ธุรกิจไทยหลายแห่งได้ลูกค้าส่วนใหญ่จาก LINE OA ลูกค้าเห็นโฆษณาหรือหน้าเว็บ กดเพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์ถามราคา พนักงานตอบ ส่งรูป ส่งใบเสนอราคา แล้วบทสนทนาก็จมลงไปใต้แชทใหม่ที่เข้ามาเรื่อย ๆ
สองสัปดาห์ต่อมา ผู้บริหารถามว่าเดือนนี้มีคนขอราคากี่ราย ปิดได้กี่ราย ใครยังไม่ได้ตาม ไม่มีใครตอบได้โดยไม่ต้องไล่เลื่อนแชทย้อนหลัง
LINE OA ทำหน้าที่เป็นช่องทางคุยได้ดีมาก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเป็นระบบบริหารการขาย บทความนี้อธิบายว่าการเชื่อม LINE OA เข้ากับระบบ CRM ทำอะไรได้บ้าง ทำงานยังไงในทางเทคนิค ควรออกแบบการติดแท็กและแบ่งกลุ่มยังไง ตั้งเตือนติดตามแบบไหนที่ทีมใช้จริง และต้องระวังอะไรเรื่อง PDPA
ถ้ายังไม่แน่ใจว่า CRM คืออะไร หรือควรใช้ SaaS หรือทำเอง อ่าน ระบบ CRM คืออะไร? เลือก SaaS หรือทำ Custom CRM สำหรับ SME ไทย ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้
การเชื่อม LINE OA กับ CRM คืออะไร
ผลลัพธ์ที่ได้คือ แชทใน LINE ไม่ได้เป็นแค่บทสนทนาที่ไหลผ่านไป แต่กลายเป็นข้อมูลขายที่นับได้ ติดตามได้ และไม่หายไปเมื่อพนักงานเปลี่ยนคน
ทำไม LINE OA อย่างเดียวไม่พอสำหรับทีมขาย
LINE Official Account Manager มีเครื่องมือพื้นฐานที่ดี ทั้งแท็ก โน้ต การแบ่งกลุ่มเป้าหมายสำหรับ Broadcast และการมอบหมายแชท ธุรกิจขนาดเล็กใช้เท่านี้ก็พอได้ รายละเอียดอยู่ใน คู่มือ LINE Official Account สำหรับธุรกิจ
แต่เมื่อทีมขายมีหลายคน หรือลูกค้าเข้ามาจากหลายช่องทาง ข้อจำกัดจะเริ่มชัด
| สิ่งที่ทีมขายต้องการ | LINE OA Manager อย่างเดียว | LINE OA + CRM |
|---|---|---|
| เห็นว่าดีลอยู่ขั้นไหน มูลค่าเท่าไหร่ | ไม่มี Pipeline | มีกระดาน Pipeline ตามขั้นตอนขายของบริษัท |
| ข้อมูลลูกค้าจากเว็บ Facebook โทรศัพท์ รวมกับ LINE | แยกกันคนละที่ | รวมในประวัติลูกค้ารายเดียว |
| ใบเสนอราคาและประวัติการซื้อ | ไม่มี ต้องดูจากระบบอื่น | อยู่ในหน้าเดียวกับแชท |
| เตือนให้ตามลูกค้าตามวันที่กำหนด | มีจำกัด | ตั้งงาน กำหนดผู้รับผิดชอบ และเห็นงานค้าง |
| รายงานอัตราปิดการขายแยกตามช่องทางและเซลส์ | ไม่มี | มีรายงาน |
| แบ่งกลุ่มจากยอดซื้อหรือสินค้าที่ซื้อจริง | ทำได้ไม่ละเอียด | กรองจากข้อมูลขายแล้วส่งกลุ่มเป้าหมายกลับไป LINE |
พูดง่าย ๆ LINE OA เก่งเรื่อง “คุย” ส่วน CRM เก่งเรื่อง “จำและติดตาม” การเชื่อมสองอย่างเข้าด้วยกันคือการให้แต่ละระบบทำในสิ่งที่ถนัด
LINE Messaging API ทำงานยังไง (ฉบับเจ้าของธุรกิจ)
ไม่ต้องเขียนโค้ดเองก็ควรเข้าใจภาพรวม เพราะจะช่วยให้คุยกับคนทำระบบได้ตรงประเด็นและรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้
