Skip to main content

กำลังโหลด...

Southern Whale

ระบบเช็คชื่อนักเรียน เลือกแบบไหนดี? กระดาษ QR บัตร RFID หรือแอป พร้อมแจ้งผู้ปกครองผ่าน LINE

Software Development
17 นาทีอ่าน

เทียบระบบเช็คชื่อนักเรียนทุกแบบ ตั้งแต่กระดาษ QR Code บัตร RFID จนถึงแอปบนแท็บเล็ต วิธีแจ้งผู้ปกครองผ่าน LINE OA รายงานที่ควรมี และ PDPA สำหรับข้อมูลเด็ก

มาสคอตวาฬ Southern Whale สีฟ้าถือแท็บเล็ตแสดงรายการเช็คชื่อพร้อมเครื่องหมายถูก ข้างประตูโรงเรียนที่มีเครื่องสแกน QR และมือถือที่เด้งการแจ้งเตือน

ครูประจำชั้นเช็คชื่อบนสมุดตอนเช้า ส่งให้ฝ่ายทะเบียนตอนเที่ยง ฝ่ายทะเบียนพิมพ์ลง Excel ตอนเย็น ระหว่างนั้นผู้ปกครองโทรมาถามว่าลูกถึงโรงเรียนหรือยัง ครูต้องเดินไปดูที่ห้อง และกว่าจะมีใครเห็นว่านักเรียนคนหนึ่งขาดเรียนติดกันหลายวัน ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว

การเช็คชื่อดูเป็นงานเล็ก แต่เป็นข้อมูลที่โรงเรียนใช้ทุกวัน ทั้งดูแลความปลอดภัยของเด็ก ติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และทำรายงาน บทความนี้เทียบวิธีเช็คชื่อแต่ละแบบ การแจ้งผู้ปกครองผ่าน LINE รายงานที่ควรมี ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเด็ก และสิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกระบบ

ระบบเช็คชื่อนักเรียนคืออะไร

ระบบเช็คชื่อนักเรียนคือระบบที่บันทึกการมาเรียน ขาด ลา และมาสายของนักเรียนลงฐานข้อมูลโดยตรง แทนการจดบนกระดาษแล้วพิมพ์ซ้ำ ข้อมูลพร้อมใช้ทันที ทั้งแจ้งผู้ปกครอง สรุปรายงานรายวันรายเดือน และติดตามนักเรียนที่ขาดบ่อย

หัวใจของระบบไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้เช็ค แต่คือข้อมูลที่ถูกบันทึกครั้งเดียวแล้วถูกใช้ต่อได้ทุกฝ่าย

วิธีเช็คชื่อแต่ละแบบ

1. กระดาษหรือสมุดเช็คชื่อ

วิธีดั้งเดิมที่ยังใช้กันมาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ครูทุกคนทำเป็น

ข้อจำกัด: ต้องคีย์ซ้ำเพื่อทำรายงาน ข้อมูลไปถึงฝ่ายทะเบียนช้า ผู้ปกครองไม่รู้สถานะทันที และสมุดหายหรือเปียกได้

2. Google Form หรือ Google Sheets

ขั้นแรกที่หลายโรงเรียนเริ่ม ครูกรอกฟอร์มจากมือถือ ข้อมูลลงชีตทันที

ข้อดี: ฟรี เริ่มได้วันนี้

ข้อจำกัด: ต้องทำฟอร์มแยกตามห้อง ข้อมูลรวมหลายห้องเริ่มยุ่งเมื่อจำนวนมาก แจ้งผู้ปกครองอัตโนมัติไม่ได้ถ้าไม่ต่อระบบเพิ่ม และสิทธิ์การเข้าถึงชีตมักหลวม

3. ครูกดเช็คชื่อบนแอปหรือเว็บ

ครูเปิดรายชื่อห้องบนแท็บเล็ตหรือมือถือ กดมา ขาด ลา สาย ทีละคน หรือกด “มาทั้งหมด” แล้วแก้เฉพาะคนที่ไม่มา

ข้อดี: ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม ใช้ได้ทั้งเช็คชื่อตอนเช้าและรายคาบ ข้อมูลเข้าระบบทันที

ข้อจำกัด: ยังขึ้นกับครูทุกคนต้องกดให้ทันเวลา

4. สแกน QR Code

นักเรียนมี QR บนบัตรนักเรียนหรือในมือถือ สแกนที่จุดเช็คชื่อหน้าประตูหรือหน้าห้อง หรือกลับกัน ครูแสดง QR บนจอให้นักเรียนสแกน (เหมาะกับนักศึกษาที่มีมือถือ)

