ถ้าคุณเคยพิมพ์คำว่า บริษัทรับทำ SEO ใน Google จะเห็นผลลัพธ์เต็มหน้า ทุกเจ้าบอกว่าทำได้ ทุกเจ้ามีกราฟสวย ๆ และหลายเจ้าบอกว่า “ติดหน้าแรกแน่นอน” ปัญหาคือเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มีเวลาไปเรียน SEO เองเพื่อแยกว่าใครทำจริง ใครแค่พูดเก่ง
บทความนี้ไม่ได้อธิบายว่า SEO คืออะไร แต่เป็นคู่มือภาคปฏิบัติสำหรับคนที่กำลังจะจ้าง บริษัททำ SEO หรือทีมฟรีแลนซ์ ว่าควรเริ่มเลือกจากตรงไหน ควรถามอะไรในการคุยครั้งแรก สัญญาณอันตรายหน้าตาเป็นอย่างไร และก่อนเซ็นสัญญาต้องเช็กอะไรบ้าง อ่านจบแล้วคุณควรคัดผู้ให้บริการ รับทำ SEO ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งความรู้สึก
เริ่มจากรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก่อนไปคุยกับใคร
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดไม่ได้อยู่ที่การเลือกผิดเจ้า แต่อยู่ที่การไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร พอไม่มีโจทย์ชัด ใครเสนออะไรมาก็ดูดีไปหมด ก่อนติดต่อใคร ลองตอบคำถามสามข้อนี้ให้ได้ก่อน
- อยากได้อะไรจาก SEO เช่น อยากให้มีคนโทรจองมากขึ้น อยากได้ฟอร์มขอใบเสนอราคา หรืออยากให้คนรู้จักแบรนด์ คำตอบนี้กำหนดว่าคีย์เวิร์ดแบบไหนสำคัญ
- ลูกค้าค้นหาด้วยคำอะไร ลองนึกในมุมลูกค้าจริง เช่น รีสอร์ทในกระบี่อาจได้ลูกค้าจากคำภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย ส่วนคลินิกในหาดใหญ่อาจได้จากคำที่มีชื่อเมือง
- ทรัพยากรภายในมีแค่ไหน มีคนเขียนคอนเทนต์ได้ไหม มีคนแก้เว็บได้ไหม เข้าถึงหลังบ้านเว็บได้หรือเปล่า
เมื่อมีคำตอบ คุณจะเริ่มเห็นว่าผู้ให้บริการแต่ละเจ้าตอบโจทย์คุณจริง หรือแค่เสนอแพ็กเกจสำเร็จรูปที่ขายทุกคนเหมือนกัน ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องคีย์เวิร์ด อ่านเพิ่มเรื่อง Search Intent ก่อนจะช่วยได้มาก
บริษัท SEO กับทีมฟรีแลนซ์ ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ
คำถามแรกที่หลายคนติดคือ ควรจ้างบริษัทใหญ่หรือทีมฟรีแลนซ์ ไม่มีคำตอบที่ถูกเสมอ มันขึ้นกับขนาดงานและวิธีทำงานที่คุณชอบ เราเขียนเปรียบเทียบเชิงลึกไว้แล้วใน Digital Agency กับ Freelance เลือกแบบไหนดี ตรงนี้จะสรุปเฉพาะมุมงาน SEO
| ประเด็น | บริษัท SEO ขนาดกลาง-ใหญ่ | ทีมฟรีแลนซ์ / ทีมเล็ก |
|---|---|---|
| คนที่คุยด้วย | มักเป็นฝ่ายขายหรือ Account | มักคุยกับคนที่ลงมือทำงานเอง |
| ความยืดหยุ่น | มีแพ็กเกจและขั้นตอนตายตัว | ปรับขอบเขตงานตามโจทย์ได้ง่ายกว่า |
| ความต่อเนื่อง | ถ้าคนลาออก ยังมีคนรับช่วง | ต้องถามเรื่องแผนสำรองให้ชัด |
| งานใหญ่หลายช่องทาง | รองรับงานพร้อมกันหลายด้านได้ดี | เหมาะกับงานที่โฟกัสชัด |
| ความเข้าใจตลาดท้องถิ่น | ขึ้นกับทีม บางเจ้าไม่เคยทำตลาดภาคใต้ | ถ้าทำงานในพื้นที่ จะเข้าใจบริบทได้เร็ว |
| ความโปร่งใสของงาน | ขึ้นกับระบบรายงานของแต่ละเจ้า | ขึ้นกับวินัยของทีม |
