การจ้าง รับทำ Google Ads ดูเหมือนเรื่องง่าย ส่งงบไป ตั้งคีย์เวิร์ด แล้วรอลูกค้าเข้ามา แต่เจ้าของธุรกิจหลายรายพบว่าผ่านไปหลายเดือน งบหมดไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าได้ลูกค้ากี่ราย บางรายเลิกจ้างแล้วถึงรู้ว่าบัญชีโฆษณาไม่ได้อยู่ในชื่อตัวเอง ประวัติข้อมูลทั้งหมดหายไปกับผู้ให้บริการ
ไม่ว่าจะเรียกว่าจ้างยิงแอด หรือ รับยิงแอด Google สิ่งที่คุณจ่ายจริง ๆ คือการบริหารงบโฆษณาให้เกิดลูกค้า บทความนี้คือเช็กลิสต์ 10 ข้อที่ควรตรวจก่อนเซ็นสัญญา และใช้ตรวจผู้ให้บริการปัจจุบันได้ด้วย
ถ้ายังไม่คุ้นกับระบบ Google Ads เลย อ่านพื้นฐานที่ คู่มือ Google Ads ก่อน บทความนี้เน้นมุม “การเลือกและตรวจผู้ให้บริการ”
ทำไมต้องมีเช็กลิสต์ก่อนจ้าง
Google Ads เป็นช่องทางที่ใช้เงินทุกวัน ความผิดพลาดเล็ก ๆ อย่างการไม่ตัดคำค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือการนับ conversion ซ้ำ จะสะสมเป็นงบที่เสียไปโดยไม่รู้ตัว และเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มีเวลาเข้าไปดูในบัญชีเอง
เช็กลิสต์ช่วยให้คุณ
- ถามคำถามที่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
- แยกผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นระบบ ออกจากผู้ที่แค่ “เปิดแคมเปญแล้วปล่อย”
- ปกป้องข้อมูลและประวัติบัญชีของธุรกิจในระยะยาว
ข้อ 1–2: ความเป็นเจ้าของบัญชีและสิทธิ์เข้าถึง
ข้อ 1: บัญชี Google Ads ต้องเป็นของธุรกิจ
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด บัญชีโฆษณาควรสร้างภายใต้อีเมลของธุรกิจ และผูกการชำระเงินกับบัตรหรือบัญชีของธุรกิจเอง แล้วค่อยเพิ่มผู้ให้บริการเป็นผู้ใช้ หรือเชื่อมเข้ากับบัญชีผู้จัดการ (MCC) ของเขา
เหตุผลคือ ประวัติแคมเปญ ข้อมูล conversion และข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่สะสมไว้ มีค่ามาก ถ้าบัญชีเป็นของผู้ให้บริการ เมื่อเลิกจ้างคุณอาจต้องเริ่มใหม่จากศูนย์
ข้อ 2: เครื่องมือวัดผลอื่น ๆ ก็ต้องเป็นของธุรกิจ
GA4, Google Tag Manager, Google Search Console และ Google Business Profile ควรอยู่ในบัญชีธุรกิจเช่นกัน ผู้ให้บริการได้สิทธิ์ตามที่จำเป็นเท่านั้น
คำถามที่ต้องถาม: “ถ้าเราเลิกจ้าง เราจะยังมีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบในบัญชีทั้งหมดไหม”
ข้อ 3–4: การติดตาม Conversion
ข้อ 3: ต้องวัด conversion ที่มีความหมายกับธุรกิจ
ถ้าไม่มี conversion tracking ระบบ Google Ads ก็ไม่รู้ว่าคลิกไหนสร้างลูกค้า และผู้ให้บริการก็จะรายงานได้แค่คลิกกับยอดแสดงผล ตัวอย่าง conversion ที่ควรวัด
- กดโทรจากโฆษณาหรือจากเว็บไซต์
- ทักไลน์หรือกดปุ่มแชท
- ส่งฟอร์มขอใบเสนอราคา
- จองห้องพักหรือจองบริการสำเร็จ
- ซื้อสินค้าออนไลน์
ข้อ 4: ตรวจว่าไม่นับซ้ำหรือนับผิด
ปัญหาที่พบบ่อยคือ ตั้งให้นับการเข้าหน้า “ขอบคุณ” แต่ผู้ใช้รีเฟรชหน้าแล้วนับซ้ำ หรือนับการเข้าหน้าติดต่อเป็น conversion ทั้งที่ยังไม่ได้ติดต่อจริง ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง และระบบประมูลอัตโนมัติก็เรียนรู้ผิดไปด้วย
คำถามที่ต้องถาม: “จะติดตั้ง conversion อะไรบ้าง ผ่านเครื่องมือไหน และทดสอบอย่างไรว่านับถูก” การติดตั้งมักทำผ่าน Google Tag Manager ร่วมกับ GA4
