Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ทำงานอย่างไร หน่วยงานเล็กควรเริ่มตรงไหน

Web Development
11 นาทีอ่าน

อธิบายระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่หลักการตามระเบียบงานสารบรรณ ขั้นตอนรับ-ส่ง-ลงทะเบียน-เกษียณ-ลงนาม-จัดเก็บ ฟีเจอร์ที่ควรมี ความปลอดภัยและ PDPA พร้อมเช็กลิสต์สำหรับหน่วยงานขนาดเล็ก

มาสคอตวาฬ Southern Whale ถือแท็บเล็ตแสดงหนังสือราชการดิจิทัลที่ลงนามแล้ว ข้างตู้เอกสารที่ถูกแทนด้วยหน้าจอระบบจัดเก็บในสำนักงานทันสมัย

ถ้าคุณทำงานในหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน หรือรัฐวิสาหกิจ คำว่า “ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หรือ e-Saraban น่าจะผ่านหูมาแล้วหลายรอบ บางที่ใช้มาหลายปีจนคล่อง บางที่ยังพิมพ์หนังสือ เซ็นด้วยปากกา แล้วสแกนส่งอีเมลซ้ำอีกรอบ ซึ่งเหนื่อยกว่าเดิมเสียอีก

บทความนี้จะอธิบายแบบภาษาคนทำงานว่า ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร ใช้ได้ตามระเบียบแค่ไหน ขั้นตอนในระบบหน้าตาเป็นอย่างไร ควรดูฟีเจอร์อะไรบ้าง และถ้าเป็นหน่วยงานเล็กที่มีเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน ควรเริ่มจากตรงไหนดี

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร

งานสารบรรณ คืองานที่เกี่ยวกับการบริหารเอกสารของหน่วยงาน ตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม ไปจนถึงการทำลายหนังสือ ส่วน ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ คือการย้ายงานทั้งหมดนี้จากกระดาษมาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ให้หนังสือเข้า หนังสือออก การเสนอแฟ้ม การสั่งการ และการลงนาม เกิดขึ้นบนหน้าจอแทนโต๊ะธุรการ

พูดให้เห็นภาพ ในระบบกระดาษ หนังสือหนึ่งฉบับต้องเดินจากธุรการ ไปหัวหน้างาน ไปผู้บริหาร แล้วกลับมาที่ธุรการเพื่อเก็บเข้าแฟ้ม ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เส้นทางเดียวกันนี้ยังอยู่ครบ แต่เอกสารไม่ต้องเดิน คนที่เกี่ยวข้องเปิดดูจากเครื่องตัวเองหรือมือถือได้ และทุกขั้นมีบันทึกว่าใครทำอะไร เมื่อไร

สิ่งที่ได้ชัดที่สุดมีสามเรื่อง

  • ค้นหาเร็ว อยากรู้ว่าหนังสือเรื่องนี้เข้ามาวันไหน ใครเกษียณสั่งการไว้ว่าอะไร พิมพ์ค้นได้ทันที
  • ติดตามได้ เห็นว่าหนังสือค้างอยู่ที่ใคร ไม่ต้องเดินถามทีละโต๊ะ
  • ลดกระดาษและพื้นที่เก็บ ตู้เอกสารที่ล้นห้องค่อย ๆ หายไป

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ใช้ได้ตามระเบียบหรือไม่

คำถามแรกที่ผู้บริหารมักถามคือ “ทำแบบนี้ถูกระเบียบไหม” คำตอบโดยรวมคือ ใช้ได้ หลักที่หน่วยงานของรัฐใช้คือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง และฉบับแก้ไขในช่วงหลังได้เปิดทางให้การรับ-ส่ง การจัดทำ และการเก็บรักษาหนังสือราชการ ทำผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึงการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นอกจากระเบียบงานสารบรรณแล้ว ยังมีกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ข้อควรระวังคือ รายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น รูปแบบเลขที่หนังสือ วิธีลงลายมือชื่อ หรือระยะเวลาเก็บรักษา ต้องยึดตามตัวระเบียบฉบับล่าสุดและหนังสือเวียนของหน่วยงานต้นสังกัด บทความนี้ไม่ได้แทนการอ่านระเบียบ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนระบบ ควรให้งานนิติการหรืองานสารบรรณของหน่วยงานตรวจซ้ำอีกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ระบบที่ดีควรเลียนแบบขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ไม่ใช่บังคับให้ทุกคนเปลี่ยนวิธีคิดใหม่หมด โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนหลักดังนี้

