ช่วงก่อนเปิดรับสมัคร ผู้ปกครองหลายคนนั่งค้นโรงเรียนในมือถือคืนละหลายที่ เปิดเว็บแรก ข่าวล่าสุดเป็นของปีก่อน ปิด เปิดเว็บที่สอง หาเบอร์โทรไม่เจอ ปิด เว็บที่สามมีรูปห้องเรียน ตารางกิจวัตร และปุ่มนัดชมโรงเรียนผ่าน LINE ผู้ปกครองกดนัดทันที
โรงเรียนที่สามอาจไม่ได้ดีกว่าสองที่แรก แต่เว็บตอบคำถามได้ก่อน
บทความนี้เป็นเช็กลิสต์ว่าเว็บไซต์โรงเรียนควรมีอะไรบ้าง แยกตามประเภทสถานศึกษา ตั้งแต่เนอสเซอรี่ อนุบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐ วิทยาลัยอาชีวะ ไปจนถึงมหาวิทยาลัย พร้อมเรื่องที่มักถูกมองข้าม คือการลงข่าว PDPA กับภาพนักเรียน ความเร็วบนมือถือ และ SEO ให้ผู้ปกครองค้นเจอ
เว็บไซต์โรงเรียนคืออะไร และทำหน้าที่อะไร
เว็บโรงเรียนที่ดีทำงานสามอย่างพร้อมกัน
- ตอบคำถามแทนครู ผู้ปกครองหาคำตอบเรื่องรับสมัคร เวลาเรียน ค่าใช้จ่าย ได้เองโดยไม่ต้องโทรถาม
- สร้างความเชื่อใจ ข่าวที่อัปเดตสม่ำเสมอ รูปบรรยากาศจริง ครูที่มีตัวตน เป็นหลักฐานว่าโรงเรียนดูแลเด็กจริงจัง
- เป็นศูนย์กลางเอกสาร ประกาศ แบบฟอร์ม ปฏิทิน ที่หาได้ตลอดแม้ผ่านไปหลายเดือน
เพจ Facebook อย่างเดียวพอไหม
หลายโรงเรียนใช้เพจเป็นช่องทางหลักและได้ผลดีเรื่องการสื่อสารรายวัน แต่เพจมีข้อจำกัด
| เรื่อง | เพจโซเชียล | เว็บไซต์โรงเรียน |
|---|---|---|
| ข่าวรายวัน ภาพกิจกรรม | เหมาะมาก คนเห็นเร็ว | ทำได้ เป็นคลังถาวร |
| ข้อมูลรับสมัครที่ต้องหาย้อนหลัง | จมหายตามไทม์ไลน์ | อยู่หน้าเดิมตลอด |
| เอกสารที่ต้องเปิดเผย | จัดหมวดยาก | จัดหมวด ค้นหาได้ |
| การค้นเจอบน Google | จำกัด | ควบคุมโครงสร้าง SEO ได้ |
| เป็นเจ้าของข้อมูล | อยู่บนแพลตฟอร์มของคนอื่น | โรงเรียนเป็นเจ้าของ |
คำตอบที่ใช้ได้กับโรงเรียนส่วนใหญ่คือใช้ทั้งสองอย่าง เพจไว้สื่อสารเร็ว เว็บไซต์ไว้เป็นบ้านถาวร แล้วแชร์ลิงก์ข่าวจากเว็บไปที่เพจ
ผู้ปกครองมองหาอะไรในเว็บโรงเรียน
ก่อนลงรายละเอียดตามประเภท มาดูคำถามที่ผู้ปกครองแทบทุกกลุ่มมีเหมือนกัน
- โรงเรียนอยู่ที่ไหน เดินทางยังไง แผนที่ Google Maps ฝังในหน้า ข้อมูลรถรับส่ง (ถ้ามี)
- รับสมัครเมื่อไร ระดับชั้นไหน ปฏิทินที่ชัดเจน ไม่ต้องเดา
- ลูกจะได้เรียนอะไร หลักสูตร จุดเด่น กิจกรรม
- ใครดูแลลูก ผู้บริหาร ครู วุฒิ และประสบการณ์
- บรรยากาศจริงเป็นอย่างไร ภาพสถานที่และกิจกรรม
- ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร ถ้าโรงเรียนไม่เปิดตัวเลข อย่างน้อยต้องบอกว่าขอข้อมูลได้ที่ไหน