ข้อ 5–6: คีย์เวิร์ด, Negative Keywords และ Search Terms
ข้อ 5: มีแผนจัดการ negative keywords
Negative keywords คือคำที่สั่งไม่ให้โฆษณาแสดง เช่น ธุรกิจรีสอร์ทระดับพรีเมียมอาจไม่ต้องการแสดงโฆษณากับคำว่า “ฟรี” หรือ “สมัครงาน” ถ้าไม่ตั้ง งบจะไหลไปกับคนที่ไม่มีวันเป็นลูกค้า
ผู้ให้บริการที่ดีควรมีรายการ negative keywords ตั้งต้นตั้งแต่วันแรก และเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 6: รีวิว Search Terms Report เป็นประจำ
คีย์เวิร์ดที่ตั้งไว้ กับคำที่คนพิมพ์ค้นหาจริง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ความต่างนี้อธิบายไว้ใน Search Term กับ Keyword ต่างกันอย่างไร รายงาน Search Terms จะบอกว่าโฆษณาแสดงกับคำค้นหาอะไรบ้าง และเป็นแหล่งหลักในการหา negative keywords ใหม่
คำถามที่ต้องถาม: “รีวิว search terms บ่อยแค่ไหน ขอดูตัวอย่างคำที่ตัดออกในเดือนที่ผ่านมาได้ไหม”
| สิ่งที่ตรวจ | ผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นระบบ | สัญญาณที่น่ากังวล |
|---|---|---|
| Negative keywords | มีรายการตั้งต้นและอัปเดตต่อเนื่อง | ไม่มี หรือไม่เคยแก้ไขเลย |
| Search terms | รีวิวเป็นรอบ มีหลักฐานการตัดคำ | ตอบไม่ได้ว่าเคยเปิดดู |
| โครงสร้างแคมเปญ | แยกตามบริการหรือกลุ่มลูกค้า | ทุกคีย์เวิร์ดรวมในกลุ่มเดียว |
| หน้า landing | ส่งไปหน้าที่ตรงกับโฆษณา | ส่งทุกโฆษณาไปหน้าแรก |
ข้อ 7: หน้า Landing Page ที่โฆษณาส่งไป
โฆษณาดีแค่ไหน ถ้าหน้าปลายทางโหลดช้า ไม่ตรงกับสิ่งที่โฆษณาสัญญาไว้ หรือหาปุ่มติดต่อไม่เจอ งบก็สูญเปล่า ผู้ให้บริการที่ดีจะถามถึงหน้าปลายทางเสมอ และให้คำแนะนำว่าควรปรับอะไร
- ข้อความบนหน้าตรงกับคำค้นหาและข้อความโฆษณา
- มีปุ่มโทร ไลน์ หรือฟอร์มเห็นชัดบนมือถือ
- หน้าโหลดเร็วบนมือถือ
- มีข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ เช่น รีวิว รูปจริง ขั้นตอนบริการ
คำถามที่ต้องถาม: “ควรปรับหน้าปลายทางอะไรบ้างก่อนเริ่มยิงแอด”
ข้อ 8: รายงานและการสื่อสาร
รายงานที่ดีไม่ใช่รายงานที่ยาวที่สุด แต่เป็นรายงานที่ตอบคำถามธุรกิจได้ ขอดูตัวอย่างรายงานก่อนจ้าง และเช็กว่ามีสิ่งเหล่านี้
- งบที่ใช้ไปจริง แยกตามแคมเปญ
- จำนวน conversion และต้นทุนต่อ conversion
- สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในเดือนนี้ และเหตุผล
- แผนในเดือนถัดไป
- คำอธิบายเป็นภาษาที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจ
ถ้าธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ควรดูความคุ้มค่าเป็น ROAS ส่วนธุรกิจบริการที่รับลูกค้าผ่านการโทรหรือแชท ต้นทุนต่อการติดต่อ (cost per lead) มักเป็นตัวเลขที่สื่อความหมายกว่า
คำถามที่ต้องถาม: “ส่งรายงานบ่อยแค่ไหน และมีนัดคุยสรุปผลไหม”
ข้อ 9: ความโปร่งใสเรื่องงบโฆษณาและค่าบริการ
ควรแยกให้ชัดระหว่าง งบโฆษณาที่จ่ายให้ Google กับ ค่าบริการบริหารแคมเปญ และคุณควรเห็นยอดใช้จ่ายจริงจากในบัญชีได้เองตลอดเวลา
- ใบเสร็จค่าโฆษณาออกจาก Google ในชื่อธุรกิจ
- รู้ว่าค่าบริการคิดจากอะไร และครอบคลุมงานอะไรบ้าง
- ไม่มีการบวกเพิ่มที่ซ่อนอยู่ในงบโฆษณา
ข้อ 10: สัญญาณอันตรายที่ควรเดินออก
ระหว่างคุยกับผู้ให้บริการ ถ้าเจอสิ่งเหล่านี้ ควรคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