ขั้นตอน สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ระบบควรช่วย
1. รับหนังสือ หนังสือเข้ามาทางระบบ อีเมล หรือกระดาษ รับไฟล์จากหลายช่องทาง สแกนกระดาษเข้าระบบได้ง่าย
2. ลงทะเบียนรับ ออกเลขรับ บันทึกวันที่ เรื่อง ผู้ส่ง ออกเลขอัตโนมัติ ป้องกันเลขซ้ำ แนบไฟล์ต้นฉบับ
3. เสนอและเกษียณหนังสือ ส่งให้หัวหน้าหรือผู้บริหารพิจารณา เขียนความเห็น สั่งการ เขียนข้อความเกษียณบนเอกสาร ส่งต่อเป็นลำดับ เห็นสถานะ
4. มอบหมายและปฏิบัติ กลุ่มงานที่ได้รับมอบหมายดำเนินการ แจ้งเตือนผู้รับผิดชอบ ตั้งกำหนดเวลา ติดตามงานค้าง
5. จัดทำและลงนามหนังสือออก ร่างหนังสือตอบ ผ่านการตรวจ แล้วผู้มีอำนาจลงนาม แม่แบบหนังสือ ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เก็บประวัติการแก้ไข
6. ลงทะเบียนส่งและส่งหนังสือ ออกเลขส่ง ส่งถึงหน่วยงานปลายทาง ออกเลขส่ง ส่งผ่านระบบหรืออีเมล บันทึกหลักฐานการส่ง
7. จัดเก็บและทำลาย เก็บเข้าแฟ้มตามหมวด ครบกำหนดก็ขอทำลาย จัดหมวดหมู่ ค้นหาได้ ตั้งอายุการเก็บ ส่งออกบัญชีหนังสือ

จุดที่หน่วยงานมักติดคือขั้น เกษียณหนังสือ กับ ลงนาม เพราะผู้บริหารคุ้นกับการเขียนด้วยปากกา ระบบที่เลือกจึงควรให้เขียนบนแท็บเล็ตหรือพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ได้สะดวก ถ้าขั้นนี้ยุ่งยาก ผู้บริหารจะกลับไปสั่งให้พิมพ์ออกมาเซ็นเหมือนเดิม แล้วระบบก็กลายเป็นแค่ที่เก็บไฟล์สแกน

ฟีเจอร์ที่ควรมองหาในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

ไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แต่ควรรู้ว่าอะไรคือของจำเป็น อะไรคือของเสริม

ของที่ควรมี

  • ทะเบียนหนังสือรับ-ส่ง ออกเลขอัตโนมัติ แยกตามปีและประเภทหนังสือได้
  • การเสนอแฟ้มและเกษียณสั่งการ ส่งต่อเป็นลำดับขั้น เห็นว่าหนังสืออยู่ที่ใคร
  • ระบบสิทธิ์ผู้ใช้ กำหนดได้ว่าใครเห็นหนังสือกลุ่มไหน ใครลงนามได้
  • ประวัติการใช้งาน (Audit Log) บันทึกว่าใครเปิด แก้ ส่ง หรือลบอะไร เมื่อไร
  • การค้นหา ค้นจากเลขที่ เรื่อง ผู้ส่ง วันที่ หรือคำในเอกสาร
  • การสำรองข้อมูล สำรองอัตโนมัติและทดสอบกู้คืนได้จริง

ของเสริมที่ช่วยได้มาก

  • แจ้งเตือนผ่านอีเมลหรือแอปแชตเมื่อมีหนังสือถึงตัว
  • ใช้งานบนมือถือได้ดี เพราะผู้บริหารมักไม่ได้นั่งหน้าคอมพิวเตอร์
  • แม่แบบหนังสือภายนอก บันทึกข้อความ คำสั่ง ประกาศ
  • รายงานสรุป เช่น จำนวนหนังสือค้างแยกตามกลุ่มงาน
  • เชื่อมต่อกับระบบอื่นของหน่วยงาน เช่น ระบบลา ระบบพัสดุ หรือเว็บไซต์