ส่วนประกอบหลัก
- LINE Official Account บัญชีธุรกิจที่ลูกค้าเพิ่มเพื่อน ต้องเป็นบัญชีของบริษัท ไม่ใช่ LINE ส่วนตัวของพนักงาน
- Provider และ Channel ใน LINE Developers Console เมื่อเปิดใช้ Messaging API จะได้ Channel ที่มีกุญแจสำหรับให้ระบบภายนอกเชื่อมต่อ กุญแจนี้ต้องเก็บเป็นความลับ
- Webhook คือ URL ของระบบ CRM ที่ LINE จะส่งข้อมูลมาให้ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
- User ID รหัสประจำตัวผู้ใช้ที่ LINE ส่งมาพร้อมเหตุการณ์ ใช้จับคู่ว่าข้อความนี้มาจากลูกค้ารายไหนในระบบ
เหตุการณ์ที่ระบบรับได้
เมื่อเชื่อมแล้ว LINE จะแจ้งเหตุการณ์สำคัญเข้า CRM เช่น
- มีคนเพิ่มเพื่อน (follow) ระบบสร้างรายชื่อลูกค้าใหม่ได้ทันที
- มีคนบล็อก (unfollow) ระบบบันทึกว่าส่งข้อความหาคนนี้ไม่ได้แล้ว
- มีข้อความเข้ามา ทั้งข้อความ รูป สติกเกอร์ ไฟล์ และตำแหน่งที่ตั้ง ระบบเก็บเข้าไทม์ไลน์ของลูกค้า
- มีคนกดปุ่มใน Rich Menu หรือข้อความแบบมีปุ่ม (postback) ระบบรู้ว่าลูกค้าสนใจเรื่องไหน เช่น กด “ขอใบเสนอราคา” หรือ “นัดดูหน้างาน”
ระบบดึงข้อมูลโปรไฟล์พื้นฐานได้ เช่น ชื่อที่แสดงและรูปโปรไฟล์ แต่ ไม่ได้เบอร์โทรหรืออีเมลมาอัตโนมัติ ถ้าต้องการต้องให้ลูกค้ากรอกเอง หรือขอผ่าน LINE Login พร้อมความยินยอม
การส่งข้อความกลับ
ระบบส่งข้อความกลับไปหาลูกค้าได้หลายแบบ
| แบบ | ใช้ทำอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| Reply | ตอบกลับข้อความที่ลูกค้าเพิ่งส่งมา | ต้องตอบภายในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังลูกค้าส่ง ไม่นับเป็นข้อความในโควตา |
| Push | ส่งหาลูกค้ารายคนเมื่อไหร่ก็ได้ เช่น แจ้งสถานะงาน เตือนนัด | นับรวมในโควตาข้อความของแพ็กเกจ |
| Multicast | ส่งข้อความเดียวกันหาหลายคนที่ระบุ User ID | นับโควตาตามจำนวนผู้รับ |
| Narrowcast / Audience | ส่งหากลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากรายชื่อใน CRM | นับโควตาตามจำนวนผู้รับ |
| Broadcast | ส่งหาเพื่อนทุกคน | นับโควตาตามจำนวนผู้รับ |
เรื่องโควตาข้อความสำคัญมาก เพราะถ้าออกแบบให้ระบบ Push อัตโนมัติถี่เกินไป ค่าข้อความจะสูงขึ้นเร็ว ตรวจแพ็กเกจและราคาข้อความล่าสุดจาก LINE ก่อนออกแบบเสมอ
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
- ดึงแชทย้อนหลังไม่ได้ ระบบเก็บได้เฉพาะข้อความที่เข้ามาหลังเชื่อม webhook แล้วเท่านั้น
- แชทใน LINE ส่วนตัวของพนักงานเชื่อมไม่ได้ ถ้าทีมขายยังคุยกับลูกค้าผ่าน LINE ส่วนตัว ข้อมูลส่วนนั้นจะไม่เข้าระบบ ต้องตกลงกันในทีมให้ย้ายมาคุยผ่าน OA