- รับประกันยอดขายหรืออันดับโฆษณาตลอดเวลา – ผลลัพธ์ขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งการแข่งขัน หน้าเว็บ และสินค้า
- ไม่ยอมให้สิทธิ์ผู้ดูแลบัญชีแก่คุณ หรือบอกว่าบัญชีเป็นของเขา
- รายงานแค่คลิกและยอดแสดงผล ไม่พูดถึง conversion เลย
- ตั้งแคมเปญเสร็จแล้วไม่มีการปรับ ไม่มีบันทึกการเปลี่ยนแปลง
- ผูกสัญญายาวโดยไม่มีช่วงทดลอง และไม่มีเงื่อนไขส่งมอบข้อมูลเมื่อเลิกจ้าง
- ไม่ถามเรื่องธุรกิจของคุณเลย ไม่รู้จักลูกค้า ไม่รู้จุดเด่นของสินค้า
เช็กลิสต์สรุปฉบับพิมพ์ไปถามได้เลย
| # | คำถาม | คำตอบที่ควรได้ยิน |
|---|---|---|
| 1 | บัญชี Google Ads เป็นของใคร | ของธุรกิจ ผู้ให้บริการเป็นผู้ใช้ |
| 2 | GA4 / GTM อยู่ในบัญชีใคร | ของธุรกิจ |
| 3 | วัด conversion อะไร | การโทร ไลน์ ฟอร์ม จอง หรือซื้อจริง |
| 4 | ทดสอบ conversion อย่างไร | ทดสอบก่อนเปิดแคมเปญ และตรวจไม่ให้นับซ้ำ |
| 5 | มี negative keywords ไหม | มีรายการตั้งต้นและอัปเดตต่อเนื่อง |
| 6 | รีวิว search terms บ่อยแค่ไหน | เป็นรอบที่ชัดเจน พร้อมหลักฐาน |
| 7 | หน้าปลายทางควรปรับอะไร | มีคำแนะนำเฉพาะเจาะจง |
| 8 | รายงานมีอะไรบ้าง | งบ conversion ต้นทุนต่อผลลัพธ์ สิ่งที่เปลี่ยน แผนต่อไป |
| 9 | งบโฆษณากับค่าบริการแยกกันไหม | แยกชัด ดูยอดจริงในบัญชีได้ |
| 10 | เลิกจ้างแล้วได้อะไรคืน | สิทธิ์ทั้งหมดและเอกสารสรุปแคมเปญ |
ที่ Southern Whale เราเป็นทีมฟรีแลนซ์ที่ดูแล Google Ads ให้ธุรกิจในภาคใต้ โดยยึดหลักว่าบัญชีและข้อมูลทั้งหมดเป็นของลูกค้าเสมอ ถ้าอยากให้ช่วยตรวจบัญชีที่ใช้อยู่ตามเช็กลิสต์นี้ หรือเริ่มแคมเปญใหม่ ทักมาคุยกันได้ที่ LINE OA เราไม่รับประกันผลลัพธ์ แต่จะทำให้ดีที่สุดและรายงานอย่างโปร่งใส
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รับทำ Google Ads กับรับยิงแอด Google ต่างกันไหม
โดยทั่วไปหมายถึงงานเดียวกัน คือการตั้งค่าและบริหารแคมเปญโฆษณาบน Google แต่ขอบเขตงานของแต่ละผู้ให้บริการต่างกัน ควรถามให้ชัดว่ารวมการติดตั้ง conversion การปรับแคมเปญ และการรายงานหรือไม่
ถ้าบัญชี Google Ads อยู่ในชื่อผู้ให้บริการ ควรทำอย่างไร
คุยขอโอนสิทธิ์ผู้ดูแลระบบหรือย้ายไปบัญชีของธุรกิจโดยเร็ว ถ้าไม่ได้ ให้เริ่มสร้างบัญชีใหม่ในชื่อธุรกิจ และขอส่งออกข้อมูลคีย์เวิร์ด ข้อความโฆษณา และรายงานที่ผ่านมาเก็บไว้
ต้องตรวจ search terms บ่อยแค่ไหน
ขึ้นกับขนาดงบและปริมาณคลิก บัญชีที่มีคลิกมากควรตรวจถี่ขึ้น ช่วงเปิดแคมเปญใหม่ก็ควรตรวจบ่อยกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงที่เจอคำไม่เกี่ยวข้องมากที่สุด
ไม่มีเว็บไซต์ ยิงแอด Google ได้ไหม
มีรูปแบบโฆษณาบางประเภทที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์เต็มรูปแบบ เช่น โฆษณาแบบโทรออก แต่การมีหน้า landing page ที่ดีช่วยให้วัดผลและปรับปรุงได้ดีกว่ามาก
ควรเห็นผลจาก Google Ads เร็วแค่ไหน
โฆษณาเริ่มแสดงได้เร็วกว่า SEO แต่ช่วงแรกระบบยังต้องเรียนรู้และผู้ให้บริการต้องปรับคีย์เวิร์ด ควรให้เวลาช่วงหนึ่งก่อนสรุปว่าแคมเปญได้ผลหรือไม่
ใช้ Google Ads ร่วมกับ SEO ดีไหม
ใช้ร่วมกันได้ดี Google Ads ให้ข้อมูลคำค้นหาที่สร้างลูกค้าได้เร็ว ซึ่งนำไปวางแผน SEO ระยะยาวได้ ส่วน SEO ช่วยลดการพึ่งพางบโฆษณาเมื่อเว็บติดอันดับดีขึ้น

