ระบบ MRP คืออะไร และทำไมโรงงานถึงต้องมี
MRP คือ Material Requirements Planning หรือระบบวางแผนความต้องการวัตถุดิบ หน้าที่หลักของมันคือตอบสามคำถามที่ฝ่ายผลิตและฝ่ายจัดซื้อถามกันทุกวัน ต้องใช้วัตถุดิบอะไร ใช้เท่าไหร่ และต้องสั่งเมื่อไหร่ ถึงจะผลิตทันส่งลูกค้า
โรงงานส่วนใหญ่ตอบคำถามนี้ด้วยประสบการณ์ของหัวหน้าไลน์บวกไฟล์ Excel อีกสองสามไฟล์ ซึ่งใช้ได้ดีตอนสินค้ายังไม่กี่ตัว แต่พอออเดอร์เพิ่ม สูตรการผลิตมากขึ้น และวัตถุดิบมีหลายผู้ขาย สิ่งที่ตามมาคือวัตถุดิบขาดกลางไลน์ หรือซื้อเผื่อจนเงินไปจมอยู่ในโกดัง
บริการรับทำระบบ MRP ของ Southern Whale ออกแบบระบบตามขั้นตอนการผลิตจริงของโรงงานคุณ ไม่ได้บังคับให้โรงงานเปลี่ยนวิธีทำงานตามโปรแกรม เราเขียนใหม่ทั้งระบบ หรือต่อยอดจากโอเพนซอร์สอย่าง Odoo ก็ได้ แล้วแต่ว่าทางไหนเหมาะกว่า และคุณเป็นเจ้าของทั้งซอร์สโค้ดและข้อมูล
พูดตรง ๆ: ระบบ MRP ไม่ได้แก้ปัญหาให้เองถ้าข้อมูลตั้งต้นผิด BOM ที่ไม่ตรงกับหน้างานจริง หรือยอดสต็อกที่ไม่เคยนับ จะทำให้ระบบคำนวณผิดอย่างมั่นใจ งานส่วนใหญ่ช่วงแรกจึงเป็นการเก็บข้อมูลให้ถูกร่วมกับทีมของคุณ ไม่ใช่การเขียนโค้ด
MRP, MRP II และ ERP ต่างกันยังไง
| MRP | MRP II | ERP | |
|---|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | Material Requirements Planning | Manufacturing Resource Planning | Enterprise Resource Planning |
| ตอบคำถาม | ต้องใช้วัตถุดิบอะไร เท่าไหร่ เมื่อไหร่ | แผนผลิตนี้ทำได้จริงไหม เมื่อดูเครื่องจักร คน และต้นทุน | งานทั้งบริษัทเชื่อมกันยังไง |
| ขอบเขต | วัตถุดิบและชิ้นส่วน | วัตถุดิบ + กำลังการผลิต + แรงงาน + ต้นทุน | ขาย จัดซื้อ คลัง ผลิต บัญชี บุคคล |
| เหมาะกับ | โรงงานที่ปัญหาหลักคือของขาด/ของล้น | โรงงานที่คอขวดอยู่ที่เครื่องจักรหรือคน | บริษัทที่อยากรวมทุกแผนกไว้ที่เดียว |
ในทางปฏิบัติ ระบบที่เราทำให้โรงงานมักอยู่ระหว่าง MRP กับ MRP II และเชื่อมกับ ระบบ ERP หรือ ระบบคลังสินค้า ได้เมื่อธุรกิจพร้อม อ่านคำอธิบายแบบละเอียดพร้อมตัวอย่างการคำนวณได้ที่ MRP คืออะไร
ระบบ MRP เหมาะกับใคร
ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ผลิตขนาดเล็กถึงกลาง โดยเฉพาะในภาคใต้ที่มีอุตสาหกรรมแปรรูปอยู่มาก ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบบ่อย เช่น