- User ID ผูกกับ Provider ถ้าบริษัทมีหลาย LINE OA อยู่คนละ Provider ลูกค้าคนเดียวกันจะได้ User ID ต่างกัน ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นว่า OA ไหนอยู่ Provider เดียวกัน
- แท็กใน LINE OA Manager กับแท็กใน CRM เป็นคนละชุดกัน โดยทั่วไปไม่ซิงก์ให้อัตโนมัติ ทีมควรตกลงว่าจะใช้แท็กในระบบไหนเป็นหลัก
- การตอบแชทจากหน้าจอ CRM ทำได้ แต่ต้องออกแบบให้ข้อความที่พนักงานตอบผ่านแอป LINE OA กับผ่าน CRM ไม่ขัดกัน หลายทีมเลือกตอบจากที่เดียวเพื่อให้ประวัติครบ
จากแชทเป็นดีล: ออกแบบ Flow ให้ Lead ไม่หลุด
ขั้นที่ 1: เพิ่มเพื่อนแล้วรู้ทันทีว่ามาจากไหน
ใช้ลิงก์เพิ่มเพื่อนหรือ QR Code แยกตามช่องทาง เช่น หน้าเว็บ บูธงานแสดงสินค้า หรือโฆษณาแต่ละแคมเปญ แล้วให้ระบบบันทึกที่มาไว้กับรายชื่อ อีกวิธีที่ใช้ได้ดีคือข้อความต้อนรับที่มีปุ่มให้ลูกค้าเลือกว่าสนใจเรื่องไหน ระบบจะรู้ความสนใจตั้งแต่ข้อความแรก
ขั้นที่ 2: ข้อความแรกเปิดเป็น Lead อัตโนมัติ
เมื่อมีข้อความเข้ามาจากคนที่ยังไม่มีดีลค้างอยู่ ระบบสร้างการ์ดใน Pipeline ขั้น “ติดต่อเข้ามาใหม่” ให้เลย พร้อมมอบหมายให้เซลส์ตามกฎที่ตั้งไว้ เช่น หมุนเวียน แบ่งตามจังหวัด หรือแบ่งตามกลุ่มสินค้า
ขั้นที่ 3: เซลส์คัดกรองและย้ายขั้น
เซลส์ดูแชท ติดแท็กความสนใจ ใส่มูลค่าประมาณการ แล้วลากการ์ดไปขั้นถัดไป ตัวอย่างขั้นตอนของบริษัทขาย B2B ทั่วไป
- ติดต่อเข้ามาใหม่
- คัดกรองแล้ว (มีความต้องการจริง มีงบ มีกำหนดเวลา)
- ส่งใบเสนอราคาแล้ว
- ต่อรอง / รอตัดสินใจ
- ปิดการขาย หรือ ไม่สำเร็จ (พร้อมเหตุผล)
ขั้นตอนของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน เช่น รีสอร์ตที่รับจองงานแต่งอาจมีขั้น “นัดดูสถานที่” และ “รับมัดจำ” ส่วนคลินิกอาจมีขั้น “นัดปรึกษา” และ “มาตามนัด”
ขั้นที่ 4: ส่งใบเสนอราคาและเริ่มนับเวลา
ใบเสนอราคาที่สร้างจาก CRM ส่งเป็นลิงก์หรือไฟล์ PDF ไปทาง LINE ได้ ระบบบันทึกวันที่ส่งและสร้างงานติดตามอัตโนมัติ เช่น อีก 3 วันให้เซลส์ทักถามความเห็น
ขั้นที่ 5: ปิดการขายแล้วส่งต่อหลังบ้าน
เมื่อดีลปิด ข้อมูลส่งต่อไปเปิดใบสั่งขายในระบบ ERP หรือโปรแกรมบัญชีได้ ลูกค้ารายนั้นย้ายจากสถานะ Lead เป็นลูกค้า และเข้ากลุ่มสำหรับดูแลหลังการขายหรือสะสมแต้ม
ติดแท็กยังไงให้ใช้ได้จริง
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่ระบบติดแท็กไม่ได้ แต่คือติดแท็กกันคนละแบบ เซลส์คนหนึ่งใช้ “สนใจแอร์” อีกคนใช้ “แอร์บ้าน” อีกคนใช้ “AC” สุดท้ายกรองอะไรไม่ได้
หลักการที่แนะนำ
- แบ่งแท็กเป็นหมวด เช่น ความสนใจ (สินค้าหรือบริการ) พื้นที่ (จังหวัด) ประเภทลูกค้า (บุคคล บริษัท หน่วยงาน) ระดับความร้อน (สนใจมาก สนใจ ยังไม่พร้อม)