สิ่งที่ควรจำคือ ป้ายชื่อ “บริษัท” ไม่ได้รับประกันคุณภาพ และคำว่า “ฟรีแลนซ์” ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เป็นมืออาชีพ ตัวชี้วัดจริงคือ ใครเป็นคนลงมือทำงานกับเว็บคุณ เขามีประสบการณ์แค่ไหน และเขาอธิบายสิ่งที่ทำได้ชัดหรือเปล่า
10 คำถามที่ควรถามในการคุยครั้งแรก
การคุยครั้งแรกคือโอกาสที่ดีที่สุดในการคัดกรอง จดคำถามเหล่านี้ไว้แล้วสังเกตทั้งคำตอบและท่าทีในการตอบ
- ก่อนเสนอแผน คุณจะตรวจเว็บเราอย่างไร ผู้ให้บริการที่ดีจะขอดูเว็บ ขอสิทธิ์ Search Console หรืออย่างน้อยทำออดิทเบื้องต้นก่อน ไม่ใช่ส่งแพ็กเกจมาทันที
- ใครเป็นคนลงมือทำงานจริง ถามชื่อหรือบทบาทของคนที่ดูแลเว็บคุณ และขอคุยกับเขาสักครั้ง
- เดือนแรกถึงเดือนที่สามจะทำอะไรบ้าง คำตอบควรมีลำดับงาน เช่น แก้เทคนิค วางโครงสร้าง ปรับหน้าหลัก แล้วค่อยขยายคอนเทนต์
- ได้ลิงก์ย้อนกลับมาจากไหน ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบว่า “เป็นความลับทางการค้า” ให้ระวัง
- รายงานรายเดือนหน้าตาเป็นอย่างไร ขอดูตัวอย่างรายงานที่ปิดชื่อลูกค้าแล้ว
- วัดผลด้วยตัวเลขอะไร ควรมีมากกว่าอันดับคีย์เวิร์ด เช่น คลิกจาก Search Console การติดต่อเข้ามา หรือหน้าที่ได้ทราฟฟิกเพิ่ม
- ถ้าต้องแก้เว็บ ใครเป็นคนแก้ บางเจ้าแค่ส่งคำแนะนำ บางเจ้าลงมือแก้ให้ ต้องรู้ก่อน
- คอนเทนต์ใครเขียน และเราตรวจก่อนเผยแพร่ได้ไหม สำคัญมากสำหรับธุรกิจที่ต้องระวังเนื้อหา เช่น คลินิก
- ถ้าเลิกจ้าง อะไรเป็นของเรา บทความ ลิงก์ บัญชีเครื่องมือ ต้องตกลงกันตั้งแต่ต้น
- มีอะไรที่คุณจะไม่ทำ คำตอบข้อนี้บอกจุดยืนได้ดี ผู้ให้บริการที่ทำงานสะอาดมักตอบได้ทันทีว่าไม่ซื้อลิงก์ ไม่ทำ PBN ไม่ทำ Cloaking
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่วกวน ใช้ศัพท์เทคนิคกลบ หรือพยายามเปลี่ยนเรื่องไปที่ราคาโปรโมชั่น นั่นคือข้อมูลที่มีค่าพอ ๆ กับคำตอบที่ดี
สัญญาณอันตรายที่ควรเดินออกมาทันที
บางสัญญาณไม่ต้องคิดนาน เห็นแล้วข้ามได้เลย
- รับประกันอันดับหนึ่งหรือหน้าแรกภายในเวลาสั้น ๆ Google เองบอกชัดว่าไม่มีใครรับประกันอันดับได้ เพราะอันดับขึ้นกับอัลกอริทึมและคู่แข่ง เรื่องนี้เราแยกอธิบายไว้ใน ความจริงของคำสัญญาติดหน้าแรก Google
- ไม่ขอดูเว็บก่อนเสนอแผน แปลว่าแผนที่ได้คือแผนเดียวกับที่ส่งให้ทุกคน
- ขอรหัสผ่านทุกอย่างแต่ไม่ให้คุณเห็นอะไรเลย คุณควรเป็นเจ้าของบัญชี Search Console และ Analytics เสมอ แล้วค่อยเพิ่มสิทธิ์ให้ผู้ให้บริการ
- พูดถึงจำนวนลิงก์เป็นพัน ๆ ต่อเดือน ลิงก์จำนวนมากในเวลาสั้นมักมาจากแหล่งคุณภาพต่ำ เสี่ยงโดนลงโทษ อ่านต่อได้ที่ ความเสี่ยงของ SEO สายเทาและสายดำ
- รายงานมีแต่คีย์เวิร์ดที่ไม่มีคนค้น อันดับหนึ่งของคำที่ไม่มีใครค้นหาไม่ได้ช่วยธุรกิจ
- สัญญาผูกมัดยาวโดยไม่มีจุดประเมินผล สัญญาที่ดีควรมีช่วงทบทวนแผน และมีเงื่อนไขการยกเลิกที่ชัด