- ติดต่อใคร ทางไหน เบอร์โทร LINE OA อีเมล เวลาทำการ
ถ้าเว็บตอบเจ็ดข้อนี้ได้ภายในไม่กี่คลิกบนมือถือ ก็ถือว่าพื้นฐานแน่นแล้ว ส่วนต่อจากนี้คือสิ่งที่แต่ละประเภทต้องเพิ่ม
เช็กลิสต์เว็บไซต์เนอสเซอรี่และโรงเรียนอนุบาล
ผู้ปกครองเด็กเล็กเลือกโรงเรียนด้วยความรู้สึกปลอดภัยเป็นอันดับแรก หลักสูตรมาทีหลัง
- หน้าความปลอดภัย ระบบรับส่งเด็ก รายชื่อผู้มีสิทธิ์รับ กล้องวงจรปิด การดูแลเมื่อเด็กป่วยหรือบาดเจ็บ
- อัตราส่วนครูต่อเด็ก ใส่ตามจริงของแต่ละห้อง
- กิจวัตรประจำวัน ตารางเวลาตั้งแต่มาถึงจนกลับบ้าน เวลานอน เวลาเล่นกลางแจ้ง
- อาหาร ตัวอย่างเมนู การดูแลเด็กที่แพ้อาหาร อาหารฮาลาล (ถ้ามี)
- ครูและพี่เลี้ยง รูปและประวัติสั้น ๆ
- แกลเลอรีสถานที่ ห้องเรียน มุมนอน ห้องน้ำเด็ก สนามเด็กเล่น
- รับเด็กอายุเท่าไร ช่วงอายุ ช่วงเวลาที่รับเข้า รับกลางปีได้ไหม
- นัดเยี่ยมชมโรงเรียน ฟอร์มสั้น เลือกวันเวลา แจ้งอายุเด็ก ส่งเข้า LINE ของโรงเรียน
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด ผู้ปกครองเด็กเล็กแทบไม่มีใครส่งลูกเข้าโรงเรียนโดยไม่มาดูสถานที่ก่อน เว็บจึงควรพาไปสู่การนัดชมให้ง่ายที่สุด ปุ่ม “นัดชมโรงเรียน” ควรอยู่บนทุกหน้า
เช็กลิสต์เว็บไซต์โรงเรียนเอกชน
โรงเรียนเอกชนต้องแข่งกันรับสมัคร เว็บจึงต้องพาผู้ปกครองจากความสนใจไปสู่การสมัครอย่างเป็นขั้นตอน
- หน้ารับสมัครนักเรียน ระดับชั้นที่เปิด คุณสมบัติ ขั้นตอน เอกสาร ปฏิทิน
- หน้า Open House วันเวลา กิจกรรมในวันนั้น ฟอร์มลงทะเบียน
- หน้าค่าธรรมเนียม ตัวเลขที่ครูอัปเดตเองได้ทุกปี หรือหน้าอธิบายสิ่งที่รวมในค่าเรียนพร้อมปุ่มขอรายละเอียด
- หลักสูตรและโปรแกรมพิเศษ EP MEP ภาษาที่สาม กีฬา ดนตรี เขียนให้ผู้ปกครองเข้าใจ
- ผลงานนักเรียน รางวัล การแข่งขัน การศึกษาต่อ ใส่เฉพาะที่มีหลักฐาน
- รถรับส่งและบริการเสริม เส้นทาง ชมรมหลังเลิกเรียน
- คำถามที่พบบ่อยช่วงรับสมัคร ลดสายโทรถามซ้ำ
เส้นทางรับสมัครบนเว็บ
ลองคิดว่าผู้ปกครองหนึ่งคนเดินทางผ่านเว็บยังไงจนถึงวันสมัคร
| ขั้น | ผู้ปกครองทำอะไร | เว็บต้องมีอะไร |
|---|---|---|
| รู้จัก | ค้น Google หรือเห็นลิงก์ในกลุ่ม LINE | หน้าแรกโหลดเร็ว บอกชัดว่าเป็นโรงเรียนแบบไหน ที่ไหน |
| สนใจ | อ่านหลักสูตร ดูรูป ดูครู | หน้าหลักสูตรรายระดับ แกลเลอรี โปรไฟล์ครู |