- ให้เลือกจากรายการ ไม่ให้พิมพ์เอง แอดมินเป็นคนเพิ่มแท็กใหม่ เซลส์เลือกจากที่มี
- ใช้แท็กอัตโนมัติเมื่อทำได้ เช่น ลูกค้ากดปุ่ม “สนใจโซลาร์เซลล์” ใน Rich Menu ระบบติดแท็กให้เอง ลดภาระพนักงาน
- แยกแท็กออกจากสถานะ Pipeline แท็กบอกว่าลูกค้าเป็นใคร สนใจอะไร ส่วนขั้นใน Pipeline บอกว่าดีลอยู่ตรงไหน อย่าใช้แท็กแทนขั้นตอนขาย
- ทบทวนทุกไตรมาส ลบแท็กที่ไม่มีใครใช้ รวมแท็กที่ซ้ำกัน
แบ่งกลุ่มลูกค้าเพื่อส่ง Broadcast ที่ไม่น่ารำคาญ
Broadcast หาเพื่อนทุกคนแบบเดียวกันเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้คนกดบล็อก และยังเปลืองโควตาข้อความ เมื่อมีข้อมูลใน CRM คุณแบ่งกลุ่มได้ละเอียดกว่าที่ LINE OA Manager ทำได้ เพราะใช้ข้อมูลการขายจริง
ตัวอย่างการแบ่งกลุ่มที่ใช้บ่อย
| กลุ่ม | เงื่อนไขใน CRM | ข้อความที่เหมาะ |
|---|---|---|
| ขอราคาแต่ยังไม่ซื้อ | มีใบเสนอราคา สถานะยังไม่ปิด เกิน 30 วัน | ข้อมูลเพิ่มเติม รีวิวการใช้งาน โปรโมชันจำกัดเวลา |
| ลูกค้าซื้อแล้วถึงรอบบำรุงรักษา | ซื้อสินค้ากลุ่มที่ต้องดูแล ครบรอบตามที่กำหนด | เตือนนัดล้างแอร์ ตรวจเช็กระบบ |
| ลูกค้าประจำ | ซื้อมากกว่า X ครั้ง หรือยอดรวมเกินเกณฑ์ที่ตั้ง | สิทธิพิเศษสมาชิก แต้มพิเศษ |
| ลูกค้าเงียบไปนาน | ไม่มีการซื้อหรือแชทเกิน 6 เดือน | ข้อเสนอกลับมาใช้บริการ |
| แยกตามพื้นที่ | แท็กจังหวัด | ข่าวสาขาใหม่ งานอีเวนต์ในพื้นที่ |
ในทางเทคนิค CRM จะส่งรายการ User ID ของกลุ่มนั้นไปสร้างกลุ่มเป้าหมายใน LINE แล้วส่งข้อความเฉพาะกลุ่ม หรือส่งแบบ Multicast ตรงจากระบบ สิ่งที่ต้องกรองออกเสมอคือคนที่บล็อกไปแล้ว และคนที่ไม่ได้ยินยอมรับข่าวสารการตลาด
ถ้าอยากต่อยอดไปเป็นระบบสมาชิกและแต้มสะสม อ่าน ระบบสะสมแต้มและระบบสมาชิกออนไลน์ ประกอบ
ตั้งเตือนติดตามลูกค้าที่ทีมใช้จริง
ระบบเตือนที่ดีต้องไม่ถี่จนทีมเพิกเฉย และไม่ห่างจนลูกค้าลืมไปแล้ว
กฎเตือนที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่
- Lead ใหม่ยังไม่มีคนตอบ เกินเวลาที่กำหนดในเวลาทำการ แจ้งเซลส์เจ้าของ ถ้ายังเงียบ แจ้งหัวหน้า
- ส่งใบเสนอราคาแล้ว สร้างงานติดตามอัตโนมัติตามจำนวนวันที่ตั้งไว้
- ดีลค้างอยู่ขั้นเดิมนานเกินปกติ แจ้งให้เซลส์อัปเดตสถานะหรือปิดเป็นไม่สำเร็จ
- ลูกค้าตอบกลับมาหลังเงียบไป แจ้งเซลส์เจ้าของทันที เพราะเป็นจังหวะที่ลูกค้าพร้อมคุย
แจ้งเตือนทางไหนดี
ทีมไทยส่วนใหญ่เปิด LINE บ่อยกว่าอีเมล การแจ้งเตือนพนักงานจึงมักส่งผ่าน LINE ได้ผลดีกว่า ควรใช้ LINE OA หรือช่องทางแจ้งเตือนภายในของบริษัทที่แยกจาก OA สำหรับลูกค้า ไม่ส่งปนกัน และควรมีหน้า “งานของฉันวันนี้” ในระบบ ให้เซลส์เปิดดูตอนเช้าได้ในที่เดียว