- โรงงานแปรรูปอาหาร เช่น ขนม เครื่องแกง น้ำพริก อาหารทะเลแห้ง ที่ต้องคุมวันหมดอายุของวัตถุดิบและย้อนกลับล็อตได้
- ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพาราหรือปาล์มน้ำมัน เช่น ผลิตภัณฑ์ยางขึ้นรูป หรือสินค้าแปรรูปจากปาล์ม ที่ราคาวัตถุดิบขึ้นลงบ่อยและต้นทุนต่อหน่วยเปลี่ยนตาม
- ห้องเย็นและโรงงานอาหารทะเล ที่รับวัตถุดิบเป็นล็อตตามเรือหรือแพปลา คัดเกรด แล้วแปรรูปเป็นหลายผลิตภัณฑ์
- โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ที่สินค้าหนึ่งชิ้นมีชิ้นส่วนหลายชั้น ไม้ แผ่น อุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ และมีงานสั่งทำตามแบบ
- โรงงานขนาดเล็กหรือ OEM ที่รับผลิตให้หลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์มีสูตรและบรรจุภัณฑ์ต่างกัน
ถ้าคุณขายสินค้าสำเร็จรูปที่ซื้อมาขายต่อโดยไม่ได้ผลิตเอง สิ่งที่ต้องการน่าจะเป็น ระบบคลังสินค้า มากกว่าระบบ MRP
สัญญาณว่าโรงงานของคุณถึงเวลาต้องมีระบบ MRP
- วัตถุดิบขาดกลางรอบผลิต ต้องหยุดไลน์รอของ หรือให้จัดซื้อวิ่งหาของด่วนในราคาที่แพงกว่าปกติ
- สต็อกวัตถุดิบบวม ซื้อเผื่อไว้เพราะไม่มั่นใจตัวเลข สุดท้ายบางตัวเสื่อมหรือหมดอายุก่อนได้ใช้
- BOM มีหลายเวอร์ชัน ไฟล์ของฝ่ายผลิตไม่ตรงกับของจัดซื้อ และไม่ตรงกับที่หน้าไลน์ทำจริง
- ไม่รู้ต้นทุนจริงต่อหน่วย ราคาวัตถุดิบขึ้นแต่ยังขายราคาเดิม เพราะคำนวณใหม่ไม่ทัน
- ตอบลูกค้าไม่ได้ว่างานเสร็จเมื่อไหร่ ต้องโทรถามหน้าไลน์ทุกครั้ง
- ลูกค้าหรือผู้ตรวจขอข้อมูลย้อนกลับล็อต แต่ต้องรื้อกระดาษหลายวันกว่าจะได้คำตอบ
- ความรู้อยู่ในหัวคนคนเดียว ถ้าหัวหน้าไลน์ลาหรือลาออก การวางแผนผลิตสะดุดทันที
ถ้าเจอสามข้อขึ้นไป ระบบ MRP มักคุ้มค่ากับการลงทุน ถ้าเจอข้อเดียวหรือสองข้อ บางครั้งแค่ปรับ Excel ให้เป็นระบบก็พอ เราจะบอกตรง ๆ ตอนปรึกษา
โมดูลที่เราทำในระบบ MRP
| โมดูล | ทำอะไร |
|---|---|
| BOM / สูตรการผลิต | เก็บสูตรหลายชั้น (สินค้าสำเร็จรูป > ชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จ > วัตถุดิบ) พร้อมหน่วยนับ อัตราสูญเสีย และประวัติเวอร์ชันของสูตร |
| แผนการผลิตหลัก (MPS) | รวมออเดอร์ลูกค้ากับยอดพยากรณ์ เป็นแผนว่าจะผลิตอะไร เท่าไหร่ สัปดาห์ไหน |
| คำนวณความต้องการวัตถุดิบ | แตก BOM จากแผนผลิต หักสต็อกที่มีและของที่สั่งไว้แล้ว เผื่อ Safety Stock และ Lead Time ออกมาเป็นรายการที่ต้องสั่งพร้อมวันที่ควรสั่ง |