| เปรียบเทียบ | ดูค่าใช้จ่าย เวลาเรียน การเดินทาง | หน้าค่าธรรมเนียมหรือช่องทางขอข้อมูล แผนที่ รถรับส่ง |
| ลงมือ | นัดชม ลงทะเบียน Open House | ฟอร์มสั้น ปุ่ม LINE OA |
| สมัคร | กรอกใบสมัคร ส่งเอกสาร | หน้ารับสมัครหรือระบบรับสมัครออนไลน์ |
| ติดตาม | รอผล ถามสถานะ | ประกาศผลบนเว็บ แจ้งเตือนทาง LINE |
ช่องโหว่ที่เจอบ่อยคือขั้น “ลงมือ” ผู้ปกครองสนใจแล้วแต่ไม่มีปุ่มให้กด ต้องไปหาเบอร์โทรเอง แล้วก็ลืมไป ทุกหน้าที่เกี่ยวกับหลักสูตรควรจบด้วยปุ่มนัดชมหรือลงทะเบียนความสนใจ
เช็กลิสต์เว็บไซต์โรงเรียนรัฐ
โรงเรียนรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลบางอย่างต่อสาธารณะ รายการหัวข้อและเกณฑ์กำหนดโดยหน่วยงานต้นสังกัดและอาจเปลี่ยนตามปี โรงเรียนควรยึดประกาศฉบับล่าสุดที่ได้รับเป็นหลัก เช็กลิสต์ด้านล่างจึงเน้นที่โครงสร้างเว็บ ไม่ได้แทนเกณฑ์ทางการ
- หมวดเปิดเผยข้อมูลตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด หน้าเดียวที่รวมทุกหัวข้อ แต่ละหัวข้อลิงก์ไปเอกสารหรือหน้าที่เกี่ยวข้อง
- วันที่อัปเดตกำกับทุกเอกสาร ผู้ตรวจและประชาชนเห็นได้ว่าข้อมูลเป็นปัจจุบัน
- แยกประกาศออกจากข่าว ประกาศรับสมัคร จัดซื้อจัดจ้าง ผลการคัดเลือก ไม่ปนกับข่าวกิจกรรม
- ข้อมูลพื้นฐาน ประวัติ วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้างการบริหาร บุคลากร
- ช่องทางติดต่อและรับเรื่อง ช่องทางที่ประชาชนติดต่อหรือแสดงความคิดเห็นได้
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม จัดหมวด ตั้งชื่อไฟล์ให้อ่านรู้เรื่อง
ปัญหาที่เราเห็นบ่อยไม่ใช่การไม่มีข้อมูล แต่คือข้อมูลกระจายอยู่ในข่าวหลายร้อยชิ้น พอถึงเวลาต้องรวบรวม ครูต้องไล่หาเองทีละโพสต์ ถ้าวางหมวดไว้ตั้งแต่แรก ครูแค่อัปโหลดเอกสารเข้าหมวดที่ถูกต้อง ทุกอย่างก็อยู่ในที่ของมัน
เช็กลิสต์เว็บไซต์วิทยาลัยและอาชีวศึกษา
คนดูเว็บวิทยาลัยมีสามกลุ่ม นักเรียนที่กำลังเลือกที่เรียน ผู้ปกครอง และสถานประกอบการ
- หน้าแยกรายสาขา ปวช. ปวส. หลักสูตรระยะสั้น แต่ละสาขาบอกว่าเรียนอะไร ใช้เครื่องมืออะไร ฝึกงานที่ไหน จบแล้วทำงานอะไร
- การรับสมัครและโควตา ปฏิทิน คุณสมบัติ เอกสาร
- ทวิภาคีและฝึกงาน หน้าสำหรับสถานประกอบการ วิธีร่วมโครงการ ติดต่อใคร
- ประกาศรับสมัครงาน พื้นที่ให้สถานประกอบการประกาศ และนักศึกษาเข้ามาดูได้
- ข้อมูลการได้งานของผู้จบ ใส่เฉพาะเมื่อมีตัวเลขจริงจากการติดตาม