- กดดันให้ตัดสินใจเร็ว เช่น “โปรนี้หมดวันนี้” งาน SEO เป็นงานระยะยาว การตัดสินใจไม่จำเป็นต้องรีบ
วิธีตรวจผลงานที่เขาอ้างว่าเป็นของจริง
ผลงานที่โชว์ในหน้าขายมักถูกเลือกมาแล้ว การตรวจสอบเองจึงสำคัญ วิธีที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแพง
- ขอให้อธิบายเคสหนึ่งเคสแบบละเอียด ว่าเริ่มจากปัญหาอะไร ทำอะไรไปบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน คนที่ทำจริงจะเล่าลำดับเหตุการณ์ได้เป็นธรรมชาติ
- ดูว่าผลงานเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันจริงหรือไม่ ลองค้นคำนั้นเองแล้วดูว่ามีคู่แข่งมากแค่ไหน
- ดูเว็บของผู้ให้บริการเอง เว็บโหลดเร็วไหม มีบทความที่ให้ความรู้จริงไหม ติดอันดับคำที่เกี่ยวกับงานตัวเองหรือเปล่า
- ขอดูภาพหน้าจอจาก Search Console แทนภาพจากเครื่องมือภายนอก เพราะ Search Console คือข้อมูลจาก Google โดยตรง ถ้ายังไม่คุ้น อ่าน คู่มือ Google Search Console ก่อนได้
เช็กลิสต์สัญญาก่อนเซ็น
สัญญาที่ดีปกป้องทั้งสองฝ่าย ถ้าผู้ให้บริการไม่ยอมเขียนเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ลงไป ให้ถามหาเหตุผล
| หัวข้อในสัญญา | ควรระบุอะไร |
|---|---|
| ขอบเขตงาน | งานที่ทำแต่ละเดือน เช่น จำนวนหน้าที่ปรับ จำนวนบทความ งานเทคนิค |
| สิ่งที่ไม่รวม | เช่น การออกแบบเว็บใหม่ การซื้อโฆษณา การถ่ายภาพ |
| วิธีวัดผล | ตัวชี้วัดหลักและแหล่งข้อมูลที่ใช้ |
| ความเป็นเจ้าของ | คอนเทนต์ บัญชีเครื่องมือ และลิงก์ เป็นของใครหลังเลิกจ้าง |
| การอนุมัติงาน | ใครอนุมัติคอนเทนต์และการแก้เว็บ ใช้เวลากี่วัน |
| วิธีทำงานที่ห้าม | ระบุชัดว่าไม่ใช้เทคนิคที่ขัดแนวทางของ Google |
| ระยะเวลาและการยกเลิก | มีจุดทบทวนแผน และแจ้งยกเลิกล่วงหน้ากี่วัน |
| ช่องทางติดต่อ | ใครคือผู้ประสานงาน ตอบกลับภายในกี่วันทำการ |
ข้อสำคัญที่คนมักลืมคือเรื่อง ความเป็นเจ้าของ บางกรณีผู้ให้บริการสร้างบทความไว้บนเว็บของตัวเอง หรือใช้บัญชีของตัวเองติดตั้งเครื่องมือ เมื่อเลิกจ้างทุกอย่างหายไปพร้อมกัน ทำให้ต้องเริ่มใหม่เกือบหมด
รายงานรายเดือนที่ดีควรมีอะไรบ้าง
รายงานไม่ใช่แค่ไฟล์ที่ส่งมาตามรอบ แต่เป็นเครื่องมือให้คุณรู้ว่าเงินและเวลาที่ลงไปได้อะไรกลับมา รายงานที่ใช้ได้จริงควรมีอย่างน้อย
- สิ่งที่ทำไปในเดือนนี้ เป็นรายการงานที่ตรวจสอบได้ เช่น ลิงก์ไปยังหน้าที่แก้ หรือบทความที่เผยแพร่
- ตัวเลขจาก Search Console การแสดงผล คลิก และหน้าที่เปลี่ยนแปลงชัด เทียบกับช่วงก่อน
- อันดับคีย์เวิร์ดหลัก เฉพาะคำที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่คำที่เลือกมาเพราะดูดี
- ผลทางธุรกิจที่วัดได้ เช่น จำนวนการกดโทร การส่งฟอร์ม การกดลิงก์ LINE
- ปัญหาที่พบและแผนเดือนหน้า รายงานที่มีแต่ข่าวดีตลอดควรถูกตั้งคำถาม
