์มขายออนไลน์ POS และระบบชำระเงินหรือไม่
  5. ความง่ายในการใช้งาน ให้พนักงานจริงลองกดเอง ไม่ใช่ดูผู้ขายกดให้ดู
  6. ความเป็นเจ้าของข้อมูล ส่งออกข้อมูลทั้งหมดได้ไหมถ้าเลิกใช้ ข้อมูลเก็บที่ไหน
  7. ซัพพอร์ตและการดูแล ติดต่อใครเมื่อระบบมีปัญหา ตอบภายในกี่ชั่วโมง มีอบรมไหม
  8. ต้นทุนรวมระยะยาว รวมค่าไลเซนส์ ค่าติดตั้ง ค่าปรับแต่ง ค่าโฮสต์ ค่าอบรม และค่าดูแลรายปี อย่างน้อย 3 ปี

ตัวอย่างใบให้คะแนน

เกณฑ์ น้ำหนัก (1-3) ตัวเลือก A ตัวเลือก B ตัวเลือก C
ตรงกระบวนการหลัก 3
บัญชีและภาษี 3
สต็อกและคลัง 2
การเชื่อมต่อ 2
ความง่ายในการใช้งาน 2
ความเป็นเจ้าของข้อมูล 1
ซัพพอร์ต 2
ต้นทุนรวม 3 ปี 3

ให้คะแนนแต่ละช่อง 1-5 แล้วคูณน้ำหนัก ตัวเลือกที่คะแนนรวมสูงสุดไม่จำเป็นต้องชนะเสมอ แต่ตารางนี้ช่วยให้การคุยในทีมมีหลักฐาน ไม่ใช่เถียงกันจากความรู้สึก

วิธีคัดตัวเลือกให้เหลือ 2-3 ราย ก่อนนัดเดโม

การนัดเดโมสิบรายเปลืองเวลาทั้งสองฝ่าย ขั้นตอนต่อไปนี้ช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เข้าเกณฑ์ออกตั้งแต่ต้น

  1. เขียน “ปัญหาที่ต้องแก้” 3 ข้อแรก เช่น สต็อกไม่ตรง ปิดบัญชีช้า ไม่รู้ต้นทุนต่อออเดอร์ ปัญหาเหล่านี้คือเหตุผลที่ต้องมี ERP ถ้าระบบไหนแก้สามข้อนี้ไม่ได้ ตัดทิ้ง
  2. เลือกกลุ่มก่อนเลือกยี่ห้อ ใช้ตาราง 4 กลุ่มด้านบน ถ้าธุรกิจเน้นบัญชี ดูกลุ่มที่ 1 ถ้ามีหลายฝ่ายและอยากได้ระบบครบ ดูกลุ่มที่ 3 ถ้าขั้นตอนเฉพาะมาก พิจารณากลุ่มที่ 4
  3. ถามคำถามคัดกรองทางอีเมลหรือแชท เช่น รองรับหลายคลังไหม มี API ไหม ส่งออกข้อมูลได้ไหม ใครเป็นคนติดตั้ง
  4. ขอเดโมด้วยข้อมูลของคุณ เตรียมสินค้า 10-20 รายการ ลูกค้าตัวอย่าง และเคสยาก ๆ อย่างคืนของบางส่วน
  5. คุยกับผู้ใช้จริง ขอติดต่อธุรกิจที่ใช้ระบบอยู่ในอุตสาหกรรมใกล้เคียง ถามว่าอะไรที่ไม่ได้ตามที่คาด
  6. ขอแผนการติดตั้งเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุขอบเขต สิ่งที่ไม่รวม ระยะเวลา และใครรับผิดชอบการย้ายข้อมูล

ข้อผิดพลาดที่ธุรกิจ SME เจอบ่อยตอนเลือก ERP

  • เลือกตามเพื่อนแนะนำ ระบบที่ดีกับร้านอาหารของเพื่อนอาจไม่เหมาะกับโรงงานหรือร้านค้าส่งของคุณ
  • ดูแค่ค่าไลเซนส์ ลืมคิดค่าติดตั้ง ค่าปรับแต่ง และค่าดูแล ซึ่งมักเป็นส่วนใหญ่ของต้นทุนรวม
  • อยากได้ทุกโมดูลตั้งแต่วันแรก ทำให้โครงการยืดเยื้อและพนักงานล้า ควรเริ่มจากโมดูลที่แก้ปัญหาหลักก่อน
  • ไม่ให้ผู้ใช้จริงมีส่วนร่วม ผู้บริหารเลือกเอง พนักงานไม่ยอมใช้ สุดท้ายกลับไปทำ Excel คู่ขนาน
  • ไม่ทำความสะอาดข้อมูลก่อนย้าย รหัสสินค้าซ้ำ ชื่อลูกค้าเขียนหลายแบบ ทำให้ระบบใหม่ได้ข้อมูลขยะตั้งแต่เริ่ม
  • ไม่มีคนในองค์กรเป็นเจ้าของโครงการ ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่เข้าใจทั้งงานและระบบ คอยตัดสินใจและประสานงาน

สำหรับธุรกิจที่เป็นโรงงาน มีประเด็นเฉพาะเพิ่มเติม เช่น BOM ใบสั่งผลิต และต้นทุนการผลิต ซึ่งอธิบายไว้ใน คู่มือระบบ ERP โรงงาน