ทางเลือกของหน่วยงาน ใช้ระบบกลาง หรือพัฒนาเพิ่ม

หน่วยงานส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ หลายแห่งมี ระบบกลางที่ต้นสังกัดหรือหน่วยงานภาครัฐจัดให้ใช้ อยู่แล้ว บางแห่งซื้อระบบสำเร็จรูปจากผู้ให้บริการ และบางแห่งต้องการระบบเสริมเล็ก ๆ มาอุดช่องว่างที่ระบบหลักไม่มี

ทางเลือก เหมาะกับ ข้อดี สิ่งที่ต้องคิด
ระบบกลางที่ต้นสังกัดกำหนด หน่วยงานที่ต้นสังกัดให้ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด รับ-ส่งกับหน่วยงานอื่นในเครือได้ทันที ไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง ปรับแต่งได้น้อย ขั้นตอนเฉพาะของหน่วยงานอาจไม่รองรับ
ระบบสำเร็จรูปจากผู้ให้บริการ หน่วยงานที่อยากได้ระบบครบในเวลาสั้น ฟีเจอร์ครบ มีคู่มือและฝ่ายสนับสนุน ค่าบริการต่อเนื่อง การย้ายข้อมูลออกเมื่อเลิกใช้
พัฒนาระบบเสริมเฉพาะส่วน หน่วยงานที่ใช้ระบบหลักอยู่แล้วแต่มีงานบางอย่างยังทำมือ ตรงกับงานจริงของหน่วยงาน เช่น ทะเบียนคำสั่งภายใน ระบบติดตามงานที่ได้รับมอบหมาย ต้องมีคนดูแลระบบ ต้องวางเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่ต้น

คำแนะนำของเราคือ อย่ารีบสร้างระบบใหม่ซ้อนระบบกลาง ถ้าต้นสังกัดกำหนดระบบไว้แล้ว ให้ใช้ระบบนั้นเป็นแกนหลัก แล้วค่อยดูว่างานส่วนไหนที่ยังต้องจดในสมุดหรือ Excel อยู่ งานเหล่านั้นแหละคือจุดที่ระบบเสริมช่วยได้จริง เช่น ทะเบียนคำสั่งภายใน ทะเบียนหนังสือรับรอง ระบบติดตามงานที่ผู้บริหารมอบหมาย หรือหน้าค้นหาประกาศบนเว็บไซต์

ความปลอดภัยและ PDPA ที่ต้องคิดตั้งแต่วันแรก

หนังสือราชการจำนวนมากมีข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลสุขภาพ หรือเรื่องร้องเรียน ระบบสารบรรณจึงเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • กำหนดสิทธิ์ตามหน้าที่ ไม่ใช่ให้ทุกคนเห็นทุกหนังสือ หนังสือลับหรือเรื่องร้องเรียนควรเห็นเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง
  • ใช้ HTTPS ทุกหน้า และบังคับรหัสผ่านที่แข็งแรง ถ้าเป็นไปได้ควรมีการยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับผู้มีสิทธิ์ลงนาม
  • เก็บ Audit Log และอย่าให้แก้ย้อนหลังได้ เพื่อให้ตรวจสอบได้เมื่อมีข้อสงสัย
  • สำรองข้อมูลแยกที่ และทดสอบกู้คืนเป็นระยะ ไม่ใช่แค่ตั้งสำรองไว้แล้วไม่เคยลองเปิด
  • อัปเดตซอฟต์แวร์และเซิร์ฟเวอร์ ระบบที่เขียนด้วยภาษาอย่าง PHP ต้องติดตามแพตช์ความปลอดภัยเสมอ
  • ตั้งอายุการเก็บและวิธีทำลาย ให้สอดคล้องกับระเบียบงานสารบรรณและหลัก PDPA ที่ให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น
  • ระวังการแชร์ไฟล์ออกนอกระบบ เช่น ส่งต่อในกลุ่มแชตส่วนตัว ซึ่งทำให้ควบคุมข้อมูลไม่ได้