| ใบขอซื้อ / ใบสั่งซื้อ | แปลงผลการคำนวณเป็นใบขอซื้อให้จัดซื้ออนุมัติ แยกตามผู้ขาย |
| ใบสั่งผลิต (Work Order) | ออกใบสั่งผลิต เบิกวัตถุดิบตาม BOM บันทึกยอดผลิตได้ ของเสีย และของที่คืนคลัง |
| ติดตามงานหน้าไลน์ | หัวหน้าไลน์อัปเดตสถานะผ่านแท็บเล็ตหรือมือถือ ผู้บริหารเห็นว่างานไหนอยู่ขั้นตอนไหน |
| ต้นทุนการผลิต | คำนวณต้นทุนต่อหน่วยจากวัตถุดิบที่ใช้จริง ค่าแรง และค่าโสหุ้ย เทียบต้นทุนมาตรฐานกับต้นทุนจริง |
| Lot / Batch Traceability | ติดตามล็อตตั้งแต่รับวัตถุดิบจนส่งสินค้า ย้อนกลับได้ทั้งสองทาง รองรับวันหมดอายุและ FEFO |
| ควบคุมคุณภาพ (QC) | จุดตรวจตอนรับวัตถุดิบ ระหว่างผลิต และก่อนส่ง บันทึกผลผ่าน/ไม่ผ่าน กักล็อตที่มีปัญหา |
| รายงานและแดชบอร์ด | ยอดผลิต ของเสีย ต้นทุน สต็อกวัตถุดิบ งานที่ล่าช้า รายงานภาษาไทย ส่งออก Excel/PDF ได้ |
ไม่จำเป็นต้องทำทุกโมดูลตั้งแต่แรก โรงงานส่วนใหญ่เริ่มจาก BOM กับการคำนวณวัตถุดิบ เพราะเห็นผลเร็วที่สุด แล้วค่อยเพิ่มใบสั่งผลิตและต้นทุนในเฟสถัดไป
BOM คืออะไร ทำไมต้องเริ่มที่ตรงนี้
BOM คือ Bill of Materials หรือรายการวัตถุดิบและชิ้นส่วนทั้งหมดที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งหน่วย พร้อมปริมาณที่ใช้ เช่น น้ำพริกหนึ่งกระปุกใช้พริกแห้งกี่กรัม หอมกระเทียมเท่าไหร่ กระปุก ฝา ฉลากอย่างละหนึ่ง
ทุกการคำนวณในระบบ MRP เริ่มจาก BOM ทั้งปริมาณวัตถุดิบที่ต้องสั่งและต้นทุนต่อหน่วย ถ้า BOM ผิด ทุกอย่างผิดตาม เราจึงใช้เวลากับขั้นนี้มาก และเก็บอัตราสูญเสีย (เช่น การตัดแต่งวัตถุดิบ ของเสียระหว่างผลิต) ไว้ใน BOM ด้วย ไม่อย่างนั้นระบบจะคำนวณวัตถุดิบน้อยกว่าที่ใช้จริงทุกครั้ง
ทำระบบเอง vs ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (เปรียบเทียบตรง ๆ)
| ประเด็น | โปรแกรมสำเร็จรูป / SaaS | ต่อยอด Odoo หรือโอเพนซอร์ส | เขียนใหม่ตามงานจริง |
|---|---|---|---|
| เริ่มใช้งาน | เร็วที่สุด | ปานกลาง | ใช้เวลามากที่สุด |
| ความยืดหยุ่น | ต้องทำตาม Flow ของโปรแกรม | ปรับได้มาก แต่ต้องอยู่ในกรอบของแพลตฟอร์ม | ออกแบบตามกระบวนการจริงได้เต็มที่ |
| ค่าใช้จ่ายระยะยาว | ค่าบริการรายเดือนหรือต่อผู้ใช้ | ค่าดูแลและอัปเกรดเวอร์ชัน | ค่าดูแลระบบและเซิร์ฟเวอร์ |
| ความเป็นเจ้าของ | ข้อมูลอยู่บนระบบผู้ให้บริการ | เป็นเจ้าของโค้ดส่วนที่ต่อยอด | เป็นเจ้าของโค้ดและข้อมูลทั้งหมด |