PDPA: เก็บข้อมูลจากแชท LINE ต้องระวังอะไร
การดึงแชทเข้า CRM คือการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประเด็นที่ควรวางตั้งแต่ออกแบบ
- แจ้งวัตถุประสงค์ บอกในข้อความต้อนรับหรือมีลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวว่าบริษัทเก็บข้อมูลจากการแชทเพื่อให้บริการและติดตามการขาย
- แยกความยินยอมเรื่องการตลาด การตอบคำถามที่ลูกค้าถามมาเป็นการให้บริการตามที่ลูกค้าขอ แต่การส่งโปรโมชันในภายหลังเป็นการตลาด ควรขอความยินยอมแยก และบันทึกวันที่และช่องทางที่ได้ความยินยอมไว้ใน CRM
- ให้ถอนความยินยอมได้ง่าย เช่น ปุ่ม “หยุดรับข่าวสาร” ที่ระบบรับรู้และกรองออกจากกลุ่ม Broadcast ทันที
- จำกัดคนเห็นข้อมูล เซลส์เห็นเฉพาะลูกค้าของตัวเองหรือทีม จำกัดสิทธิ์ส่งออกรายชื่อทั้งหมด
- กำหนดระยะเวลาเก็บ แชทของคนที่ไม่เคยซื้อและเงียบไปนาน ไม่จำเป็นต้องเก็บตลอดไป
- รองรับคำขอของเจ้าของข้อมูล ขอดู ขอแก้ ขอลบ ต้องทำได้จริงในระบบ ไม่ใช่ต้องไล่ลบเองทีละที่
- เก็บกุญแจ API ให้ปลอดภัย Channel access token เปรียบเหมือนรหัสผ่านของ LINE OA ห้ามใส่ไว้ในไฟล์ที่แชร์กันหรือในโค้ดหน้าเว็บ
ระบบช่วยให้ทำตามได้ง่ายขึ้น แต่ถ้อยคำนโยบายและการขอความยินยอมควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA ตรวจ
SaaS CRM ที่มี LINE ให้ หรือทำ Custom
ตอนนี้มี CRM สำเร็จรูปหลายตัวที่เชื่อม LINE OA ได้ ทั้งของไทยและต่างประเทศ บางตัวมีในตัว บางตัวต้องใช้ตัวเชื่อมเสริม
| ประเด็น | SaaS ที่เชื่อม LINE ได้ | Custom CRM |
|---|---|---|
| เริ่มใช้ | เร็ว ตั้งค่าแล้วใช้ได้ | ต้องพัฒนาก่อน |
| Flow การขาย | ปรับได้ในกรอบของโปรแกรม | ออกแบบตามขั้นตอนจริง |
| ปุ่ม Rich Menu และ Postback แบบเฉพาะ | ขึ้นกับว่าโปรแกรมรองรับแค่ไหน | ทำตามที่ต้องการได้ |
| เชื่อม ERP สต็อก บัญชี | ขึ้นกับตัวเชื่อมที่มี | ทำตามระบบที่ใช้อยู่ |
| ค่าใช้จ่ายระยะยาว | รายเดือนตามผู้ใช้หรือจำนวนรายชื่อ | ลงทุนต้น แล้วมีค่าดูแล |
| เจ้าของข้อมูล | อยู่บนแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ | อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท |
ถ้าธุรกิจของคุณมีขั้นตอนขายไม่ซับซ้อนและ SaaS ตัวไหนตอบโจทย์ได้เกือบครบ เริ่มที่ SaaS ก่อนเป็นทางที่สมเหตุสมผล Custom เหมาะเมื่อ LINE เป็นช่องทางหลักจริง ๆ ต้องการ Flow เฉพาะ หรือต้องเชื่อมกับหลังบ้านแบบลึก อ่านการเทียบแบบเต็มได้ที่ Custom Software หรือ SaaS แบบไหนคุ้มกว่า
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มเชื่อม LINE OA กับ CRM
- LINE OA เป็นบัญชีของบริษัท และมีผู้ดูแลมากกว่าหนึ่งคน