ถ้าใช้ผู้ให้บริการภายนอก ควรถามให้ชัดว่าข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ และเมื่อเลิกสัญญาจะส่งข้อมูลคืนในรูปแบบใด

เช็กลิสต์สำหรับหน่วยงานขนาดเล็ก

หน่วยงานเล็ก เช่น อบต. โรงเรียน หรือสำนักงานสาขา มักมีธุรการคนเดียวที่ทำทุกอย่าง การเปลี่ยนระบบจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป ลองไล่เช็กลิสต์นี้ก่อน

  1. ตรวจว่าต้นสังกัดกำหนดระบบไว้แล้วหรือยัง ถ้ามี ให้เริ่มจากระบบนั้น
  2. เขียนขั้นตอนงานจริงลงกระดาษหนึ่งหน้า หนังสือเข้ามาแล้วผ่านใครบ้าง ใครลงนาม ใครเก็บ
  3. เลือกผู้รับผิดชอบหลักหนึ่งคน ที่เข้าใจงานสารบรรณและพอใช้คอมพิวเตอร์คล่อง
  4. ตกลงเรื่องเลขทะเบียนและหมวดหมู่ให้ชัด ก่อนเริ่มใช้ เพราะแก้ทีหลังยาก
  5. ทดลองกับหนังสือบางประเภทก่อน เช่น หนังสือภายใน แล้วค่อยขยาย
  6. อบรมผู้บริหารเรื่องการเกษียณและลงนามบนจอ ขั้นนี้สำคัญที่สุด
  7. กำหนดช่วงคู่ขนาน ใช้ทั้งกระดาษและระบบไปพร้อมกันสักระยะ แล้วกำหนดวันเลิกกระดาษให้ชัด
  8. ตั้งการสำรองข้อมูลและทดสอบกู้คืน ก่อนเลิกเก็บสำเนากระดาษ
  9. ทบทวนสิทธิ์ผู้ใช้เมื่อมีคนย้ายหรือลาออก ปิดบัญชีทันที
  10. จดบันทึกปัญหาที่เจอ แล้วเอาไปคุยกับผู้ดูแลระบบหรือผู้ให้บริการเป็นระยะ

ระบบสารบรรณเกี่ยวกับเว็บไซต์หน่วยงานอย่างไร

หลายคนแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน แต่ในทางปฏิบัติเชื่อมกันมาก ประกาศ คำสั่ง และรายงานที่ผ่านระบบสารบรรณ หลายฉบับต้องนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานด้วย โดยเฉพาะข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน ITA ถ้าเอกสารในระบบจัดหมวดหมู่ดีและลงวันที่ชัด การนำขึ้นเว็บก็ง่ายและครบถ้วนขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ ITA คืออะไร เว็บไซต์หน่วยงานต้องเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์กับ e-Saraban คือสิ่งเดียวกันไหม

ในการใช้งานทั่วไปใช่ คำว่า e-Saraban เป็นชื่อเรียกสั้น ๆ ของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ บางครั้งก็เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ของผู้ให้บริการบางราย จึงควรดูให้ชัดว่ากำลังพูดถึงแนวคิดหรือระบบตัวไหน

หนังสือที่ลงนามในระบบมีผลเท่ากับลงนามบนกระดาษหรือไม่

ระเบียบงานสารบรรณที่แก้ไขในช่วงหลังรองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่รูปแบบที่ใช้ได้ต้องเป็นไปตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงาน ควรตรวจกับงานนิติการก่อนใช้จริง

หน่วยงานเล็กจำเป็นต้องซื้อระบบใหม่ไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ให้ตรวจก่อนว่าต้นสังกัดมีระบบกลางให้ใช้หรือไม่ ถ้ามีแล้วแต่ยังมีงานบางส่วนทำมืออยู่ ระบบเสริมขนาดเล็กอาจคุ้มกว่าการเปลี่ยนทั้งระบบ

ยังต้องเก็บกระดาษต้นฉบับไหม

ขึ้นกับประเภทหนังสือและแนวปฏิบัติของหน่วยงาน หนังสือที่รับเข้ามาเป็นกระดาษบางประเภทอาจยังต้องเก็บต้นฉบับ ควรกำหนดให้ชัดในคู่มือของหน่วยงาน