ข้อดี: เร็วกว่าเรียกชื่อ ใช้แท็บเล็ตหรือมือถือเป็นเครื่องสแกนได้ ต้นทุนต่ำ

ข้อจำกัด: ถ้าให้นักเรียนสแกน QR บนจอด้วยมือถือตัวเอง ต้องป้องกันการถ่ายรูป QR ส่งให้เพื่อน เช่น ใช้ QR ที่เปลี่ยนทุกไม่กี่วินาที และเด็กเล็กส่วนใหญ่ไม่มีมือถือ จึงเหมาะกับแบบสแกนบัตรมากกว่า อ่านพื้นฐานเรื่อง QR เพิ่มเติมได้ที่ QR Code สำหรับธุรกิจ

5. บัตร RFID หรือบัตรแตะ

นักเรียนแตะบัตรที่เครื่องอ่านตรงประตูหรือประตูกั้น

ข้อดี: เร็วมากช่วงเช้าที่นักเรียนเข้าพร้อมกันจำนวนมาก บันทึกเวลาเข้าออกได้แม่นยำ

ข้อจำกัด: ต้องลงทุนเครื่องอ่านและบัตร บัตรหายต้องออกใหม่ และแตะบัตรแทนเพื่อนได้ถ้าไม่มีคนดูหน้างาน

6. สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ

ใช้ข้อมูลชีวภาพยืนยันตัวตน

ข้อควรระวัง: ข้อมูลชีวภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวตาม PDPA เมื่อเป็นข้อมูลของเด็ก ยิ่งต้องมีเหตุผลที่จำเป็นจริง ได้รับความยินยอมที่ชัดเจนจากผู้ปกครอง และดูแลความปลอดภัยเข้มงวด สำหรับโรงเรียนส่วนใหญ่ วิธีข้างบนให้ผลใกล้เคียงกันโดยไม่ต้องรับความเสี่ยงนี้ เราจึงไม่แนะนำเป็นตัวเลือกแรก

ตารางเทียบ

วิธี ต้นทุนอุปกรณ์ ความเร็วช่วงเช้า แจ้งผู้ปกครองอัตโนมัติ ความเสี่ยงด้านข้อมูล
กระดาษ ไม่มี ช้า ไม่ได้ ต่ำ แต่หายง่าย
Google Form ไม่มี ปานกลาง ต้องต่อเพิ่ม สิทธิ์มักหลวม
ครูกดบนแอป ใช้เครื่องที่มี ปานกลาง ได้ ต่ำ
สแกน QR ต่ำ เร็ว ได้ ต่ำ
บัตร RFID ปานกลาง-สูง เร็วมาก ได้ ต่ำ
ใบหน้า/ลายนิ้วมือ สูง เร็ว ได้ สูง (ข้อมูลอ่อนไหว)

หลายโรงเรียนผสมสองวิธี เช่น สแกนบัตรที่ประตูตอนเช้าเพื่อแจ้งผู้ปกครองว่าถึงโรงเรียนแล้ว และครูกดเช็คชื่อรายคาบในห้องเพื่อดูการหนีเรียน

ข้อดีข้อเสียแบบสรุป

วิธี ข้อดีหลัก ข้อเสียหลัก เหมาะกับ
กระดาษ ไม่ต้องลงทุน ทุกคนทำเป็น ข้อมูลช้า คีย์ซ้ำ โรงเรียนเล็กมากที่ยังไม่พร้อม
Google Form ฟรี เริ่มเร็ว ดูแลยากเมื่อห้องเยอะ ทดลองก่อนลงทุนระบบ
ครูกดบนแอป ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ ใช้รายคาบได้ ต้องพึ่งวินัยของครู โรงเรียนทุกขนาด
สแกน QR เร็ว ต้นทุนต่ำ ต้องกันการสแกนแทนกัน มัธยม วิทยาลัย
บัตร RFID เร็วที่สุดช่วงเช้า ลงทุนอุปกรณ์ บัตรหาย โรงเรียนนักเรียนเยอะ มีประตูกั้น
ใบหน้า ไม่ต้องพกบัตร ข้อมูลอ่อนไหว ต้นทุนสูง ไม่แนะนำสำหรับเด็ก หากไม่จำเป็นจริง