- ภาพการฝึกปฏิบัติ โรงฝึกงาน ห้องแล็บ เครื่องมือ นักเรียนสายอาชีพอยากเห็นว่าจะได้ลงมือทำจริง
เรื่องหน้าแยกรายสาขาสำคัญกับ SEO มาก คนค้นว่า “เรียนช่างยนต์ ใกล้ฉัน” หรือ “ปวส. การโรงแรม” หน้าที่พูดเรื่องนั้นเรื่องเดียวมีโอกาสติดมากกว่าหน้ารวมทุกสาขา
เช็กลิสต์เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเป็นเว็บใหญ่ที่หลายหน่วยงานใช้ร่วมกัน ความยากอยู่ที่โครงสร้างและการแบ่งสิทธิ์มากกว่าดีไซน์
- โครงสร้างคณะ หลักสูตร หน่วยงาน ทุกคณะใช้หน้าตาเดียวกัน แต่มีพื้นที่ของตัวเอง
- หน้าหลักสูตรแยกรายหลักสูตร ระดับ ระยะเวลา โครงสร้างรายวิชา อาชีพหลังจบ การรับเข้า
- หลายภาษา ไทย อังกฤษ และจีนตามกลุ่มนักศึกษาที่รับจริง แต่ละภาษามี URL ของตัวเอง ตั้ง hreflang ถูกต้อง
- งานวิจัยและโปรไฟล์อาจารย์ ผลงานตีพิมพ์ ความเชี่ยวชาญ ช่องทางติดต่อ
- ปฏิทินกิจกรรมและข่าว กรองตามคณะ ดึงไปหน้ารวมอัตโนมัติ
- สิทธิ์แก้ไขรายหน่วยงาน เจ้าหน้าที่คณะแก้ได้เฉพาะส่วนของตัวเอง
- หน้าสำหรับนักศึกษาต่างชาติ วีซ่า ที่พัก ค่าครองชีพ ช่องทางติดต่อเป็นภาษาอังกฤษ
เรื่องหลายภาษาที่มักทำพลาด
| ทำพลาด | ทำถูก |
|---|---|
| ใช้ปลั๊กอินแปลอัตโนมัติทั้งเว็บ | แปลหน้าสำคัญโดยคน แปลเฉพาะหน้าที่กลุ่มเป้าหมายใช้จริง |
| ทุกภาษาใช้ URL เดียว สลับด้วยปุ่ม | แยก URL ต่อภาษา เช่น /en/ /cn/ |
| ไม่มี hreflang | ตั้ง hreflang ให้ Google แสดงภาษาที่ถูกกับผู้ค้น |
| หน้าภาษาอังกฤษไม่อัปเดตตามหน้าไทย | กำหนดคนรับผิดชอบแต่ละภาษาชัดเจน |
เช็กลิสต์เพิ่มเติมสำหรับโรงเรียนนานาชาติและสองภาษา
- เว็บภาษาอังกฤษที่อ่านเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แปลตรงตัว
- หลักสูตรที่ใช้จริง เช่น British, American หรือ IB และระดับชั้นที่เทียบกับระบบไทย
- ข้อมูลการย้ายเข้ากลางปี การประเมินระดับภาษา
- ทีมครูพร้อมประเทศและวุฒิ
- ข้อมูลสำหรับครอบครัวที่เพิ่งย้ายมา เช่น ที่พักใกล้โรงเรียน รถรับส่ง
การลงข่าว: ทำยังไงให้เว็บไม่นิ่ง
เว็บโรงเรียนที่ข่าวล่าสุดเป็นของปีก่อนส่งสัญญาณผิดให้ผู้ปกครอง แม้โรงเรียนจะมีกิจกรรมทุกสัปดาห์ ต้นเหตุมักมาจากสามเรื่อง
- มีคนเดียวที่ลงข่าวเป็น พอคนนั้นย้ายหรือไม่ว่าง เว็บก็หยุด
- ลงข่าวยากเกินไป ต้องย่อรูปเอง ต้องจัดรูปแบบเอง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงต่อข่าว
- ไม่มีใครรับผิดชอบชัดเจน ทุกคนคิดว่าคนอื่นจะลง
workflow ลงข่าวที่ใช้ได้จริง