ตัวอย่างการจับคู่ธุรกิจกับกลุ่ม ERP

ลองดูสถานการณ์ที่พบบ่อยในธุรกิจภาคใต้ เพื่อเห็นภาพการเลือก

  • ร้านวัสดุก่อสร้างที่มีสองสาขาในสุราษฎร์ธานี งานหลักคือขายหน้าร้าน ขายเครดิต และโอนสินค้าระหว่างสาขา บัญชีต้องเป๊ะ กลุ่มที่ 1 มักตอบโจทย์ ถ้าต้องการ POS ที่เชื่อมกัน ค่อยดูตัวเชื่อม
  • โรงงานแปรรูปอาหารทะเลในสงขลา ต้องติดตามล็อตวัตถุดิบ วันหมดอายุ และต้นทุนต่อล็อต กลุ่มที่ 3 หรือ 4 มักยืดหยุ่นพอ หรือใช้โปรแกรมบัญชีกลุ่มที่ 1 คู่กับระบบผลิตเขียนเอง
  • กลุ่มรีสอร์ทหลายแห่งในภูเก็ตและกระบี่ มีหลายนิติบุคคล หลายสกุลเงิน และต้องรวมงบ กลุ่มที่ 2 หรือ 3 น่าพิจารณา
  • ธุรกิจขายส่งออนไลน์ที่มีหน้าร้านบนเว็บไซต์ ต้องการให้ออเดอร์จากเว็บไหลเข้าสต็อกและบัญชีอัตโนมัติ ความสามารถด้าน API สำคัญที่สุด ดูพื้นฐานเรื่องนี้ได้ที่ API คืออะไร

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม ERP

โปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ตัวไหนดีที่สุด

ไม่มีตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ ตัวที่เหมาะคือตัวที่แก้ปัญหาหลักของคุณได้ พนักงานใช้เป็น และต้นทุนรวมระยะยาวรับได้ เริ่มจากเลือกกลุ่มให้ถูกก่อนแล้วค่อยเทียบยี่ห้อ

ธุรกิจเล็กมากจำเป็นต้องใช้ ERP ไหม

ถ้ายังมีสินค้าไม่กี่รายการ ไม่มีสต็อกซับซ้อน และคนทำงานไม่กี่คน โปรแกรมบัญชีกับ POS อาจเพียงพอ ERP เริ่มคุ้มเมื่อข้อมูลต้องไหลข้ามหลายฝ่ายและการคีย์ซ้ำเริ่มทำให้ผิดพลาด

Odoo ฟรีจริงไหม

รุ่น Community ไม่มีค่าไลเซนส์ แต่ยังมีค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าติดตั้ง ค่าปรับแต่ง และค่าดูแล ส่วนรุ่น Enterprise มีค่าบริการ ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

Cloud ERP ปลอดภัยไหม

ผู้ให้บริการรายใหญ่ส่วนใหญ่มีมาตรการความปลอดภัยและสำรองข้อมูล แต่ควรถามเรื่องที่เก็บข้อมูล การสำรอง การส่งออกข้อมูล และการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มใช้ ERP ได้

ขึ้นกับขอบเขต ระบบที่เริ่มจากโมดูลบัญชีและขายอาจใช้ได้ในไม่กี่สัปดาห์ ระบบที่มีการผลิตและปรับแต่งเยอะอาจใช้หลายเดือน ควรแบ่งเป็นเฟสและเริ่มใช้งานจริงทีละส่วน

เปลี่ยนโปรแกรม ERP ทีหลังได้ไหม

ได้ แต่มีต้นทุนทั้งการย้ายข้อมูลและการอบรมใหม่ จึงควรเลือกระบบที่ส่งออกข้อมูลได้ครบ และเก็บรหัสสินค้า ลูกค้า และผังบัญชีให้เป็นมาตรฐานตั้งแต่ต้น

สรุป เลือกกลุ่มให้ถูก แล้วค่อยเลือกยี่ห้อ

โปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ ในไทยแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ERP ต่อยอดจากโปรแกรมบัญชีไทย Cloud ERP จากต่างประเทศ Open Source อย่าง Odoo และระบบเขียนเอง แต่ละกลุ่มมีจุดแข็งต่างกันชัดเจน การเริ่มจากปัญหาที่ต้องแก้ เลือกกลุ่มให้เหมาะ แล้วให้คะแนนตามเกณฑ์ จะช่วยให้คุณคัดเหลือ 2-3 รายที่คุ้มค่ากับการนัดเดโมจริง

ทีมฟรีแลนซ์ของ Southern Whale ช่วยวิเคราะห์ขั้นตอนงาน วางระบบ และพัฒนา ERP ที่เชื่อมกับเว็บไซต์และโปรแกรมบัญชีที่คุณใช้อยู่ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการวางระบบ ERP หรือถ้าอยากให้ช่วยดูว่าธุรกิจของคุณควรอยู่กลุ่มไหน ทักมาคุยกันก่อนได้ที่ LINE OA

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรม erp ที่นิยมใช้, โปรแกรม erp, erp ที่นิยมใช้ในไทย, เปรียบเทียบโปรแกรม erp, erp สำหรับ sme, odoo erp, cloud erp

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kreangsak S.

Kreangsak S.

ทีมงาน Southern Whale · SEO & WordPress Specialist · Web Developer

ทำเว็บไซต์และ SEO มากว่า 10 ปี ถนัดเว็บ WordPress และ E-Commerce ที่วาง SEO ตั้งแต่ต้น ปัจจุบันใช้ AI ช่วยพัฒนาระบบให้เร็วขึ้น

LinkedIn ↗Fastwork ↗ทัก LINE ปรึกษาฟรี ↗

อยากให้เราช่วยทำให้เลยไหม

เราตรวจเว็บให้ฟรีก่อนเสมอ บอก URL มา แล้วเราจะบอกว่าเว็บของคุณติดตรงไหน และควรแก้อะไรก่อน