หนึ่งวันของระบบเช็คชื่อ: เดินดูทีละขั้น

ตัวอย่างนี้เป็นโรงเรียนสมมติที่ใช้สแกนบัตรที่ประตูคู่กับครูกดเช็คชื่อรายคาบ

  1. 06:30-07:45 นักเรียนเข้าประตู แตะบัตรหรือสแกน QR ระบบบันทึกเวลา และส่ง LINE ถึงผู้ปกครองว่าถึงโรงเรียนแล้ว
  2. 07:45 ปิดเวลาเข้า ใครมาหลังจากนี้ ระบบบันทึกเป็นมาสายอัตโนมัติ
  3. 08:00 ครูประจำชั้นตรวจรายชื่อ หน้าจอแสดงคนที่สแกนแล้วและยังไม่สแกน ครูยืนยันหรือแก้ เช่น นักเรียนลืมบัตรแต่อยู่ในห้อง
  4. 08:30 แจ้งผู้ปกครองของคนที่ยังไม่มา ถ้าไม่มีใบลาในระบบ ส่งข้อความถามสถานะ
  5. ระหว่างวัน ครูกดเช็คชื่อรายคาบ ระบบเตือนเมื่อนักเรียนมาตอนเช้าแต่ไม่อยู่ในคาบ
  6. เลิกเรียน สแกนออก (ถ้าโรงเรียนต้องการ) และสำหรับเด็กเล็ก บันทึกผู้มารับ
  7. ตอนเย็น ฝ่ายทะเบียนเห็นสรุปทั้งวันโดยไม่ต้องรอกระดาษจากทุกห้อง

ตั้งกฎมาสาย ขาด ลา ให้ชัดก่อนเปิดระบบ

ระบบทำตามกฎที่ตั้งไว้เท่านั้น ถ้ากฎไม่ชัด รายงานก็ไม่น่าเชื่อถือ คุยให้จบก่อนเปิดใช้

  • เวลาเข้าและเวลาตัดมาสาย แยกตามระดับชั้นหรือวันที่มีกิจกรรมพิเศษไหม
  • ประเภทการลา ลาป่วย ลากิจ ไปราชการหรือกิจกรรมของโรงเรียน แต่ละแบบนับเวลาเรียนต่างกันไหม
  • ใครอนุมัติใบลา ครูประจำชั้นหรือฝ่ายปกครอง ผู้ปกครองยื่นใบลาผ่าน LINE ได้ไหม
  • แก้ไขย้อนหลังได้ภายในกี่วัน และใครมีสิทธิ์แก้
  • เกณฑ์แจ้งเตือน เช่น ขาดติดกันกี่วันจึงแจ้งครูที่ปรึกษา มาสายกี่ครั้งต่อเดือนจึงแจ้งผู้ปกครอง
  • เกณฑ์เวลาเรียนขั้นต่ำ ตามระเบียบการวัดผลของโรงเรียน

ผู้ปกครองไทยแทบทุกคนใช้ LINE อยู่แล้ว การแจ้งผ่าน LINE จึงไม่ต้องให้ใครติดตั้งแอปใหม่ วิธีที่ถูกต้องคือส่งผ่าน LINE Official Account ของโรงเรียน ไม่ใช่ LINE ส่วนตัวของครู

ขั้นตอนโดยทั่วไป

  1. ผู้ปกครองเพิ่มเพื่อน LINE OA ของโรงเรียน
  2. ผูกบัญชีกับนักเรียนครั้งเดียว เช่น กรอกรหัสที่โรงเรียนให้ หรือสแกน QR บนเอกสารมอบตัว
  3. เมื่อนักเรียนเช็คชื่อ ระบบส่งข้อความผ่าน Messaging API ของ LINE เช่น “ด.ช. … ถึงโรงเรียนแล้ว 07:42 น.”
  4. ถ้าถึงเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่เช็คชื่อ ระบบส่งข้อความถามสถานะ

ข้อควรรู้

  • ค่าส่งข้อความ เป็นไปตามแพ็กเกจของ LINE OA ถ้านักเรียนมากและแจ้งทุกวัน ต้องประมาณจำนวนข้อความต่อเดือน แล้วเลือกแพ็กเกจให้พอ หรือเลือกแจ้งเฉพาะเหตุการณ์สำคัญ เช่น ขาดหรือมาสาย
  • บริการ LINE Notify ปิดให้บริการไปแล้ว ระบบใหม่ควรใช้ LINE Official Account กับ Messaging API
  • ผู้ปกครองหลายคนต่อเด็กหนึ่งคน ระบบควรรองรับให้ทั้งพ่อและแม่ได้รับแจ้ง