| ขั้น | ใครทำ | ใช้เวลา |
|---|---|---|
| ถ่ายรูปและจดรายละเอียดกิจกรรม | ครูประจำกิจกรรม | ระหว่างกิจกรรม |
| คัดรูปที่ไม่เห็นหน้าเด็กชัด หรือเด็กที่ได้รับความยินยอม | ครูประจำกิจกรรม | ไม่กี่นาที |
| ลงข่าวในหลังบ้าน (หัวข้อ ข้อความสั้น อัปโหลดรูป) | ครูประชาสัมพันธ์หรือครูเจ้าของกิจกรรม | 5-10 นาที |
| ตรวจก่อนเผยแพร่ (ถ้าโรงเรียนต้องการ) | ผู้บริหารหรือหัวหน้าฝ่าย | ไม่กี่นาที |
| แชร์ลิงก์ไปเพจและกลุ่ม LINE ผู้ปกครอง | ครูประชาสัมพันธ์ | ไม่กี่นาที |
หลังบ้านที่ดีต้องย่อรูปให้อัตโนมัติ อัปโหลดหลายรูปพร้อมกันได้ และทุกคนมีบัญชีของตัวเอง ไม่ใช้รหัสร่วม อ่านเพิ่มเรื่องการแบ่งสิทธิ์ในบทความ ระบบหลังบ้านคืออะไร และถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้ระบบไหน อ่าน CMS คืออะไร
PDPA กับภาพและข้อมูลนักเรียน
ภาพเด็กเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ โรงเรียนควรมีแนวทางที่ชัดเจนก่อนลงภาพบนเว็บ ส่วนนี้เป็นแนวทางทั่วไปทางเทคนิค ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อความในแบบฟอร์มและนโยบายควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือต้นสังกัดตรวจ
- ขอความยินยอมจากผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าจะใช้ภาพที่ไหน (เว็บ เพจ สิ่งพิมพ์) ทำตอนรับเข้าเรียนหรือต้นปีการศึกษา
- มีรายชื่อเด็กที่ไม่ยินยอม ให้ครูที่ลงข่าวตรวจได้ง่าย
- ไม่ใส่ชื่อนามสกุลเต็มคู่กับภาพ โดยเฉพาะเด็กเล็ก
- เลือกภาพกลุ่มหรือภาพมุมกว้าง มากกว่าภาพหน้าเด็กรายคน
- ระวังข้อมูลในภาพ ป้ายชื่อบนเสื้อ ใบงานที่มีชื่อ ทะเบียนรถผู้ปกครอง
- นโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บ บอกว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร ติดต่อใคร
- ช่องทางขอลบภาพ และครูลบได้ทันทีจากหลังบ้าน
- ฟอร์มบนเว็บเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น มีช่องยินยอม ส่งผ่าน HTTPS
- ไม่ลงเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายชื่อนักเรียนพร้อมเลขประจำตัวประชาชน ถ้าต้องประกาศผล ใช้เลขที่ผู้สมัครแทน
ข้อสุดท้ายเจอบ่อยกว่าที่คิด ไฟล์ประกาศผลสอบเข้าที่มีเลขบัตรประชาชนครบ 13 หลักยังค้างอยู่บนเว็บโรงเรียนหลายแห่ง และ Google เก็บไปแล้ว
ความเร็วและการใช้งานบนมือถือ
ผู้ปกครองส่วนใหญ่เปิดเว็บโรงเรียนจากมือถือ บ่อยครั้งเปิดจากลิงก์ในกลุ่ม LINE ระหว่างรอรับลูก ถ้าโหลดช้าก็ปิดทิ้ง