- สิ่งที่ต้องการจากฝั่งคุณ เช่น ข้อมูลสินค้า รูปภาพ หรือการอนุมัติ
ถ้าอยากเห็นภาพการทำงานแบบเป็นรอบเดือน เรามีบทความ บริการ SEO รายเดือนทำอะไรบ้าง ที่แจกแจงงานแต่ละช่วงไว้ละเอียด
ขั้นตอนเลือกแบบใช้ได้จริง ตั้งแต่คัดรายชื่อจนเริ่มงาน
เพื่อให้นำไปใช้ได้ทันที นี่คือลำดับที่แนะนำ
- เขียนโจทย์สั้น ๆ หนึ่งหน้า เป้าหมาย กลุ่มลูกค้า พื้นที่ให้บริการ และคีย์เวิร์ดที่คิดว่าสำคัญ
- คัดผู้ให้บริการสามถึงห้าราย จากการค้นหา คำแนะนำของคนรู้จัก หรือเว็บที่คุณเห็นว่ามีคุณภาพ
- ส่งโจทย์เดียวกันให้ทุกราย จะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่า
- คุยครั้งแรกด้วยคำถาม 10 ข้อ จดคำตอบไว้ในตารางเดียวกัน
- ขอแผนสามเดือนแรกเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วเทียบว่าใครเข้าใจปัญหาของคุณจริง
- ตรวจสัญญาด้วยเช็กลิสต์ข้างบน ก่อนเซ็น
- ตั้งจุดทบทวนผล เช่น ทุกไตรมาส เพื่อคุยว่าจะปรับทิศทางหรือไปต่อ
ระหว่างทาง อย่าลืมว่า SEO ใช้เวลา โดยทั่วไปต้องรอหลายเดือนกว่าจะเห็นแนวโน้มชัด ผู้ให้บริการที่ดีจะบอกคุณตรง ๆ ตั้งแต่วันแรก แทนที่จะสัญญาสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
ที่ Southern Whale เราทำงานอย่างไร
เราเป็นทีมฟรีแลนซ์ที่ทำ SEO และเว็บไซต์ให้ธุรกิจในภาคใต้ คนที่คุยกับคุณคือคนที่ลงมือทำงานเอง ก่อนเสนออะไร เราจะดูเว็บและข้อมูลจริงก่อน บอกตรง ๆ ว่าอะไรทำได้ อะไรต้องใช้เวลา และเราไม่รับประกันอันดับ แต่จะทำให้ดีที่สุดด้วยวิธีที่ไม่เสี่ยงต่อเว็บของคุณ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการ SEO หรือทักมาคุยโจทย์ก่อนได้ที่ LINE Southern Whale
คำถามที่พบบ่อย
จ้างบริษัทรับทำ SEO กับจ้างฟรีแลนซ์ แบบไหนดีกว่ากัน
ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอ ให้ดูว่าใครเป็นคนลงมือทำงานจริง อธิบายแผนได้ชัดไหม และมีระบบรายงานที่ตรวจสอบได้หรือเปล่า
ควรเห็นผล SEO ภายในกี่เดือน
ขึ้นกับสภาพเว็บ คู่แข่ง และคีย์เวิร์ด โดยทั่วไปต้องใช้หลายเดือนจึงเห็นแนวโน้มชัด ใครบอกว่าเห็นผลแน่นอนในไม่กี่สัปดาห์ควรถามวิธีให้ละเอียด
ต้องให้รหัสผ่านเว็บกับผู้ให้บริการไหม
ถ้าเขาต้องแก้เว็บก็จำเป็น แต่ควรสร้างบัญชีแยกให้ ไม่ใช้บัญชีผู้ดูแลหลักของคุณ และคุณควรเป็นเจ้าของบัญชี Search Console กับ Analytics เอง
รายงานแบบไหนที่ควรระวัง
รายงานที่มีแต่อันดับของคำที่ไม่มีคนค้น ไม่มีรายการงานที่ตรวจสอบได้ หรือไม่เคยมีปัญหาให้แก้เลย
ถ้าเลิกจ้างแล้ว อันดับจะตกไหม
ถ้างานที่ทำเป็นการปรับเว็บและคอนเทนต์บนเว็บของคุณเอง ผลส่วนใหญ่ยังอยู่ แต่ถ้าอันดับมาจากลิงก์เช่าหรือเครือข่ายที่ถูกถอนออก อาจตกได้ จึงต้องถามเรื่องแหล่งลิงก์ตั้งแต่แรก
ควรเริ่มจากออดิทก่อนจ้างทำต่อเนื่องไหม
แนะนำอย่างยิ่ง การออดิทช่วยให้เห็นปัญหาจริงก่อนตัดสินใจ ลองดู เช็กลิสต์ SEO Audit เพื่อรู้ว่าการตรวจที่ดีควรครอบคลุมอะไร