อ่านพื้นฐานการใช้ LINE OA ได้ใน คู่มือ LINE Official Account สำหรับธุรกิจ

รายงานที่ระบบเช็คชื่อควรมี

  • สรุปรายวันทั้งโรงเรียน มากี่คน ขาด ลา สายกี่คน แยกตามชั้น
  • นักเรียนที่ขาดติดกัน เช่น ขาดเกินสองวันติด ส่งแจ้งครูที่ปรึกษาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ติดตามได้เร็ว
  • เวลาเรียนสะสมรายวิชา สำหรับตรวจว่านักเรียนมีเวลาเรียนพอมีสิทธิ์สอบตามเกณฑ์ของโรงเรียนหรือไม่
  • มาสายบ่อย แยกตามช่วงเวลา ช่วยดูว่าเป็นปัญหาเฉพาะคนหรือเรื่องรถรับส่ง
  • ส่งออกเป็นไฟล์ ในรูปแบบที่ฝ่ายทะเบียนใช้ทำรายงานต่อหน่วยงานต้นสังกัด

รายงานสำหรับครูกับผู้บริหารต่างกัน

ผู้ใช้ สิ่งที่อยากเห็น
ครูประจำชั้น/ครูที่ปรึกษา ใครยังไม่มาวันนี้ ใครขาดติดกัน ใบลาที่รออนุมัติ
ครูประจำวิชา เวลาเรียนสะสมของแต่ละคน ใครใกล้ไม่มีสิทธิ์สอบ
ฝ่ายปกครอง มาสายบ่อย หนีเรียนรายคาบ แนวโน้มรายสัปดาห์
ฝ่ายทะเบียน สรุปรายเดือน ไฟล์สำหรับรายงาน
ผู้บริหาร อัตรามาเรียนรายชั้นและรายเดือน เทียบช่วงเวลา

ออกแบบหน้าจอแยกตามบทบาท แต่ละคนเปิดมาเจอเรื่องของตัวเองก่อน ไม่ต้องกรองเอง

ข้อมูลการขาดเรียนเป็นสัญญาณแรก ๆ ที่ครูใช้ในงานดูแลช่วยเหลือนักเรียน ถ้าระบบเช็คชื่อเชื่อมกับระบบดูแลช่วยเหลือ ครูที่ปรึกษาจะเห็นภาพรวมของนักเรียนแต่ละคนได้เร็วขึ้น

ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเด็ก (PDPA)

ข้อมูลการมาเรียนดูธรรมดา แต่บอกได้ว่าเด็กคนหนึ่งอยู่ที่ไหนในเวลาไหน จึงต้องดูแลให้ดี

  • ให้เห็นเฉพาะคนที่จำเป็น ครูเห็นห้องที่ดูแล ผู้ปกครองเห็นเฉพาะลูกตัวเอง
  • ไม่ส่งรายชื่อคนขาดเข้ากลุ่ม LINE รวม ส่งรายบุคคลเท่านั้น
  • เลี่ยงข้อมูลชีวภาพ ถ้าไม่มีความจำเป็นที่ชัดเจน
  • เก็บเฉพาะที่ใช้ เช่น เวลาเข้าออก ไม่จำเป็นต้องเก็บตำแหน่ง GPS ของเด็ก
  • กำหนดระยะเก็บข้อมูล และวิธีลบเมื่อพ้นระยะ
  • แจ้งผู้ปกครอง ว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร ใครเข้าถึงได้

นโยบายความเป็นส่วนตัวของโรงเรียนควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจด้วย ระบบช่วยได้เรื่องการควบคุมสิทธิ์และบันทึกการเข้าถึง แต่ไม่ได้แทนนโยบาย

สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกระบบเช็คชื่อ

  1. ครูใช้ได้ภายในไม่กี่นาทีไหม ถ้าเช็คชื่อช้ากว่ากระดาษ ครูจะกลับไปใช้กระดาษ
  2. ทำงานตอนเน็ตไม่ดีได้ไหม บางอาคารสัญญาณอ่อน ระบบควรเก็บข้อมูลไว้ก่อนแล้วส่งเมื่อสัญญาณกลับมา
  3. รองรับการแก้ไขย้อนหลัง เช่น ผู้ปกครองส่งใบลาภายหลัง พร้อมบันทึกว่าใครแก้
  4. แจ้งผู้ปกครองผ่าน LINE OA ของโรงเรียน และควบคุมได้ว่าแจ้งเหตุการณ์ไหนบ้าง
  5. ดึงรายชื่อจากทะเบียนนักเรียน ไม่ต้องพิมพ์รายชื่อใหม่ทุกเทอม
  6. ส่งออกข้อมูลได้ ทั้งไฟล์สำหรับรายงานและเมื่อต้องย้ายระบบ
  7. ใครเป็นเจ้าของข้อมูล ข้อมูลอยู่ที่ไหน ถ้าเลิกใช้บริการจะได้ข้อมูลคืนครบไหม