- รูปถูกย่อขนาด รูปจากมือถือรุ่นใหม่ใหญ่หลาย MB ต้องย่อและแปลงเป็น WebP ก่อนแสดง
- โหลดรูปเมื่อเลื่อนถึง อัลบั้มที่มีรูปเป็นร้อยไม่ควรโหลดทั้งหมดพร้อมกัน
- ข้อมูลสำคัญเป็นหน้าเว็บ ไม่ใช่ PDF อย่างเดียว ปฏิทินรับสมัครควรอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลด
- ตัวอักษรใหญ่พอ อ่านได้โดยไม่ต้องซูม สีตัดกับพื้นชัด
- ปุ่มกดง่ายด้วยนิ้ว ปุ่มโทร ปุ่ม LINE ปุ่มนัดชม ขนาดพอดี ไม่ชิดกันเกินไป
- ใช้งานได้กับโปรแกรมอ่านหน้าจอ ภาพมีคำอธิบาย ลำดับหัวข้อถูกต้อง
วัดได้ฟรีด้วย PageSpeed Insights อ่านวิธีใช้ที่ คู่มือ PageSpeed Insights และทำความเข้าใจตัวชี้วัดที่ Core Web Vitals
SEO พื้นฐานสำหรับเว็บไซต์โรงเรียน
ผู้ปกครองค้นหาโรงเรียนได้สองแบบ แบบรู้ชื่ออยู่แล้ว กับแบบค้นกว้าง ๆ เช่น “อนุบาล ใกล้ฉัน” หรือ “โรงเรียนนานาชาติ ภูเก็ต” แบบแรกไม่ยาก แบบที่สองคือที่ที่โรงเรียนได้นักเรียนใหม่
| เรื่อง | ต้องทำอะไร |
|---|---|
| Google Business Profile | ยืนยันตัวตน เลือกหมวดหมู่ให้ตรง ใส่เวลาทำการ รูป และลิงก์เว็บ |
| ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร | ตรงกันทุกที่ ทั้งเว็บ เพจ และ Google Maps |
| Title และ Description | ทุกหน้าบอกชื่อโรงเรียน ประเภท และพื้นที่ |
| หน้าแยกตามสิ่งที่คนค้น | หน้าระดับชั้น หน้าหลักสูตร หน้ารับสมัคร หน้าละหนึ่งเรื่อง |
| Schema | ข้อมูลโครงสร้างประเภทสถานศึกษา ให้ Google เข้าใจว่าเป็นโรงเรียน |
| รีวิว | ขอให้ผู้ปกครองที่พอใจเขียนรีวิวบน Google และตอบทุกรีวิว |
| จังหวะเวลา | หน้ารับสมัครพร้อมก่อนช่วงที่ผู้ปกครองเริ่มค้น ไม่ใช่วันเปิดรับ |
| Search Console | ดูว่าคนค้นเจอด้วยคำอะไร หน้าไหนมีปัญหา |
เริ่มจาก Google Business Profile ก่อนเสมอ เพราะคนค้น “ใกล้ฉัน” จะเห็นแผนที่ก่อนผลเว็บ อ่านวิธีตั้งค่าที่ ตั้งค่า Google Business Profile และดูตัวอย่างการวางแผน Local SEO สำหรับสถานศึกษาในภาคใต้ที่ Local SEO ศูนย์ติวและโรงเรียนในปัตตานี
เช็กลิสต์สรุป: ทุกโรงเรียนต้องมี
ถ้าไม่มีเวลาอ่านทั้งหมด นี่คือขั้นต่ำที่ทุกสถานศึกษาควรมี
- หน้าแรกบอกชัดว่าเป็นสถานศึกษาประเภทไหน อยู่ที่ไหน
- ข้อมูลติดต่อ แผนที่ และปุ่ม LINE OA บนทุกหน้า
- หน้ารับสมัครที่อัปเดตทุกปี
- หน้าหลักสูตรหรือระดับชั้น
- ครูและผู้บริหาร