| เหมาะกับ | กระบวนการมาตรฐาน ยอมปรับตามโปรแกรมได้ | ต้องการโมดูลครบ แต่มีบางจุดเฉพาะ | กระบวนการเฉพาะตัว หรือต้องเชื่อมระบบเดิมมาก |
เราไม่ได้คิดว่าเขียนใหม่ดีที่สุดเสมอ ถ้าโรงงานของคุณผลิตแบบมาตรฐานและโปรแกรมสำเร็จรูปทำได้ครบ ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจะเร็วและถูกกว่า เราพูดแบบนี้ตอนปรึกษาจริง อ่านแนวคิดเพิ่มเติมได้ที่ Custom Software vs SaaS
ขั้นตอนการทำงาน
- Discovery: เดินดูหน้างานจริง คุยกับเจ้าของ ฝ่ายผลิต จัดซื้อ คลัง และบัญชี ดูว่าวัตถุดิบเข้ามายังไง ผลิตกี่ขั้นตอน ข้อมูลอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วสรุปขอบเขตงานเป็นเอกสาร
- เก็บและตรวจข้อมูลตั้งต้น รวบรวม BOM รายการวัตถุดิบ ผู้ขาย Lead Time และยอดสต็อก ตรวจกับหน้างานว่าตรงกันจริง
- Prototype ทำหน้าจอตัวอย่างที่กดได้ ให้ทีมของคุณลองใช้กับข้อมูลจริงก่อนพัฒนาเต็มระบบ ปรับจนหน้าจอตรงกับวิธีทำงาน
- พัฒนาและเปิดใช้เป็นเฟส เปิดใช้ทีละโมดูล เช่น เฟสแรก BOM กับการคำนวณวัตถุดิบ เฟสต่อไปใบสั่งผลิตและต้นทุน ช่วงเปลี่ยนผ่านอาจใช้คู่กับระบบเดิมเพื่อเทียบตัวเลข
- อบรม สอนแยกตามบทบาท หัวหน้าไลน์ จัดซื้อ คลัง ผู้บริหาร พร้อมคู่มือภาษาไทย
- ส่งมอบ ส่งซอร์สโค้ด เอกสารระบบ โครงสร้างฐานข้อมูล และวิธีสำรองข้อมูล ให้บริษัทของคุณถือไว้เอง ดูแลต่อกับเราหรือทีมอื่นก็ได้
การเชื่อมต่อกับระบบอื่น
- โปรแกรมบัญชี ส่งข้อมูลซื้อ ขาย และต้นทุนไปยังโปรแกรมที่นักบัญชีใช้อยู่ เช่น Express, FlowAccount หรือ PEAK ผ่าน API หรือไฟล์นำเข้า ตามที่โปรแกรมนั้นรองรับ
- ระบบขายและเว็บไซต์ รับออเดอร์จากเว็บไซต์หรือระบบขายมาเป็นความต้องการในแผนผลิต
- LINE แจ้งเตือนเมื่อวัตถุดิบต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ใบสั่งผลิตล่าช้า หรือ QC ไม่ผ่าน
- ระบบคลังสินค้าและ ERP เชื่อมกับ ระบบคลังสินค้า และ ระบบ ERP เมื่อต้องการภาพรวมทั้งบริษัท
- อุปกรณ์หน้างาน บาร์โค้ดหรือ QR Code สำหรับรับวัตถุดิบและเบิกจ่าย ตาชั่งดิจิทัลที่ส่งค่าออกได้ ขึ้นกับรุ่นอุปกรณ์
- Excel นำเข้าและส่งออกได้ เพราะบางงานทีมยังถนัด Excel อยู่
ย้ายข้อมูลจาก Excel หรือโปรแกรมเดิม
โรงงานส่วนใหญ่มีข้อมูลกระจายอยู่ใน Excel หลายไฟล์ บางส่วนอยู่ในสมุด เราช่วยจัดเทมเพลตให้กรอก รวมข้อมูลจากหลายแหล่ง ตัดรายการซ้ำ ตั้งรหัสวัตถุดิบและสินค้าให้เป็นระบบ แล้วนำเข้า