ถ้าโรงเรียนใช้โปรแกรมโรงเรียนสำเร็จรูปที่มีระบบเช็คชื่ออยู่แล้วและใช้ได้ดี ไม่ต้องเปลี่ยน ระบบเฉพาะคุ้มเมื่อต้องการผูกเช็คชื่อเข้ากับส่วนอื่น เช่น แจ้งผู้ปกครอง ระบบดูแลช่วยเหลือ และระบบรับส่งเด็ก ในแบบที่โปรแกรมเดิมทำไม่ได้

แผนเปิดใช้ระบบเช็คชื่อ

  1. สรุปกฎ มาสาย ขาด ลา และเกณฑ์แจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. นำเข้ารายชื่อ นักเรียน ห้อง และผู้ปกครองจากทะเบียน
  3. นำร่องหนึ่งระดับชั้น สองถึงสามสัปดาห์ ใช้คู่กับกระดาษเพื่อเทียบความถูกต้อง
  4. เปิดให้ผู้ปกครองผูก LINE OA ส่งลิงก์หรือ QR ผ่านเอกสารและการประชุมผู้ปกครอง
  5. อบรมครู สั้น ๆ เฉพาะงานประจำวัน พร้อมคนช่วยหน้างานช่วงสัปดาห์แรก
  6. ขยายทั้งโรงเรียน เมื่อข้อมูลตรงกับกระดาษแล้ว จึงเลิกใช้กระดาษ
  7. ทบทวนหลังหนึ่งเดือน ดูว่าการแจ้งเตือนถี่ไปหรือน้อยไปไหม ปรับเกณฑ์ตามจริง

ช่วงที่เหมาะเปิดใช้คือต้นภาคเรียน จะได้ไม่ต้องรวมข้อมูลสองระบบกลางเทอม

คำถามที่พบบ่อย

ระบบเช็คชื่อนักเรียนแบบไหนถูกที่สุด

ครูกดเช็คชื่อบนแอปหรือเว็บด้วยมือถือหรือแท็บเล็ตที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และยังแจ้งผู้ปกครองอัตโนมัติได้

QR Code กับ RFID เลือกอะไรดี

ถ้านักเรียนเข้าประตูพร้อมกันจำนวนมากและงบพอ RFID เร็วกว่า ถ้าอยากเริ่มด้วยต้นทุนต่ำ QR บนบัตรนักเรียนสแกนด้วยแท็บเล็ตก็ใช้ได้ดี

ใช้ LINE ส่วนตัวของครูแจ้งผู้ปกครองได้ไหม

ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่ไม่แนะนำ ครูต้องรับภาระตอบแชทนอกเวลา ข้อมูลนักเรียนอยู่ในเครื่องส่วนตัว และเมื่อครูย้ายออก ประวัติการสื่อสารก็หายไปด้วย ใช้ LINE OA ของโรงเรียนดีกว่า

เช็คชื่อด้วยการสแกนใบหน้าผิดกฎหมายไหม

ไม่ได้ห้ามโดยตรง แต่ข้อมูลใบหน้าเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA ต้องมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น ความยินยอมโดยชัดแจ้ง และมาตรการดูแลที่เข้มงวด สำหรับข้อมูลเด็ก ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนใช้

เนอสเซอรี่ใช้ระบบเช็คชื่อแบบไหน

เด็กเล็กไม่มีบัตรหรือมือถือ ครูมักเช็คชื่อตอนผู้ปกครองมาส่ง และบันทึกตอนรับกลับ โดยตรวจว่าคนมารับอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเด็กหรือไม่

ข้อมูลเช็คชื่อใช้ทำรายงานส่งหน่วยงานต้นสังกัดได้ไหม

ระบบควรส่งออกข้อมูลในรูปแบบไฟล์ที่ฝ่ายทะเบียนใช้ทำรายงานต่อ โดยดูจากแบบฟอร์มที่โรงเรียนใช้อยู่จริง

นักเรียนลืมบัตรต้องทำยังไง

ครูประจำชั้นเช็คชื่อแทนได้จากหน้าจอ และระบบบันทึกว่าเป็นการเช็คโดยครู ไม่ควรให้เพื่อนแตะบัตรแทน

ผู้ปกครองยื่นใบลาผ่าน LINE ได้ไหม

ได้ ถ้าระบบออกแบบให้ผู้ปกครองกดยื่นใบลาจาก LINE OA แล้วส่งให้ครูอนุมัติ ข้อมูลลาจะเข้าระบบเช็คชื่อทันที ไม่ถูกนับเป็นขาด

ถ้าเน็ตล่มช่วงเช้าจะเกิดอะไรขึ้น

ระบบที่ออกแบบดีจะเก็บข้อมูลในเครื่องไว้ก่อน แล้วส่งขึ้นเมื่อเน็ตกลับมา ควรถามผู้พัฒนาเรื่องนี้ก่อนเลือกระบบ

ผู้ปกครองไม่ใช้ LINE ทำยังไง

ให้ระบบรองรับช่องทางสำรอง เช่น อีเมล หรือให้ครูโทรแจ้งตามรายชื่อที่ระบบสรุปให้


อยากได้ระบบเช็คชื่อที่แจ้งผู้ปกครองได้ทันที?

เล่าให้เราฟังว่าโรงเรียนเช็คชื่อกันยังไงตอนนี้ มีนักเรียนประมาณเท่าไร และอยากให้ผู้ปกครองรู้อะไรบ้าง เราจะเสนอวิธีที่เหมาะกับงบและความพร้อมของโรงเรียน ทั้งแบบระบบเช็คชื่ออย่างเดียว หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารโรงเรียน ราคาประเมินตามขอบเขตงานจริง ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน

คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

ระบบเช็คชื่อนักเรียน, ระบบเช็คชื่อนักเรียนออนไลน์, เช็คชื่อนักเรียน qr code, ระบบเช็คชื่อ rfid, แจ้งผู้ปกครองผ่าน line, ระบบลงเวลานักเรียน, ระบบโรงเรียน

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kreangsak S.

Kreangsak S.

ทีมงาน Southern Whale · SEO & WordPress Specialist · Web Developer

ทำเว็บไซต์และ SEO มากว่า 10 ปี ถนัดเว็บ WordPress และ E-Commerce ที่วาง SEO ตั้งแต่ต้น ปัจจุบันใช้ AI ช่วยพัฒนาระบบให้เร็วขึ้น

LinkedIn ↗Fastwork ↗ทัก LINE ปรึกษาฟรี ↗

อยากให้เราช่วยทำให้เลยไหม

เราตรวจเว็บให้ฟรีก่อนเสมอ บอก URL มา แล้วเราจะบอกว่าเว็บของคุณติดตรงไหน และควรแก้อะไรก่อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูคู่มือรวมหมวด SEO →
Software Development

เชื่อม LINE OA เข้ากับระบบ CRM: ดึงแชทลูกค้าเข้า Pipeline ติดแท็ก แบ่งกลุ่ม Broadcast และตามลูกค้าไม่ให้หลุด

ลูกค้าทักเข้า LINE OA วันละหลายสิบคน แต่พอถามว่าใครเคยขอราคาแล้วยังไม่ได้ตาม ไม่มีใครตอบได้ ปัญหาไม่ใช่ LINE แต่คือแชทไม่ได้ต่อเข้ากับระบบขาย

Software Development

LMS คืออะไร? ระบบจัดการการเรียนรู้ ฟีเจอร์ที่ต้องมี และเลือก Moodle, Google Classroom หรือทำเอง

ครูส่งงานใน LINE กลุ่ม นักเรียนส่งการบ้านทางอีเมล คะแนนอยู่ใน Excel อีกไฟล์ ถ้าภาพนี้คุ้นตา บทความนี้อธิบายว่า LMS คืออะไร และแบบไหนเหมาะกับคุณ

Technical SEO

301 Redirect คืออะไร? วิธีทำ + Checklist ย้ายเว็บไม่ให้อันดับตก

301 Redirect คือเครื่องมือหลักเวลาเปลี่ยน URL หรือย้ายเว็บ ทำถูกอันดับมักกลับมาครบ ทำผิด traffic หายเป็นเดือน บทความนี้สอนตั้งแต่นิยามจนถึง Checklist ย้ายเว็บที่เราใช้จริง