- ข่าวที่อัปเดตอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- นโยบายความเป็นส่วนตัวและแนวทางลงภาพนักเรียน
- โหลดเร็วและอ่านง่ายบนมือถือ
- Google Business Profile ที่ข้อมูลตรงกับเว็บ
- ครูมากกว่าหนึ่งคนลงข่าวเป็น
- โรงเรียนเป็นเจ้าของโดเมนและบัญชีทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
เว็บไซต์โรงเรียนต้องมีกี่หน้า
ไม่มีจำนวนตายตัว โรงเรียนอนุบาลขนาดเล็กอาจมีแค่สิบกว่าหน้าบวกข่าว มหาวิทยาลัยอาจมีหลายพันหน้า สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือแต่ละหน้าตอบคำถามเรื่องเดียวให้ชัด
ใช้เว็บสำเร็จรูปได้ไหม
ได้สำหรับโรงเรียนเล็กที่ต้องการแค่ข้อมูลพื้นฐาน ข้อจำกัดคือการปรับโครงสร้าง SEO การแบ่งสิทธิ์ครู และการย้ายออกในอนาคต ถ้าโรงเรียนต้องการให้หลายคนลงข่าวและอยากให้ผู้ปกครองค้นเจอ WordPress ที่วางโครงดีจะยืดหยุ่นกว่า
ควรใส่ค่าเทอมบนเว็บไหม
ขึ้นกับนโยบายโรงเรียน การเปิดตัวเลขช่วยคัดผู้ปกครองที่พร้อม และลดคำถามซ้ำ ถ้าไม่เปิด อย่างน้อยควรบอกว่าค่าเรียนรวมอะไรบ้าง และขอรายละเอียดได้ทางไหน
ลงรูปนักเรียนได้ไหม
ได้ถ้ามีความยินยอมจากผู้ปกครองและมีแนวทางที่ชัดเจน ดูเช็กลิสต์ PDPA ด้านบน และให้ฝ่ายกฎหมายหรือต้นสังกัดตรวจแบบฟอร์มยินยอม
รับสมัครออนไลน์ต้องทำระบบแยกไหม
ถ้าแค่ลงทะเบียนความสนใจหรือนัดชม ฟอร์มบนเว็บเชื่อม LINE OA ก็พอ ถ้าต้องรับใบสมัครพร้อมเอกสาร ติดตามสถานะ และเก็บข้อมูลนักเรียน ควรทำเป็น ระบบบริหารโรงเรียน แยก แล้วเชื่อมจากเว็บ เพราะข้อมูลนักเรียนต้องควบคุมสิทธิ์เข้มกว่าเว็บทั่วไป
เว็บโรงเรียนต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน
ข่าวอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อให้เว็บดูมีชีวิต หน้ารับสมัครทุกปีการศึกษา และเอกสารที่ต้องเปิดเผยตามรอบที่ต้นสังกัดกำหนด
เว็บเดิมมีข่าวเยอะมาก ทำเว็บใหม่แล้วข่าวเก่าจะหายไหม
ไม่จำเป็นต้องหาย ข่าวและเอกสารเดิมย้ายมาเว็บใหม่ได้ และควรทำ 301 จากลิงก์เดิม เพื่อให้ลิงก์ที่เคยแชร์ไว้ยังเปิดได้
อยากให้ช่วยดูเว็บโรงเรียน
Southern Whale รับทำเว็บไซต์โรงเรียนและสถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่เนอสเซอรี่ถึงมหาวิทยาลัย ครูลงข่าวเองได้ รองรับ PDPA และวางโครงสร้างให้ผู้ปกครองค้นเจอ ดูรายละเอียดที่ รับทำเว็บไซต์โรงเรียนและสถานศึกษา หรือทัก LINE OA ส่งลิงก์เว็บเดิมมา เราดูให้ฟรีว่าควรปรับอะไรก่อน