ก่อนเปิดใช้จริงเราตรวจยอดเทียบกับของเดิมทุกครั้ง โดยเฉพาะยอดสต็อกตั้งต้น ซึ่งเราแนะนำให้นับสต็อกจริงหนึ่งครั้งก่อนวันเริ่มใช้ ถ้าโปรแกรมเดิมส่งออกข้อมูลได้ เราใช้ไฟล์นั้นเป็นฐาน ข้อมูลที่ย้ายไม่ได้หรือไม่ครบ เราแจ้งให้รู้ตั้งแต่ช่วงสำรวจ
ความปลอดภัยและ PDPA
- สิทธิ์ผู้ใช้ตามบทบาท หน้าไลน์เห็นเฉพาะใบสั่งผลิต จัดซื้อเห็นราคาผู้ขาย ต้นทุนและกำไรเห็นเฉพาะผู้บริหาร
- บันทึกประวัติการแก้ไข รู้ว่าใครแก้ BOM ใครปรับยอดสต็อก เมื่อไหร่ แก้จากอะไรเป็นอะไร
- สำรองข้อมูลอัตโนมัติ และทดสอบการกู้คืนก่อนส่งมอบ
- การเข้ารหัส ใช้ HTTPS ทุกหน้า และจัดเก็บรหัสผ่านแบบเข้ารหัส
- PDPA ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและผู้ติดต่อของผู้ขาย/ลูกค้า เก็บเท่าที่จำเป็นและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง
- สูตรการผลิตเป็นความลับทางการค้า แยกสิทธิ์ดูสูตรเต็มออกจากสิทธิ์ใช้งานทั่วไป
บริการและบทความที่เกี่ยวข้อง
- ระบบ ERP สำหรับบริษัทและองค์กร รวมขาย จัดซื้อ คลัง ผลิต และบัญชีไว้ในระบบเดียว
- ระบบคลังสินค้า สำหรับธุรกิจที่เน้นซื้อมาขายไป หรือมีหลายคลัง
- รับพัฒนา Custom Software สำหรับระบบเฉพาะทางอื่น ๆ
- MRP คืออะไร พร้อมตัวอย่างการคำนวณ
- Custom Software vs SaaS เลือกแบบไหนดี
เริ่มต้นคุยกับเรา
Southern Whale มีประสบการณ์ด้านเว็บและระบบมากกว่า 10 ปี และผลงานกว่า 50 เว็บ เราเริ่มทุกโปรเจกต์ด้วยการทำความเข้าใจหน้างานก่อนเสนออะไร
ราคาประเมินตามขอบเขตงานจริง ทัก LINE ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน หรืออีเมล [email protected] เล่าให้เราฟังว่าโรงงานของคุณผลิตอะไร วัตถุดิบหลักมีกี่ตัว และตอนนี้ปัญหาที่หนักที่สุดคืออะไร
คำถามที่พบบ่อย
MRP คืออะไร ต่างจาก ERP ยังไง
MRP (Material Requirements Planning) คือระบบวางแผนความต้องการวัตถุดิบ ตอบคำถามว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไร เท่าไหร่ และต้องสั่งเมื่อไหร่ เพื่อผลิตให้ทันตามแผน ส่วน ERP คือระบบที่รวมงานทั้งบริษัท ทั้งขาย จัดซื้อ คลัง บัญชี บุคคล โดยมักมี MRP เป็นโมดูลหนึ่งสำหรับฝั่งการผลิต
MRP II คืออะไร
MRP II (Manufacturing Resource Planning) คือการขยาย MRP จากเรื่องวัตถุดิบอย่างเดียว ไปรวมทรัพยากรการผลิตอื่น เช่น กำลังการผลิตของเครื่องจักร แรงงาน และต้นทุน เพื่อให้แผนที่ได้ทำได้จริงในโรงงาน ระบบที่เราทำมักครอบคลุมส่วนนี้ด้วยตามความจำเป็นของแต่ละโรงงาน