ระบบควรอยู่บนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ในหน่วยงาน

ทั้งสองแบบใช้ได้ คลาวด์ลดภาระดูแลเครื่อง ส่วนเซิร์ฟเวอร์ในหน่วยงานควบคุมได้เองแต่ต้องมีคนดูแลความปลอดภัยและการสำรองข้อมูล สิ่งที่สำคัญกว่าที่ตั้งคือการตั้งค่าความปลอดภัยและสิทธิ์ให้ถูกต้อง

ใช้ Google Drive หรือแชร์โฟลเดอร์แทนได้ไหม

ใช้เก็บไฟล์ได้ แต่ไม่มีทะเบียนรับ-ส่ง การเกษียณสั่งการ และ Audit Log ที่งานสารบรรณต้องการ ถ้าใช้ชั่วคราวควรกำหนดสิทธิ์ให้รัดกุมและวางแผนย้ายเข้าระบบที่เหมาะสม

สรุป

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่แค่การสแกนหนังสือเก็บไว้ แต่คือการย้ายเส้นทางของหนังสือทั้งหมด ตั้งแต่รับ ลงทะเบียน เกษียณ ลงนาม ส่ง ไปจนถึงจัดเก็บ ให้อยู่บนระบบที่ตรวจสอบได้ หน่วยงานเล็กไม่จำเป็นต้องเริ่มใหญ่ ให้เริ่มจากระบบกลางที่มีอยู่ เขียนขั้นตอนจริงให้ชัด แล้วค่อยเติมส่วนที่ขาด

Southern Whale รับงานขนาดเล็กสำหรับหน่วยงาน เช่น ระบบเสริมภายในที่ช่วยงานธุรการ ระบบติดตามงาน หรือการเชื่อมเอกสารขึ้นเว็บไซต์ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการสำหรับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา หรือพูดคุยเบื้องต้นได้ทาง LINE OA

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ คือ, e-saraban, ระบบ e-saraban, งานสารบรรณ, หนังสือราชการอิเล็กทรอนิกส์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kreangsak S.

Kreangsak S.

ทีมงาน Southern Whale · SEO & WordPress Specialist · Web Developer

ทำเว็บไซต์และ SEO มากว่า 10 ปี ถนัดเว็บ WordPress และ E-Commerce ที่วาง SEO ตั้งแต่ต้น ปัจจุบันใช้ AI ช่วยพัฒนาระบบให้เร็วขึ้น

LinkedIn ↗Fastwork ↗ทัก LINE ปรึกษาฟรี ↗

อยากให้เราช่วยทำให้เลยไหม

เราตรวจเว็บให้ฟรีก่อนเสมอ บอก URL มา แล้วเราจะบอกว่าเว็บของคุณติดตรงไหน และควรแก้อะไรก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูคู่มือรวมหมวด ทำเว็บไซต์ →
Web Development

เว็บไซต์โรงเรียนควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์แยกตามประเภทสถานศึกษา ตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย

ผู้ปกครองตัดสินใจเรื่องโรงเรียนจากเว็บไม่กี่นาทีบนมือถือ เช็กลิสต์นี้บอกว่าแต่ละประเภทสถานศึกษาต้องมีหน้าอะไร และต้องระวังเรื่องไหนบ้าง

Web Development

ระบบหลังบ้านคืออะไร? เว็บไซต์ธุรกิจควรมีอะไรบ้าง ให้ทีมแก้เองได้โดยไม่ต้องรอคนทำเว็บ

เปลี่ยนเบอร์โทรหน้าเว็บทีเดียวต้องทักคนทำเว็บแล้วรอสองวัน นั่นคือสัญญาณว่าระบบหลังบ้านของคุณไม่ได้ออกแบบมาให้ทีมใช้จริง

Web Framework

Astro 5 vs Next.js 16 ปี 2026 — Performance, SEO, Cost เปรียบเทียบสำหรับ Dev Agency | Southern Whale

Astro 5 หรือ Next.js 16 ดีกว่ากันในปี 2026? คำตอบขึ้นกับโปรเจกต์ — บทความนี้เปรียบเทียบ Performance, SEO, Developer Experience, และ Hosting Cost แบบไม่เข้าข้างใคร