- ตกลงในทีมว่าจะคุยกับลูกค้าผ่าน OA ไม่ใช่ LINE ส่วนตัว
- ตรวจว่า OA ทั้งหมดของบริษัทอยู่ใน Provider ที่วางแผนไว้
- เขียนขั้นตอนขาย (Pipeline) ของบริษัทออกมาเป็นข้อ ๆ
- ร่างรายการแท็กแบ่งตามหมวด
- กำหนดกฎมอบหมาย Lead และกฎเตือนติดตาม
- ตรวจแพ็กเกจและโควตาข้อความของ LINE OA
- เตรียมข้อความแจ้งวัตถุประสงค์และการขอความยินยอมตาม PDPA
- ตัดสินใจว่าจะตอบแชทจากแอป LINE OA หรือจากหน้าจอ CRM เป็นหลัก
คำถามที่พบบ่อย
เชื่อม LINE OA กับ CRM แล้ว ยังตอบแชทในแอป LINE OA ได้ไหม
ได้ ขึ้นกับการตั้งค่าและการออกแบบระบบ แต่ถ้าตอบสองที่ ข้อความที่ตอบจากแอป LINE OA อาจไม่เข้าประวัติใน CRM ครบ หลายทีมจึงเลือกตอบจากหน้าจอ CRM เป็นหลักเพื่อให้ประวัติอยู่ที่เดียว
ดึงแชทเก่าก่อนเชื่อมระบบเข้ามาได้ไหม
ไม่ได้ Messaging API ส่งเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเปิด webhook แล้ว ข้อมูลลูกค้าเก่าที่จดไว้ใน Excel นำเข้าได้ แต่ประวัติแชทเก่าต้องดูจาก LINE OA Manager เหมือนเดิม
ได้เบอร์โทรลูกค้าจาก LINE อัตโนมัติไหม
ไม่ได้ ระบบได้ชื่อที่แสดงและรูปโปรไฟล์ ถ้าต้องการเบอร์โทรต้องให้ลูกค้ากรอกเอง เช่น ผ่านฟอร์มที่เปิดจาก Rich Menu พร้อมบอกวัตถุประสงค์ให้ชัด
เชื่อม CRM แล้วค่าข้อความ LINE จะแพงขึ้นไหม
การตอบกลับข้อความที่ลูกค้าเพิ่งส่ง (Reply) ไม่นับโควตา แต่การส่งหาลูกค้าเองภายหลัง (Push, Multicast, Broadcast) นับโควตาตามจำนวนผู้รับ ถ้าตั้งข้อความอัตโนมัติถี่เกินไปค่าข้อความจะเพิ่มขึ้น จึงควรออกแบบให้ส่งเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
ใช้ LINE OA หลายบัญชี เช่น แยกสาขา รวมเข้า CRM เดียวได้ไหม
ได้ แต่ควรวาง OA ทุกบัญชีไว้ใน Provider เดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าคนเดียวกันมี User ID เดียวกันข้ามบัญชี ถ้าอยู่คนละ Provider ระบบจะเห็นเป็นคนละคน
ธุรกิจเล็กจำเป็นต้องเชื่อม CRM ไหม
ไม่จำเป็นเสมอ ถ้าเจ้าของตอบแชทเอง ลูกค้าไม่มาก และขายครั้งเดียวจบ แท็กและโน้ตใน LINE OA Manager ก็เพียงพอ เริ่มคิดเรื่อง CRM เมื่อมีเซลส์หลายคน มีใบเสนอราคาที่ต้องตาม หรือเริ่มมีลูกค้าหลุดเพราะลืมตาม
เริ่มจากตรงไหนดี
ถ้า LINE OA คือช่องทางที่ลูกค้าเข้ามามากที่สุด การเชื่อมเข้ากับ CRM มักเป็นจุดที่เห็นผลเร็วที่สุด เพราะ Lead ที่เคยจมหายในแชทจะถูกนับและถูกตาม
ทีม Southern Whale ช่วยดูว่าธุรกิจคุณใช้ SaaS ที่มี LINE ในตัวได้ไหม หรือควรทำ Custom CRM ที่ต่อ LINE OA ตรง รายละเอียดโมดูลและขั้นตอนดูได้ที่ รับทำระบบ CRM ราคาประเมินตามขอบเขตงานจริง ทัก LINE ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มงาน