BOM คืออะไร ทำไมสำคัญกับระบบ MRP
BOM (Bill of Materials) คือรายการวัตถุดิบและชิ้นส่วนทั้งหมดที่ใช้ผลิตสินค้าหนึ่งหน่วย พร้อมปริมาณ ถ้า BOM ไม่ถูกต้อง การคำนวณวัตถุดิบและต้นทุนทั้งหมดจะผิดตาม เราจึงเริ่มงานทุกครั้งด้วยการเก็บและตรวจ BOM ร่วมกับฝ่ายผลิต
โรงงานเล็กจำเป็นต้องมีระบบ MRP ไหม
ไม่เสมอไป ถ้าผลิตสินค้าไม่กี่ตัว วัตถุดิบน้อย และ Excel ยังคุมได้ ก็ยังไม่จำเป็น สัญญาณที่ควรเริ่มคือวัตถุดิบขาดบ่อย สต็อกบวม ต้นทุนไม่ชัด หรือลูกค้าเริ่มขอเอกสารย้อนกลับล็อต เราจะบอกตรง ๆ ตอนปรึกษาว่าคุ้มหรือยัง
รองรับการผลิตอาหารที่มีวันหมดอายุและล็อตไหม
รองรับ ออกแบบให้รับวัตถุดิบเป็นล็อต บันทึกวันผลิต วันหมดอายุ เบิกตามหลัก FEFO (หมดอายุก่อนใช้ก่อน) และย้อนกลับได้ว่าสินค้าล็อตไหนใช้วัตถุดิบล็อตไหน ซึ่งช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการตรวจมาตรฐานอย่าง GMP หรือ HACCP ได้ แต่ตัวระบบไม่ใช่ใบรับรองมาตรฐาน
เชื่อมกับโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่ได้ไหม
ได้ในหลายกรณี เช่น ส่งข้อมูลซื้อ ขาย และต้นทุนไปยังโปรแกรมบัญชีที่นักบัญชีใช้อยู่ อย่าง Express, FlowAccount หรือ PEAK ผ่าน API หรือไฟล์นำเข้า ขึ้นกับว่าโปรแกรมนั้นเปิดช่องทางให้แบบไหน เราตรวจให้ก่อนเริ่มงาน
ข้อมูลเดิมใน Excel ย้ายเข้าระบบได้ไหม
ได้ เราช่วยจัดรูปแบบไฟล์ Excel ของรายการสินค้า วัตถุดิบ BOM ผู้ขาย และยอดสต็อกตั้งต้น แล้วนำเข้า พร้อมตรวจยอดเทียบกับของเดิมก่อนเริ่มใช้จริง
ใช้ Odoo หรือโปรแกรมสำเร็จรูปแทนได้ไหม
ได้ และบางโรงงานก็เหมาะกว่า ถ้ากระบวนการผลิตเป็นมาตรฐานและยอมปรับวิธีทำงานตามโปรแกรมได้ โปรแกรมสำเร็จรูปเริ่มใช้เร็วกว่า เราช่วยประเมินทั้งแบบเขียนใหม่ แบบต่อยอด Odoo หรือโอเพนซอร์สอื่น และบอกข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง
ใช้เวลาทำระบบ MRP นานแค่ไหน
ขึ้นกับจำนวนโมดูลและความซับซ้อนของสายการผลิต เราแนะนำให้เริ่มจากส่วนที่เจ็บที่สุดก่อน เช่น BOM กับการคำนวณวัตถุดิบ ให้ใช้งานได้จริงแล้วค่อยเพิ่มโมดูลถัดไป จะแจ้งกำหนดการชัดเจนหลังคุยขอบเขตงาน
ราคาทำระบบ MRP เท่าไหร่
ราคาประเมินตามขอบเขตงานจริง ทัก LINE ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน เราดูกระบวนการผลิตของคุณแล้วเสนอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร



