เย็นวันศุกร์ ร้านเต็มทุกโต๊ะ พนักงานรับออเดอร์ด้วยกระดาษ เดินไปแปะที่ครัว แต่โต๊ะ 7 สั่งเพิ่มแล้วกระดาษหล่นหาย ลูกค้ารอนานจนต้องเดินมาถาม ขณะเดียวกันไรเดอร์สามคนยืนรอหน้าร้าน แท็บเล็ตของแอปเดลิเวอรีสามเครื่องเด้งเสียงพร้อมกัน พอปิดร้าน เจ้าของนั่งนับเงินแล้วยอดไม่ตรงกับบิล และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมูสับเหลือพอสำหรับพรุ่งนี้หรือเปล่า
ภาพนี้คือเหตุผลที่ ระบบ POS ร้านอาหาร ต่างจาก POS ร้านค้าปลีกทั่วไปมาก ร้านอาหารไม่ได้ขายของจากชั้นแล้วจบ แต่มีโต๊ะ มีครัว มีเมนูที่ประกอบจากวัตถุดิบหลายตัว มีช่องทางขายหลายทาง และมีพนักงานหลายหน้าที่ทำงานพร้อมกัน
ระบบ POS ร้านอาหาร คือระบบขายหน้าร้านที่ออกแบบมาเพื่อร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และร้านเครื่องดื่ม รวมการรับออเดอร์ การจัดการโต๊ะ การส่งออเดอร์เข้าครัว การรับชำระเงิน การตัดสต็อกวัตถุดิบ และรายงานยอดขายไว้ในที่เดียว ถ้ายังไม่แน่ใจพื้นฐานของ POS แนะนำอ่าน ระบบ POS คืออะไร ก่อน ส่วนบทความนี้จะเจาะเฉพาะสิ่งที่ร้านอาหารต้องดูตอนเลือกระบบ
ระบบ POS ร้านอาหารต่างจาก POS ร้านค้าปลีกอย่างไร
POS ร้านค้าปลีกเน้นสแกนบาร์โค้ด ตัดสต็อกทีละชิ้น และขายจบที่เคาน์เตอร์ ซึ่งเราเขียนไว้ละเอียดใน คู่มือระบบ POS ร้านค้าปลีก แต่ร้านอาหารมีโจทย์อีกชุดหนึ่ง
| ประเด็น | POS ร้านค้าปลีก | POS ร้านอาหาร |
|---|---|---|
| หน่วยการขาย | สินค้าเป็นชิ้น มีบาร์โค้ด | เมนูที่ทำจากวัตถุดิบหลายอย่าง |
| การตัดสต็อก | ตัดสินค้าชิ้นนั้นตรง ๆ | ตัดวัตถุดิบตามสูตร (Recipe) |
| ขั้นตอนหลังขาย | ส่งของให้ลูกค้าทันที | ส่งออเดอร์เข้าครัว รอทำ แล้วเสิร์ฟ |
| การเปิดบิล | เปิดและปิดบิลในครั้งเดียว | เปิดบิลค้างไว้ที่โต๊ะ สั่งเพิ่มได้หลายรอบ |
| ตัวเลือกสินค้า | ไซซ์ สี | ระดับความเผ็ด ไม่ใส่ผัก เพิ่มไข่ หวานน้อย |
| ช่องทางขาย | หน้าร้าน ออนไลน์ | ทานที่ร้าน กลับบ้าน เดลิเวอรีหลายแอป |
| การแยกจ่าย | ไม่ค่อยมี | แยกบิล รวมโต๊ะ ย้ายโต๊ะ เป็นเรื่องปกติ |
ถ้าเอา POS ร้านค้าปลีกมาใช้กับร้านอาหาร มักจะติดตรงการเปิดบิลค้างที่โต๊ะ การส่งเข้าครัว และการตัดวัตถุดิบ ซึ่งเป็นงานประจำวันที่สุดของร้าน
รูปแบบร้านกำหนดฟีเจอร์ที่ต้องใช้
ก่อนเปิดดูระบบไหน ลองตอบให้ได้ก่อนว่าร้านเราเป็นแบบไหน เพราะร้านแต่ละแบบใช้ฟีเจอร์ไม่เท่ากัน
- ร้านอาหารตามสั่งหรือร้านข้าวแกง ออเดอร์เร็ว เมนูไม่ซับซ้อน ต้องการหน้าจอรับออเดอร์ที่กดน้อยที่สุด และปริ้นเตอร์ครัวหนึ่งเครื่องก็พอ
- ร้านอาหารแบบนั่งทาน (Full Service) ต้องการผังโต๊ะ เปิดบิลค้าง สั่งเพิ่ม แยกบิล และส่งออเดอร์ไปหลายสถานี เช่น ครัวร้อน ครัวเย็น บาร์น้ำ
- คาเฟ่และร้านเครื่องดื่ม เน้นตัวเลือกเยอะ (หวานน้อย นมโอ๊ต เพิ่มช็อต) คิวยาวช่วงเช้า และมักมีระบบสะสมแต้มสมาชิก
- ร้านบุฟเฟต์ หมูกระทะ ชาบู คิดเงินตามหัวและเวลา ต้องจับเวลาโต๊ะ และให้ลูกค้าสั่งเติมผ่าน QR ได้เองโดยไม่คิดเงินเพิ่ม
- ร้านที่ขายเดลิเวอรีเป็นหลัก (Cloud Kitchen) ไม่มีโต๊ะ แต่ต้องรวมออเดอร์จากหลายแอปให้อยู่ในคิวเดียว
- ร้านหลายสาขา ต้องการเมนูกลาง ราคาต่างกันได้ตามสาขา และรายงานรวมทุกสาขา
ร้านริมทะเลในภูเก็ตหรือกระบี่ที่ลูกค้าต่างชาติเยอะ อาจต้องการเมนูหลายภาษาบน QR เพิ่มด้วย ขณะที่ร้านในตัวเมืองหาดใหญ่หรือสุราษฎร์ธานีที่ขายเดลิเวอรีหนัก อาจให้น้ำหนักกับการเชื่อมแอปมากกว่า
จัดการโต๊ะและโซน หัวใจของร้านนั่งทาน
ผังโต๊ะที่ดีทำให้พนักงานหน้าร้านเห็นสถานะทั้งร้านในหน้าจอเดียว ฟีเจอร์ที่ควรตรวจมีดังนี้
- ผังโต๊ะแยกโซน เช่น ในร้าน ระเบียง ห้องแอร์ ห้อง VIP ลากวางตำแหน่งให้ตรงกับร้านจริงได้
- สถานะโต๊ะด้วยสี ว่าง มีลูกค้า รอเช็กบิล จองไว้ เห็นแล้วรู้ทันทีโดยไม่ต้องถาม
- เปิดบิลค้างและสั่งเพิ่ม ลูกค้าสั่งรอบสองรอบสามได้ ระบบส่งเฉพาะรายการใหม่เข้าครัว
- ย้ายโต๊ะ รวมโต๊ะ แยกบิล ทั้งแยกตามรายการและหารเท่า กรณีกลุ่มเพื่อนจ่ายคนละส่วน
- จำนวนลูกค้าต่อโต๊ะ ใช้คำนวณยอดเฉลี่ยต่อหัว และจำเป็นมากสำหรับร้านบุฟเฟต์
- จับเวลาโต๊ะ ดูว่าโต๊ะไหนนั่งนานเกินไป หรือบุฟเฟต์โต๊ะไหนใกล้หมดเวลา
ลองให้พนักงานจริงทดลองย้ายโต๊ะและแยกบิลระหว่างเดโม ถ้าต้องกดหลายขั้นจนงง ช่วงร้านเต็มจะยิ่งพลาดง่าย
ส่งออเดอร์เข้าครัว ปริ้นเตอร์ครัวหรือจอ KDS
ส่วนที่ร้านอาหารเจ็บที่สุดมักเป็นรอยต่อระหว่างหน้าร้านกับครัว ระบบ POS ร้านอาหารมีสองทางหลัก
ปริ้นเตอร์ครัว (Kitchen Printer)
เมื่อกดส่งออเดอร์ ใบสั่งจะพิมพ์ออกที่ครัวทันที ข้อดีคือคุ้นมือ ทนความร้อนและน้ำมันได้ดีถ้าเลือกรุ่นที่เหมาะ สิ่งที่ต้องดูคือ
- ส่งไปหลายเครื่องตามประเภทเมนูได้ไหม เช่น เครื่องดื่มไปบาร์ ของทอดไปครัวร้อน
- พิมพ์ตัวเลือกพิเศษ เช่น “ไม่ใส่ผัก” ให้เด่นจนพ่อครัวมองเห็นหรือเปล่า
- ถ้าปริ้นเตอร์กระดาษหมดหรือหลุดเครือข่าย ระบบแจ้งเตือนไหม หรือออเดอร์หายเงียบ ๆ
จอครัว KDS (Kitchen Display System)
KDS คือจอที่แสดงออเดอร์แทนกระดาษ พ่อครัวกด “เริ่มทำ” และ “เสร็จ” ได้ หน้าร้านเห็นทันทีว่าจานไหนพร้อมเสิร์ฟ ข้อดีคือ
- เรียงคิวตามเวลา มีตัวจับเวลาว่าแต่ละออเดอร์รอนานเท่าไร
- รวมเมนูเดียวกันจากหลายโต๊ะ ช่วยให้ครัวทำทีเดียวหลายจาน
- เก็บข้อมูลเวลาทำอาหารจริง ใช้วิเคราะห์ว่าเมนูไหนช้าเกินไป
ร้านเล็กเริ่มจากปริ้นเตอร์ครัวก็เพียงพอ ร้านที่มีหลายสถานีหรือออเดอร์เดลิเวอรีเยอะจะเห็นประโยชน์ของ KDS ชัดกว่า บางร้านใช้ทั้งสองแบบ คือจอในครัวและพิมพ์ใบแปะถุงสำหรับออเดอร์กลับบ้าน
ช่องทางสั่งอาหาร QR และแอปเดลิเวอรี
QR สั่งอาหาร ลดงานพนักงาน แต่ต้องวางให้ถูก
QR Ordering คือการให้ลูกค้าสแกน QR บนโต๊ะ ดูเมนูพร้อมรูป แล้วสั่งเองจากมือถือ ออเดอร์วิ่งเข้าครัวและบิลโต๊ะทันที ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มากในร้านที่คนน้อยแต่ลูกค้าเยอะ หรือร้านบุฟเฟต์ที่ลูกค้าสั่งเติมบ่อย
สิ่งที่ควรตรวจก่อนเลือก
- QR ผูกกับโต๊ะ ไม่ใช่ QR เดียวทั้งร้าน ไม่อย่างนั้นออเดอร์จะไม่รู้ว่ามาจากโต๊ะไหน
- ไม่ต้องติดตั้งแอป ลูกค้าเปิดผ่านเบราว์เซอร์ได้เลย
- เมนูหลายภาษา สำคัญมากสำหรับร้านในเมืองท่องเที่ยว
- ตั้งให้พนักงานยืนยันก่อนส่งครัวได้ กันการสั่งเล่นหรือสั่งผิดโต๊ะ
- ปิดเมนูที่หมดได้ทันที ลูกค้าจะไม่สั่งของที่ไม่มีแล้วผิดหวัง
- จ่ายเงินผ่าน QR ได้หรือไม่ ถ้าต้องการให้ลูกค้าจ่ายเองจากโต๊ะ ต้องดูการเชื่อม Payment Gateway ด้วย
ข้อควรระวังคือ ลูกค้าบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ยังชอบให้พนักงานรับออเดอร์ ร้านส่วนใหญ่จึงเปิดทั้งสองทางควบคู่กัน
เชื่อมแอปเดลิเวอรี ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ร้านที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรีหลายเจ้ามักเจอปัญหาเดียวกัน คือแท็บเล็ตหลายเครื่องวางเรียงกัน พนักงานต้องคีย์ออเดอร์จากแอปเข้า POS อีกรอบ เสียเวลาและพิมพ์ผิดได้
ประเด็นที่ควรถามผู้ให้บริการ
- เชื่อมกับแอปไหนได้บ้าง และเชื่อมแบบอัตโนมัติจริง หรือแค่มีปุ่มให้คีย์เร็วขึ้น
- ออเดอร์จากแอปเข้าครัวเองไหม ไม่ต้องให้คนหน้าร้านกดส่งต่อ
- ปิดเมนูที่หมดพร้อมกันทุกช่องทางได้ไหม ป้องกันลูกค้าสั่งของที่ครัวทำไม่ได้แล้ว
- ราคาต่างช่องทางได้หรือไม่ ร้านหลายแห่งตั้งราคาในแอปต่างจากหน้าร้าน
- รายงานแยกตามช่องทาง เพื่อดูว่ากำไรจริงหลังหักค่าคอมมิชชันของแต่ละแอปเป็นอย่างไร
การเชื่อมต่อแบบนี้อาศัย API ของแต่ละแพลตฟอร์ม ถ้าอยากเข้าใจกลไกเบื้องหลัง อ่านเพิ่มได้ที่ API คืออะไร ข้อสำคัญคือแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเปลี่ยนเงื่อนไขการเชื่อมต่อได้ตลอด ควรถามผู้ให้บริการว่าใครรับผิดชอบเมื่อการเชื่อมต่อหลุด
สูตรอาหารและการตัดสต็อกวัตถุดิบ
นี่คือฟีเจอร์ที่แยกระบบ POS ร้านอาหารแบบจริงจังออกจากระบบแค่ออกบิล หลักการคือกำหนดสูตร (Recipe หรือ BOM) ให้แต่ละเมนู เช่น กะเพราหมูสับหนึ่งจานใช้หมูสับ ใบกะเพรา พริก กระเทียม ข้าว ไข่ (ถ้าเพิ่ม) อย่างละเท่าไร เมื่อขายหนึ่งจาน ระบบจะตัดวัตถุดิบตามสูตรให้อัตโนมัติ
ประโยชน์ที่ได้
- รู้ต้นทุนอาหารต่อจาน เห็นว่าเมนูไหนขายดีแต่กำไรบาง
- รู้ว่าวัตถุดิบตัวไหนใกล้หมด สั่งซื้อทันก่อนเมนูขาด
- เทียบยอดตัดตามสูตรกับของที่นับได้จริง ส่วนต่างคือของเสีย การให้เกินสูตร หรือของหาย
สิ่งที่ควรตรวจ
- ตั้งสูตรแบบ หลายระดับ ได้ไหม เช่น น้ำซุปหม้อใหญ่เป็นของกึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในหลายเมนู
- ตัวเลือกเพิ่มเติม ตัดสต็อกด้วยหรือเปล่า เช่น เพิ่มไข่ดาวต้องตัดไข่หนึ่งฟอง
- หน่วยซื้อกับหน่วยใช้ต่างกัน ได้ไหม ซื้อเป็นกิโล ใช้เป็นกรัม ซื้อเป็นลัง ใช้เป็นขวด
- บันทึก ของเสียและการเบิกใช้ ได้แยกจากการขาย
- รองรับ การโอนวัตถุดิบระหว่างสาขา หรือครัวกลาง
ร้านที่เริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องตั้งสูตรครบทุกเมนูในวันแรก เริ่มจากวัตถุดิบต้นทุนสูง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล กาแฟ แล้วค่อยขยาย ถ้าธุรกิจโตจนมีครัวกลางหรือหลายสาขา งานส่วนนี้จะเริ่มใกล้เคียงระบบคลังสินค้าแบบเต็ม
สิทธิ์พนักงานและการป้องกันเงินรั่ว
ร้านอาหารมีพนักงานหมุนเวียนบ่อย การกำหนดสิทธิ์จึงสำคัญไม่น้อยกว่าฟีเจอร์ขาย
| บทบาท | สิทธิ์ที่ควรมี | สิทธิ์ที่ไม่ควรมี |
|---|---|---|
| พนักงานเสิร์ฟ | เปิดโต๊ะ รับออเดอร์ ส่งครัว | ลบรายการที่ส่งครัวแล้ว ให้ส่วนลด |
| แคชเชียร์ | รับชำระ พิมพ์ใบเสร็จ เปิดลิ้นชัก | แก้ราคาเมนู ดูรายงานกำไร |
| หัวหน้ากะ | ยกเลิกรายการ ให้ส่วนลดตามวงเงิน ปิดกะ | แก้สูตรอาหาร ลบประวัติบิล |
| เจ้าของหรือผู้จัดการ | ทุกอย่าง ดูรายงานทุกสาขา | ไม่มีข้อจำกัด |
ฟีเจอร์ที่ช่วยป้องกันเงินรั่ว
- บันทึกประวัติการยกเลิกและส่วนลด ว่าใครทำ เมื่อไร เหตุผลอะไร
- ต้องใช้รหัสหัวหน้า เมื่อยกเลิกรายการที่ส่งครัวแล้ว
- ปิดกะพร้อมนับเงินสด เทียบเงินในลิ้นชักกับยอดในระบบ
- แจ้งเตือนบนมือถือเจ้าของ เมื่อมีการยกเลิกบิลยอดสูง
ระบบที่ดีไม่ได้มีไว้จับผิดพนักงาน แต่ทำให้ทุกคนทำงานโปร่งใส และเจ้าของไม่ต้องยืนเฝ้าเคาน์เตอร์ทั้งวัน
เช็กลิสต์เลือกระบบ POS ร้านอาหาร
ก่อนตัดสินใจ ลองใช้เช็กลิสต์นี้เทียบระบบที่กำลังดู
| หมวด | คำถามที่ต้องได้คำตอบ |
|---|---|
| การใช้งานหน้าร้าน | พนักงานใหม่ใช้เป็นภายในกี่ชั่วโมง กดรับออเดอร์ได้เร็วพอช่วงพีคไหม |
| ทำงานตอนเน็ตหลุด | ยังขายและส่งครัวได้ไหม ข้อมูลซิงก์กลับเองหรือเปล่า |
| อุปกรณ์ | ใช้แท็บเล็ตหรือเครื่องที่มีอยู่ได้ไหม ปริ้นเตอร์รุ่นไหนรองรับ |
| ครัว | ส่งหลายสถานีได้ไหม มี KDS หรือไม่ |
| QR และเดลิเวอรี | เชื่อมแบบอัตโนมัติหรือคีย์มือ ปิดเมนูหมดพร้อมกันทุกช่องทางได้ไหม |
| สต็อก | ตัดตามสูตรได้ไหม รองรับหน่วยซื้อและหน่วยใช้ต่างกันหรือไม่ |
| ภาษีและเอกสาร | ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อและเต็มรูปได้ไหม |
| ข้อมูล | ส่งออกข้อมูลยอดขายและสต็อกเป็นไฟล์ได้หรือไม่ ถ้าเลิกใช้ข้อมูลเป็นของใคร |
| ซัพพอร์ต | ติดต่อได้ช่วงเวลาไหน ร้านเปิดดึกมีคนตอบหรือเปล่า |
| ขยายสาขา | เพิ่มสาขาแล้วรายงานรวมได้ไหม |
ประเด็นค่าใช้จ่ายมีหลายองค์ประกอบ ทั้งค่าระบบรายเดือน ค่าอุปกรณ์ ค่าเชื่อมต่อ และค่าธรรมเนียมรับชำระ เราแยกปัจจัยไว้ใน ปัจจัยที่กำหนดค่าใช้จ่ายระบบ POS ส่วนใครกำลังดูระบบฟรี อ่าน ข้อจำกัดของโปรแกรม POS ฟรี ก่อนตัดสินใจ
ระบบสำเร็จรูปหรือทำระบบเฉพาะร้าน
ร้านส่วนใหญ่เริ่มจากระบบ POS สำเร็จรูปได้ดี เพราะเปิดใช้เร็วและมีฟีเจอร์มาตรฐานครบ แต่บางกรณีระบบสำเร็จรูปเริ่มไม่พอ เช่น
- มีครัวกลางผลิตส่งหลายสาขา และต้องคุมสูตรกับการโอนวัตถุดิบละเอียด
- ต้องการเชื่อม POS กับระบบบัญชี ระบบสมาชิก หรือระบบจองโต๊ะที่ใช้อยู่แล้ว
- มีรูปแบบขายเฉพาะ เช่น บุฟเฟต์ที่คิดราคาตามช่วงเวลาและอายุลูกค้า
- อยากให้หน้าสั่งอาหาร QR เป็นแบรนด์ของร้านเอง ไม่ใช่หน้าตาของผู้ให้บริการ
ทางเลือกคือใช้ระบบสำเร็จรูปเป็นแกน แล้วเขียนส่วนเชื่อมต่อเพิ่ม หรือทำระบบเฉพาะร้านทั้งหมด ข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเราเปรียบเทียบไว้ใน ซอฟต์แวร์สั่งทำหรือ SaaS
ข้อผิดพลาดที่ร้านอาหารเจอบ่อยตอนเปลี่ยนมาใช้ POS
- เลือกจากหน้าจอสวยตอนเดโม แต่ไม่ได้ลองช่วงร้านเต็มจริง
- ไม่ได้ตั้งเมนูและตัวเลือกให้ดีก่อนเปิดใช้ พนักงานต้องพิมพ์หมายเหตุเองทุกจาน ครัวอ่านไม่ออก
- ไม่อบรมพนักงานทุกกะ คนกะดึกไม่รู้วิธีแยกบิล เลยกลับไปใช้กระดาษ
- ตั้งสูตรวัตถุดิบไม่ตรงกับที่ครัวทำจริง สต็อกในระบบเพี้ยนตั้งแต่สัปดาห์แรก
- ไม่วางแผนตอนเน็ตหรือไฟดับ ร้านริมทะเลหรือบนเกาะควรมีเน็ตสำรองและรู้ขั้นตอนขายแบบออฟไลน์
- ไม่ถามเรื่องการส่งออกข้อมูล วันที่อยากย้ายระบบ ข้อมูลย้อนหลังติดอยู่ที่ผู้ให้บริการเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบ POS ร้านอาหาร
ร้านเล็กที่มีโต๊ะไม่กี่ตัวจำเป็นต้องใช้ระบบ POS ร้านอาหารไหม
ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบใหญ่ แต่การมีระบบออกบิลและส่งออเดอร์เข้าครัวช่วยลดออเดอร์ตกหล่นได้มาก และทำให้รู้ยอดขายรายเมนู ซึ่งช่วยตัดสินใจเรื่องเมนูได้ดีกว่าความรู้สึก
ใช้แท็บเล็ตหรือมือถือที่มีอยู่แทนเครื่อง POS ได้ไหม
ระบบส่วนใหญ่รองรับแท็บเล็ตทั่วไป แต่ควรตรวจว่าระบบรองรับอุปกรณ์รุ่นนั้นและปริ้นเตอร์ที่ใช้ร่วมกันได้ ร้านที่ใช้งานหนักควรมีแท็บเล็ตเฉพาะสำหรับร้าน ไม่ใช้ปนกับเครื่องส่วนตัว
KDS จำเป็นไหม หรือปริ้นเตอร์ครัวก็พอ
ร้านที่มีครัวสถานีเดียวและออเดอร์ไม่ซับซ้อน ปริ้นเตอร์ครัวเพียงพอ ร้านที่มีหลายสถานีหรือออเดอร์เดลิเวอรีเยอะจะได้ประโยชน์จาก KDS มากกว่า เพราะเห็นเวลารอและสถานะแต่ละจาน
ถ้าอินเทอร์เน็ตหลุด ระบบ POS ร้านอาหารยังใช้ได้ไหม
ขึ้นอยู่กับระบบ บางระบบทำงานออฟไลน์และซิงก์ข้อมูลกลับเมื่อเน็ตกลับมา บางระบบหยุดทำงานทันที ควรทดสอบจริงตอนเดโมด้วยการปิด Wi-Fi แล้วลองขาย
ตัดสต็อกตามสูตรต้องตั้งทุกเมนูเลยไหม
ไม่ต้องทั้งหมดตั้งแต่วันแรก เริ่มจากวัตถุดิบต้นทุนสูงหรือของที่เสียง่ายก่อน เมื่อทีมคุ้นกับการนับสต็อกแล้วค่อยขยายไปเมนูอื่น
QR สั่งอาหารจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าบริการน้อยลงไหม
ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้า ร้านส่วนใหญ่ใช้ QR ควบคู่กับพนักงาน ลูกค้าที่อยากสั่งเองก็สั่งได้ คนที่อยากคุยกับพนักงานก็ยังได้รับบริการแบบเดิม พนักงานจึงมีเวลาดูแลลูกค้ามากขึ้น
สรุป
การเลือก ระบบ POS ร้านอาหาร ไม่ใช่การหาระบบที่ฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่คือการหาระบบที่ตรงกับรูปแบบร้าน ตั้งแต่ผังโต๊ะ การส่งออเดอร์เข้าครัว QR สั่งอาหาร การเชื่อมเดลิเวอรี การตัดสต็อกตามสูตร ไปจนถึงสิทธิ์พนักงาน ลองเริ่มจากเขียนว่าวันที่ร้านยุ่งที่สุดติดขัดตรงไหน แล้วใช้เช็กลิสต์ในบทความนี้ทดสอบระบบที่กำลังพิจารณา ระบบที่ใช่คือระบบที่พนักงานใช้จริงในคืนวันศุกร์ได้โดยไม่ต้องกลับไปหยิบกระดาษ
Southern Whale เป็นทีมฟรีแลนซ์ด้านเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ที่ทำงานกับธุรกิจภาคใต้ ถ้าร้านของคุณกำลังเลือกระบบ หรือต้องการเชื่อม POS กับหน้าสั่งอาหารของร้านเอง ระบบสต็อกครัวกลาง หรือระบบสมาชิก ดูรายละเอียดได้ที่ บริการระบบ POS หรือทักมาเล่าโจทย์ของร้านทาง LINE OA ของเรา เราช่วยดูให้ได้ว่าควรใช้ระบบสำเร็จรูป ต่อเติม หรือทำใหม่ โดยไม่ขายเกินความจำเป็น

